<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>5hop</title>
	<atom:link href="http://5hop.net/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://5hop.net</link>
	<description>KT weblog 50 IP</description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Feb 2012 00:07:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>ประเสริฐศรี ประกันภัยการเดินทาง ตะลุยโลกใหม่พร้อมคนสนิท</title>
		<link>http://5hop.net/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%90%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://5hop.net/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%90%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Feb 2012 00:07:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kt50ip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันภัยการเดินทาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://5hop.net/?p=633</guid>
		<description><![CDATA[ประกันภัยการเดินทาง คือ ยิ่งกว่าเพื่อนร่วมทางและจำเป็น ท่องตะลอนทั่วโลกข้อมูลประเทศตัวอย่างน่าเที่ยวติดอันดับ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และอื่นๆ ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศส ข่าวคราวทั่วจร: ฝรั่งเศส เป็นรัฐที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป หากดูในแผนที่แล้วจะเห็นว่ามีลักษณะประหนึ่งรูปหกเหลี่ยม อีกทั้งยังมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่กินอาณาบริเวณกว้าง การขอวีซ่า: เอกสารแห่งหนต้องเตรียม 1. รูปถ่ายสี ขนาด 1.5 &#8211; 2 นิ้ว 2 ใบ 2. หนังสือเดินทางของท่านที่มีปูนการใช้งานอย่างเล็ก 6 เดือน ตวงจากกลางวันเดินทาง 3. สำเนาบัญชีรายชื่อบ้าน 4. สำเนาบัตรประชาชน 5. ทะเบียนสมรส/ ใบหย่า (ถ้ามี) 6. สำเนาสูติบัตร ในกรณีที่อายุไม่ถึง 20 ปี 7. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ/ นามสกุล (ถ้ามี) 8. สมุดบัญชีเงินฝากตัวจริงที่อัพเดทเป็นประจุบัน พร้อมกับสำเนา (ออมทรัพย์/ ประจำ ย้อนหลัง 6 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.travelinsure.in.th">ประกันภัยการเดินทาง</a> คือ ยิ่งกว่าเพื่อนร่วมทางและจำเป็น ท่องตะลอนทั่วโลกข้อมูลประเทศตัวอย่างน่าเที่ยวติดอันดับ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และอื่นๆ  ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศส ข่าวคราวทั่วจร: ฝรั่งเศส เป็นรัฐที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป หากดูในแผนที่แล้วจะเห็นว่ามีลักษณะประหนึ่งรูปหกเหลี่ยม อีกทั้งยังมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่กินอาณาบริเวณกว้าง การขอวีซ่า: เอกสารแห่งหนต้องเตรียม 1. รูปถ่ายสี ขนาด 1.5 &#8211; 2 นิ้ว 2 ใบ 2. หนังสือเดินทางของท่านที่มีปูนการใช้งานอย่างเล็ก 6 เดือน ตวงจากกลางวันเดินทาง 3. สำเนาบัญชีรายชื่อบ้าน 4. สำเนาบัตรประชาชน 5. ทะเบียนสมรส/ ใบหย่า (ถ้ามี) 6. สำเนาสูติบัตร ในกรณีที่อายุไม่ถึง 20 ปี 7. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ/ นามสกุล (ถ้ามี) 8. สมุดบัญชีเงินฝากตัวจริงที่อัพเดทเป็นประจุบัน พร้อมกับสำเนา (ออมทรัพย์/ ประจำ ย้อนหลัง 6 เดือน) 9. หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัท หรือไม่นายจ้าง ซึ่งจะสัมผัสมีการชี้รายละเอียดเนื่องกับงานที่จัดการ และมีการอนุมัติการลาพักร้อนมาด้วย แต่ถ้าเป็นเจ้าของกงสีเอง จะต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียนการค้ามาด้วย10. กรมธรรม์ประกันสุขภาพ ที่คุ้มครองท่านตลอดระยะเวลาการเดินทาง ตลอดจนในกรณีที่ต้องนำส่งกลับประเทศไทย วงเงินขั้นต่ำ 30,000 ยูโร หรือประมาณ 1,500,000 บาท 11. เอกสารรับรองห้องพักจากทางโรงแรมในฝรั่งเศส 12. หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินที่ระบุวันเดินทางไป-กลับโดยชัดเจนv 13. สถานที่ที่จะไปเที่ยวในกลุ่มประเทศ Schengen (Itinerary) สถานทูตไทยในฝรั่งเศส: L\&#8217;AMBASSADE ROYALE DE THAILANDE 8, Rue Greuze 75116 Paris โทร: (331) 5626 5050 แฟกซ์: (331) 5626 0445/46 เปิดทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.30 &#8211; 12.30 น. และ 14.30 &#8211; 17.30 น. ภาษาที่ใช้: ชาวฝรั่งเศสจะพูดภาษาของตัวเอง คือ ภาษาฝรั่งเศส ฉะนั้น การทำสัญญาใดๆ ก็ตาม เช่น การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การศึกษา จะต้องใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก ปัจจุบัน ภาษาฝรั่งเศส มีคนนิยมใช้กันมากขึ้นอย่างเช่นใน สวิตเซอร์แลนด์ แคนาดา เป็นต้น ความแตกต่างของเวลา: เวลาของประเทศฝรั่งเศสจะช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง เมื่อไปถึงแม้ว่าแล้วอย่าเลอะเลือนปรับนาฬิกาด้วย สภาพอากาศ: นครปารีส อากาศจะอยู่ที่ประมาณ 12 องศาเซลเซียส แต่อาจจะไม่แน่นอนเสมอไป เนื่องจากบางคราวในกรุงปารีส ก็จะมีวรรษตกตลอดทั้งปี หรือบางครั้งถ้าเป็นฤดูหนาว จะมีอุณหภูมิต่ำลงถึงประมาณ 3 องศาเซลเซียส เลยก็ได้ เพราะฉะนั้น งานเดินทางไปเมืองปารีส จะต้องเตรียมเสื้อผ้าไว้บ่าหลายรูปร่างแบบ พร้อมรับมือกับสภาพอากาศของฝรั่งเศสกันด้วย ค่าทรัพย์สิน และการธนาคาร: ฝรั่งเศสใช้เงินฟรังค์ (FF) ซึ่งเท่ากับเงินไทยประมาณ 40 บาท ค่าเงินจะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงหนขณะที่แลกในช่วงนั้นด้วยเงินฟรังค์จะแบ่งเป็นมูลค่า 500, 200, 100, 50 และ 20 ฟรังค์ เงินเหรียญของฝรั่งเศสมีมูลค่าตั้งแต่ 50, 20, 10 และ 5 ซองตีม โดยเหรียญ 50 ซอง จะออกมาในสัณฐาน ฟรังค์ ระบบไฟฟ้า: ฝรั่งเศสใช้ระบบไฟฟ้าเหมือนประเทศไทยคือเป็นแบบ 220 โวลต์ บางที่ก็เป็นปลั๊กไฟฟ้าสองตา โปร่งที่ก็เป็นปลั๊กชนิดสามขา เพราะดังนั้น จำเป็นต้องเตรียมปลั๊กเสียบ หรือ Adapter มาจากเมืองไทย จะได้สามารถใช้ปลั๊กได้ทั้ง 2 แบบ น้ำประปา: ระบบน้ำประปาในฝรั่งเศสสะอาดจนสามารถดื่มได้จากก๊อกเลย แต่ถ้าน้ำจากก๊อกที่ไหนไม่สะอาดพอ จะมีป้ายบอกไว้เสมอว่าไม่สามารถดื่มได้ หรือคำว่า eau non potable ลองสังเกตดู ระบบโทรศัพท์: โทรศัพท์สาธารณะในฝรั่งเศสมีทั้งแบบใช้บัตรและแบบหยอดเหรียญ ถ้าเป็นในเมืองใหญ่ๆ มักจะเป็นแบบใช้บัตร ซึ่งหากต้องการโทรศัพท์กลับมาเมืองไทย ขอชี้นำนำให้ใช้บัตรโทรศัพท์จะสะดวกกว่าแบบหยอดเหรียญ ท่านสามารถหาซื้อบัตรโทรศัพท์ได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ แผงลอยขายหนังสือที่มีอยู่ทั่วไปหรือตามสถานีรถไฟ และร้านขายของที่มีป้ายติดว่าจำหน่ายบัตรโทรศัพท์ หรือ Telecarte หากจะโทรศัพท์มาประเทศไทยด้วยโทรศัพท์สาธารณะจะต้องหมุน 19+66+รหัสเมือง+หมายเลขที่ต้องการ แต่ถ้าอยู่ที่เมืองอื่นๆ ในฝรั่งเศส นอกเหนือจากมหานครปารีส และต้องการจะโทรศัพท์มายังปารีส หมุนหมายเลข 16+1+หมายเลขที่ท่านต้องการได้เลย ข้อแนะนำพิเศษ: ตามร้านอาหารหรือภัตตาคารส่วนใหญ่ในฝรั่งเศส จะคิดค่าเซอร์วิสชาร์จประมาณ 10-15% ของราคาอาหาร ดังนั้นการทิปอาจจะไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก แต่คนส่วนมากมักจะให้เศษเหรียญ หรือเงินสัก 2-3 ฟรังค์ ไม่ว่าอาหารที่ทานจะมีราคาเท่าไหร่ก็ตาม หรือถ้าเราพอใจการบริการของเขา ก็อาจจะทิปให้มากก็ได้ถ้าไปนั่งจิบกาแฟที่คอฟฟี่ช็อป ควรจะให้ทิปไว้สัก 1 ฟรังค์ แต่ถ้าบริการไม่ดีก็ไม่จำเป็นต้องทิปค่ะ ทั้งนี้ ในส่วนของการโดยสารแท็กซี่ และการชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ ปกติจะทิปประมาณ 2-3 ฟรังค์ อาหารท้องถิ่น: เที่ยวชมรอบเมืองแล้ว ก็ต้องแวะชิมอาหารเลื่องชื่อของฝรั่งเศสกันซักหน่อย เพราะประเทศนี้เขาโด่งดังด้านอาหารการกินอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นแหล่งผลิตไวน์ และ แชมเปญที่สำคัญที่สุดของโลกในปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไวน์แดงและไวน์ขาว สำหรับขนมปังก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ขนมปังของฝรั่งเศสจะเรียกว่า บาแกตต์ (Baquette) มีเอกลักษณ์พิเศษกว่าใคร ด้วยการทำเป็นทรงยาวกว่า 2 ฟุต รูปร่างคล้ายกระบองเลย เวลาทานมักบิออกด้วยมือ หรือฝานออกเป็นชิ้นๆ ส่วนอีกชนิดที่นิยมคือ ครัวซองต์ ค่ะ ท่านสามารถลิ้มลองได้ในรายการบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า จากภัตตาคารภายในที่พักในฝรั่งเศสของท่าน นอกจากนี้ยังมี เครป ขนมสุดฮิตของชาวปารีเซียง และ เอแคลร์ ขนมที่เป็นที่รู้จักกันดีของชาวฝรั่งเศส สำหรับเป็นทางเลือกอีกด้วย แหล่งช้อปปิ้ง: ฝรั่งเศส เรียกได้ว่าเป็นเมืองแฟชั่นก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น เสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นของประเทศฝรั่งเศสจึงมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะถือเป็นศูนย์รวมของดีไซเนอร์ชื่อดัง และเป็นต้นฉบับของแฟชั่นทั่วโลก รูปแบบของเสื้อผ้าจะค่อนข้างทันสมัย สำหรับสินค้าอีกอย่างที่เลื่องลืออย่างมากคือ น้ำหอม นักท่องเที่ยวทั่วไปนิยมซื้อน้ำหอมยี่ห้อที่ฝรั่งเศสเป็นต้นตำรับการผลิต เพราะจะมีราคาถูกกว่าที่นำมาขายในต่างประเทศมาก เมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตหัวน้ำหอมกลิ่นต่างๆ คือ เมืองนีส คานส์ ริเวียร่า ส่วนยี่ห้อน้ำหอมที่โดดเด่นของฝรั่งเศสได้แก่ Christian Dior, Caron, Givenchy, Rochas, Guerlain, Paco Rabanne เป็นต้น ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ ข้อมูลทั่วไป: ประเทศเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ของทวีปเอเชีย มีเนื้อที่ประมาณ 99,208 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวงของเกาหลีใต้ คือ กรุงโซล ประเทศนี้มีชุดประจำชาติ ที่เราๆต่างก็เคยเห็นกันใน หนังเกาหลีใต้ต่างๆเรียกว่า \&#8221;ชุดฮันบก\&#8221; การขอวีซ่า: เกาหลีใต้เป็นอีกประเทศหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ต้องดำเนินการขอวีซ่าและสามารถอยู่ในเกาหลีใต้ได้เป็น เวลานานถึง 90 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่าอีกด้วย ภาษาที่ใช้: ประชาชนชาวเกาหลีใต้ใช้ภาษาเกาหลีใต้กันในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีวัยรุ่นหนุ่มสาวยุคใหม่อยู่เป็นจำนวนมาก ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวได้ ความแตกต่างของเวลา: เวลาที่ประเทศเกาหลีใต้จะเร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 2 ชั่วโมงไปถึงที่เกาหลีใต้แล้วอย่าลืมเปลี่ยนเวลาด้วย สภาพอากาศ: ประเทศเกาหลีใต้อยู่ในเขตอบอุ่นซึ่งมีอยู่ 4 ฤดูกาลใน 1 ปี ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม ทำให้ทั่วประเทศเกาหลีใต้บานสะพรั่งไปด้วยดอกไม้ที่สวยงาม ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน) คือฤดูกาลแห่งแสงอาทิตย์ ชาวเกาหลีใต้จะนิยมออกนอกที่พักเพื่อมาอาศัยผ่อนใน{วัน|ทิวา|ทิวากาล|กลางวัน|หนกลางวัน}หยุด ฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างแขกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้อากาศจะเริ่มเย็นลงแล้ว ส่วนฤดูหนาว จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมีนาคม อากาศจะหนาวเย็นและมีหิมะตก ฤดูหนาวที่ เกาหลีใต้ ถือว่าเป็นฤดูท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ กิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเกาหลีใต้ในช่วงฤดูหนาว ก็คือการเล่นสกี อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย ค่าเงิน และการธนาคาร: สกุลเงินของเกาหลีใต้คือ วอน โดยเหรียญแบ่งออกเป็น 10, 50, 100 และ 500 วอนค่ะ ส่วนธนบัตรมีใบละ 1000, 5000 และ 10000 วอน อัตราแลกเปลี่ยน 1,000 วอน อยู่ที่ประมาณ 37 บาท ระบบกระแสไฟ: ในประเทศเกาหลีใต้ โดยทั่วไปแล้วจะใช้กระแสไฟฟ้า 110 โวลต์แต่หากเป็นที่โรงแรมในเกาหลีใต้ส่วนมาก ก็จะมีอยู่บริการให้ทั้ง 2 แบบ ก่อนเสียบปลั๊กควรตรวจสอบดูให้แน่ใจเสียก่อน เพื่อความปลอดภัย ระบบโทรศัพท์: นักท่องเที่ยวสามารถใช้โทรศัพท์สาธารณะชนิดหยอดเหรียญได้โดยใช้เหรียญ 10, 50 และ 100 วอน หากเป็นโทรศัพท์ชนิดใช้บัตร มีตั้งแต่ 3000, 5000 และ 10000 วอน สำหรับอัตราค่าโทรศัพท์นั้น การโทรภายในประเทศอยู่ที่ 50 วอน ต่อ 3 นาที ส่วนค่าโทรศัพท์ทางไกลและข้ามประเทศจะแตกต่างกันตามระยะทาง สำหรับการโทรเข้าประเทศไทย ค่าโทรจะประมาณนาทีละ 400 วอน หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ: 1. ตำรวจ: 112 2. หน่วยดับเพลิง: 119 3. ฝ่ายบริการประชาชน ของสูญหาย: 295-1282, 299-1282 การเดินทาง: การเดินทางมาเที่ยวเกาหลีใต้โดยทางเครื่องบิน มีเที่ยวบินของสายการบินนานาชาติหลายสาย เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวเป็นประจำประเทศเกาหลีใต้มีอยู่ท่าอากาศยานนานาชาติอยู่ 3 แห่งด้วยกัน คือ ท่าอากาศยานนานาชาติคิมโป ใกล้กรุงโซล คิมแฮ ใกล้พูซาน และเชจู บนเกาะเชจู ส่วนท่าเรือเดินสมุทรก็มีหลายแห่งเหมือนกับกัน สำหรับการเคลื่อนที่ทางภายในเกาหลีใต้นั้น ประกอบด้วย ทางอากาศ: ประเทศเกาหลีใต้มีสายการบินภายในประเทศ ที่บริการบินเชื่อมโยงระหว่างเมืองใหญ่ๆ ทางบก: การโดยสารรถแท็กซี่ภายในเมืองต่างๆ นับว่าสะดวกสบายทีเดียว เพราะมีรถแท็กซี่เป็นจำนวนมากและราคาก็ไม่แพงมากด้วย ซึ่งรถแท็กซี่เหล่านี้ จะคิดราคาโดยใช้ระบบมิเตอร์เหมือนที่บ้านเราเลย การเดินทางโดยรถเช่า ก็สามารถทำได้ หรือจะเป็นรถทัวร์ ก็มีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของเกาหลีใต้อีกด้วย ส่วนการคมนาคมขนส่งทางรถไฟ: ในแต่ละเมือง จะมีบริการไปยังสถานีต่างๆเชื่อมโยงถึงกันเกือบทุกส่วนของประเทศ อย่างไรก็ตาม ตารางการเดินรถและตารางเวลาของ รถไฟ และ รถทัวร์ จะถูกแสดงเป็นภาษาเกาหลีใต้เพียงภาษาเดียว จึงถือเป็นปัญหาสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ใครไปเที่ยวเองโดยไม่ได้ไปกับทัวร์คงต้องหาคนแถวนั้นถามดู ข้อแนะนำพิเศษ: การเดินทางภายในประเทศโดยใช้เครื่องบิน จะต้องเสียภาษีสนามบินภายในประเทศ 3000 วอน โดยการชำระที่เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินแต่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีสนามบิน ในส่วนของการให้ทิป ที่ประเทศเกาหลีใต้ ไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติการว่าจะต้องให้ทิป นอกเสียจากว่าจะได้รับบริการพิเศษ เช่น ขนกระเป๋า บริการจากคนขับรถ บริการจากไกด์ท้องถิ่น เป็นต้น อาหารการกินท้องถิ่น: อาหารในประเทศเกาหลีใต้มีความแปลกตา และแตกต่าง จากอาหารของประเทศอื่น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศ ที่แตกต่างจากประเทศในแถบเอเชียด้วยกัน อาหารส่วนใหญ่จึงเน้น เพื่อสุขภาพและบำรุงร่ายกาย โดยอาหารการกินมักออกรสชนชาติจืด ไปซักหน่อย แต่ก็มีเครื่องมือเคียงต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติ อาหารที่รู้จักกันดีของเกาหลีใต้ คือ คิมซี หรือพืชผักดองนั่นเอง ซึ่งมีหน้าตาที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเภทของผักและกรรมวิธีการทำ อาหารที่ขึ้นชื่ออีกชนิดคือ บุลโกกิก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ หมูย่างเกาหลีใต้ จะมีอยู่รสชาติออกหวาน จึงเป็นที่แบบของนักท่องเที่ยว จำนวนไม่น้อยท่านสามารถลองหาทานอาหารรสเลิศเหล่านี้ได้ตาม ร้านอาหารทั่วไป หรือ ภัตตาคารภายในที่พักในเกาหลีใต้ของท่าน แหล่งช้อปปิ้ง: การจับจ่ายซื้อสินค้าในเกาหลีใต้นั้น สินค้าที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว คือสินค้าพื้นเมืองทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เนคไท ผ้าพันคอ กระเป๋า เครื่องหนัง โสมเกาหลีใต้ และของที่จำต่างๆ แต่ถ้าต้องการซื้อสินค้านานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลก นักท่องเที่ยวก็สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าปลอดภาษี หรือห้างสรรพสินค้า ประเทศจีน : กรุงปักกิ่ง กรุงปักกิ่ง : นครกวางโจว : นครคุนหมิง : นครเซี่งไฮ้ : เมืองฮ่องกง ข้อมูลเบื้องต้น : กรุงปักกิ่ง ที่ตั้ง จีนตั้งอยู่บนทวีปเอเชียตะวันออก มีเนื้อที่ 9.6 ล้าน ตร.กม. ประชากร 1.25 พันล้านคน โดยเป็นเชื้อชานฮั่นร้อยละ 94 เมืองหลวง กรุงปักกิ่ง หรือเป่ยจิง มีประชากร 13 ล้านคน ภาษา จีนกลาง (Putonghua) เป็นภาษาราชการ และยังมีภาาษาท้องถิ่นใช้กันอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ศาสนา ที่สำคัญ ได้แก่ ลัทธิขงจื้อ พุทธ เต๋า อิสลาม คริสต์ และลามะทิเบต สกุลเงิน หยวนเหรินเหมินบี้ 10 เฟิน = 1 เจียว หรือเหมา 10 เจียว = 1 หยวน (1 หยวน = 4.5 บาท โดยประมาณ) การเข้าเมือง ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ต้องขอวีซ่าจากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่จีน ในประเภทที่ถูกต้อง ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ เดินทางเข้าจีนได้ไม่เกิน 30 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า ผู้เดินทางเข้าจีนโดยผิดกฎหมาย จะถูกปรับตั้งแต่ 1,000 &#8211; 10,000 หยวน และ/หรือถูกจำคุกตั้งแต่ 3 &#8211; 10 วัน และถูกส่งตัวกลับ ผู้ที่พำนักอยู่ในจีนโดยผิดกฎหมายจะถูกปรับวันละ 500 หยวน และ/หรือถูกจำคุกตั้งแต่ 3 &#8211; 10 วัน การขอต่ออายุวีซ่าในปักกิ่งทำได้ ณ Public Security Bureau เลขที่ 2 ถนนอัน ติง เหมือน ตง ต้า เจีย เขตตุงเฉิง ปักกิ่ง โทร.(8610) 840-15292 ผู้ที่ทำงานในจีนโดยมิได้รับอนุญาต จะถูกปรับ และถูกส่งตัวกลับ และผู้ว่าจ้างงานก็จะถูกปรับเช่นกัน ผู้ปลอมแปลงวีซ่าจีน จะถูกปรับตั้งแต่ 1,000 &#8211; 10,000 หยวน และ/หรือถูกจำคุกตั้งแต่ 3 &#8211; 10 วัน และถูกส่งกลับ ผู้ที่เดินทางผ่านจีนไปประเทศที่สาม ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า หากรอเปลี่ยนเครื่องบินไม่เกิน 24 ช.ม. ระเบียบการศุลกากร ผู้ที่เดินทางถึงกรุงปักกิ่งต้องกรอกแบบคนเข้าเมือง แบบศุลกากรและแบบสุขภาพอนามัย เมื่อเดินทางออกต่างประเทศต้อง จ่ายค่าภาษีสนามบิน 90 หยวน (ภายในประเทศ 50 หยวน) จีนอนุญาตให้นำบุหรี่เข้าประเทศได้ 400 มวน สุรา 1 ลิตร เงินตราสกุลอื่นหากมีมากเกินกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องสำแดง ผักและผลไม้ทุกชนิด หากไม่มีเอกสารรับรองจากกรมวิชาการเกษตรไทยจะถูกห้ามนำเข้าอย่างเด็ดขาด ห้ามนำของเก่าอายุเกินกว่า 100 ปี งานศิลปะ ทองคำ ออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาต ห้ามนำเข้า &#8211; ออกยาเสพติดทุกชนิด สิ่งพิมพ์ สื่อลามกอนาจาร และอาวุธสงคราม การลักลอบขนยาเสพติด มีโทษถึงขั้นประหาร เวลาและอากาศ ทั่วทั้งจีนใช้เวลาปักกิ่ง ซึ่งเร็วกว่าเวลาในประเทศไทย 1 ชม. อากาศในปักกิ่งมีความแตกต่างกันมากในแต่ละฤดูกาล ในช่วง มีนาคม &#8211; พฤษภาคม ปักกิ่งมักประสบปัญหาพายุทรายทำให้เกิดความสกปรก และเป็นปัญหาต่อการสัญจร การเดินทาง รถแท็กซี่ เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ค่าโดยสาร 4 กม.แรก 10 หยวน และกม.ต่อไปราคาจะเพิ่มขึ้นตามที่แจ้งบนสติกเกอร์ ที่กระจกด้านข้าง กลางคืนเริ่มที่ 11 หยวนนั่งไม่เกิน 4 คน/คัน รถไฟใต้ดิน บริการตั้งแต่ 05.30 &#8211; 23.00 น. ราคา 3 หยวน รถประจำทาง จำเป็นต้องรู้ภาษาจีนจึงจะนั่งรถประจำทางได้ ส่วนราคาจะแตกต่างกันไป แต่ต่ำสุด 2 หยวน คนต่างชาติจะขับรถได้ต่อเมื่อมีใบอนุญาตขับขี่ของจีนเท่านั้น การเดินทางจากกรุงปักกิ่งไปเมืองต่าง ๆ ในจีน สามารถเดินทางโดยทางอากาศ และทางรถไฟ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศและภายในประเทศอยู่ในอาคารเดียวกัน ห่างจากเมืองประมาณ 25 กม. ส่วนสำนักงานรถไฟใหญ่ ๆ มี 4 แห่ง คือ สถานีรถไฟปักกิ่ง สถานีรถไฟสายตะวันตก ตะวันออก และสายใต้ ทั้งนี้ ในการเดินทางแต่ละครั้งต้องตรวจสอบทุกครั้งว่าต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีใด ข้อพึงระวังสำหรับนักท่องเที่ยวบริเวณหน้าที่อาศัยในเมืองปักกิ่งมักมีบริการแท็กซี่ และรถถีบสามล้อ แต่ราคารถสามล้อให้ตกลงกันก่อนว่าจะจ่ายเงิน ตามระยะทางหรือรายหัว ควรสำเนาหนังสือเดินทาง วีซ่าและบัตรโดยสารเครื่องบิน เก็บให้ปลอดภัยเสมอ ระหว่างซื้อของให้ระวังล้วง / กรีด กระเป๋า การทอนธนบัตรปลอม สามารถต่อรองราคาสินค้าได้ ยกเว้นที่ศูนย์การค้าหรือร้านของทางการ โทรศัพท์ทางไกล ตามโรงแรมสากลมีราคาแพงมากการใช้บัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศ (IP Card) จะสะดวกกว่า ติดต่อกลับประเทศไทยให้กด 00 66 ตามด้วยรหัสเมืองและหมายเลขโทรศัพท์ ระบบเรียกเก็บเงินปลายทาง ให้กด 10866 ใช้ได้กับตู้โทรศัพท์สาธารณะทุกแห่ง ให้ระวังการเดินเที่ยวยามราตรีตามลำพังซึ่งอาจมีสตรีชาวจีนมาพูดคุย ชวนดื่มของมึนเมา และเรียกปิดเงินจำนวนมาก ในภายหลัง หญิงบริการในจีนเป็นสิ่งผิดกฎหมายทั้งผู้รับและผู้ให้บริการ และโรงแรมที่พัก ในขณะขับรถให้ระวังการโบกรถจากคนแปลกหน้า จีนใช้กระแสไฟฟ้า 220 โวลต์ แต่ปลั๊กจะแตกต่างกันไปในแต่ละที่ กรณีที่หนังสือเดินทางหาย ให้แจ้งตำรวจและนำเอกสารแจ้งความมายื่นต่อสถานเอกอัครราชทูต กรณีประสบปัญหาอื่น ๆ หรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ข้อแนะนำด้านวัฒนธรรมคนจีน จะไม่ทักทายคนแปลกหน้าก่อนไม่ว่าจะเป็นการแสดงรอยยิ้มหรือกล่าวสวัสดี เป็นภาษาจีนว่า \&#8221;หนีห่าว\&#8221; หัวข้อสนทนาที่คนจีนชื่นชอบ ได้แก่ ศิลปะ ชีวิตเป็นอาจิณวัน การงาน การศึกษา พร้อมทั้งเรื่องยาเพื่อสุขภาพ ไม่มีหัวข้อการเมืองภายในจีนโดยไม่จำเป็น สีที่คนจีนชื่นชอบ คือ สีแดง ประมาณถึง ความโชคดี สีชมพูพร้อมทั้งสีเหลือง หมายถึง ความสุข ความรุ่งเรือง นับจากรูปทรงกรวยงามระหงได้สัดส่วนของ ภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งบนยอดสูงสุดมีหิมะปกคลุมเกือบตลอดปีเรื่อยลงไปจนถึง เกาะเล็กเกาะน้อยลอยอยู่ในทะเลและอุดมไปด้วยต้นสนปกคลุมของมัตสุชิม่า เวลาชะม้ายตาดูทิวทัศน์ดังกล่าวนี้ท่ามกลางแสงจันทร์ ท่านจะรู้สึกได้ถึงความ ยิ่งใหญ่และน่าพิศวงของธรรมชาติริมทะเลที่มีโขดหินสูงและขรุขระ เสียงคลื่นซัดสาดกระทบกระแทกอยู่เป็นนิจนิรันดร์ ตรงกันข้ามกับ ความเงียบสงบสงัดจนได้ยินเสียงกระซิบของสายลมอ่อนๆ ที่พริ้ว ทะลุทะลวงป่าไผ่ที่โค้งลู่ลม เทือกเขาแนวยาวที่ประกอบด้วยภูเขาไฟ หลายลูกทั้งที่ดับแล้วและที่ยังระอุอยู่ก็มี อีกทั้งทะเลสาบที่มีอยู่ทั่วไป มากมายหลายแห่งกับท้องทะเลที่แวดล้อมเกาะต่างๆ ผนวกกับความ แปรเปลี่ยนรูปโฉมของทัศนียภาพธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำพร้อมๆ กับความหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ อันน่าพิศวง ที่ดึงความสนใจของนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสกับเสน่ห์ ของธรรมชาติ ซึ่งเกิดขึ้นและมีอยู่เองเพราะว่ามิได้สร้างสรรค์ และหมุนเวียน ผลัดเปลี่ยนให้ชื่นชมได้ตลอดทุกฤดูกาล วนอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่มีมากแห่ง รีสอร์ทตามแหล่งน้ำพุร้อน ธรรมชาติ หรือริมทะเลตลอดจนในแหล่งเล่นสกี และรีสอร์ทเพื่อการพักผ่อน หลากหลายรูปแบบ ส่งผลให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีกิจกรรมทางด้านกีฬา ทั้งบน ภูเขาและในน้ำ ที่คึกคักยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น รีสอร์ทบนที่ราบสูง เช่น วนอุทยานแห่งชาติ ฟูจิฮาโกเน่ และนิกโก้ ที่ราบสูงคุรุยซาว่าและเทือกเขา ซาโอะ หรือ คาบสมุทรอิสึ และเกาะโอกินาว่า เหล่านี้ล้วนชี้ให้เห็นบุคคลิกภาพ ของความเป็นผู้นิยมการใช้เวลาว่างด้วยกิจกรรมต่างๆ อย่างไม่เคยหยุดนิ่งของ ชาวญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เรียกได้ว่าเก่าและใหม่ได้ในเวลาเดียวกัน ลักษณะ ซ้อนทับกันสองประการดังกล่าวนี้ ปรากฎอยู่ในวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมาเนิ่นนาน โดยตลอด ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่อ่อนละมุนนุ่มนวลจะพบว่าบนอาคารสมัย ใหม่ของญี่ปุ่นในยุคที่ได้ชื่อว่า \&#8221;ยุคของข่าวสาร\&#8221; นั้นสำนักงานข่าวสารบนตึก เหล่านั้น มีศาลเจ้าชินโตเล็กๆ ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึกซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่า ความเชื่อและคุณค่าที่ยึดถือกันมาเป็นประเพณีนั้น ยังดำรงอยู่ตลอดมาจน ปัจจบัน ความงดงามสูงส่งของศิลปะและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น แบบคลาสสิค ได้รับการอนุรักษ์ไว้ ด้วยความภาคภูมิใจ ดังเช่นที่ปรากฎอยู่ที่นิกโก้ คามะคุระ เกียวโต นารา และ คะนาซาว่า ยอดปราสาทสูงตระหง่านอันเจ้าเมืองซามูไรเคย พำนักในอดีต ยังคงตระหง่านปิดบังภูมิทัศน์บางส่วนของตัวเมืองสมัยใหม่ เช่น ปราสาทโอซาก้าและปราสาทนกกระยางขาว ซึ่งตั้งอยู่ตรงใจกลางเมืองฮิเมหยิ อีกทั้งร้านน้ำชา และกระท่อมชงชาที่มีมาตั้งแต่โบราณ ยังคงมีกลิ่นไออบอวล ของอดีต เหลืออยู่ท่ามกลางความสดชื่นเขียวขจีของสวนญี่ปุ่นแบบคลาสสิค เสน่ห์ที่น่ารักเป็นพิเศษของญี่ปุ่น ดูเหมือนจะอยู่ที่ขนบประเพณีของ ชนชาตินี้ ที่มีความสุภาพอ่อนน้อม เช่น การค้อมศรีษะต่ำ เพื่อแสดงการคารวะ และต้อนรับ การเปล่งเสียงร้องเชิญชวนลูกค้าเมื่อก้าวเข้าไปไปในภัตตาคารด้วยว่า ถ้อยคำว่า \&#8221;อิรัชไช มาเซ่ะ\&#8221; หรือเมื่อมีอาคันตุกะมาเยือนบ้าน เจ้าของบ้านจะ แสดงน้ำใจไมตรีด้วยการนำน้ำชาร้อนมารับรองแขกพร้อมขนมหวาน เป็นต้น ประเพณีเหล่านี้ แสดงออกซึ่งความมีไมตรีจิตอันจริงใจที่ยึดถือปฎิบัติกันสืบ เกี่ยวพันต่อๆ มายาวนานหลายศตวรรษมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ นับว่าเป็นเพียงส่วนน้อยนิด ในจำนวนอีกนับหมื่นแสน ที่มีส่วนเสริมให้ญี่ปุ่นมีเสน่ห์น่าไปสัมผัสทุกฤดูกาล พื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 378,000 ตารางกิโลเมตร ร่วมชุมนุมทั้งหมู่เกาะต่าง กว่า 6,800 เกาะ ประชากร 127 ล้านคน (ณ. วันที่ 1 เมษายน 2003) เมืองหลวง โตเกียว มีประชากร 12 ล้านคน ภาษาประจำชาติ ภาษาญี่ปุ่น ศาสนา ชินโตและพุทธมหายาน ภูมิอากาศ อากาศค่อนข้างหนาวจัดทางภาคเหนือ อากาศอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิแถบตะวันออกและ ตะวันตก อากาศค่อนไปทางเขตร้อนทางภาคใต้ ฤดูฝนราวกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือน กรกฎาคม อากาศเย็นสบายในฤดูใบไม้ร่วงทางแถบ ตะวันออก เฉียงเหนือและภาคกลาง อุณหภูมิโดยเฉลี่ยตามเมืองต่างๆ ทั้ง 4 ฤดู Cities ฤดูหนาว (ม.ค.) T(C) P ฤดูใบไม้ผลิ (เม.ย) T(C) P ฤดูร้อน (ก.ค.) T(C) P ฤดูใบไม้ร่วง (ต.ค.) T(C) P Sapporo -4.1 111 6.7 61 20.5 67 11.3 124 Sendai 1.5 33 10.1 98 22.1 160 14.8 99 Tokyo 5.8 49 14.4 130 25.4 162 18.2 163 Nagoya 4.3 43 14.1 143 26.0 218 17.6 117 Osaka 5.8 44. 14.8 121 27.2 155 18.7 109 Fukuoka 6.4 72 14.8 125 26.9 266 18.7 81 Naha 16.6 115 21.3 181 28.5 176 24.9 63 \&#8221;T\&#8221; stands for temperature, \&#8221;C\&#8221; stands for centigrade, \&#8221;P\&#8221; for precipitation ฤดูกาล 4 ฤดู ของญี่ปุ่น ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) ในญี่ปุ่นเป็นฤดูซึ่งเต็มไปด้วยความมี ชีวิตชีวา มีสัญลักษณ์คือ การบานเป็นสีชมพูอ่อนของ ดอกซากุระบนกิ่งต้นซะกุระและการ บานของดอก ดอกอะซะเลียในทุ่งและเนินเขา ทิวทัศน์สีเขียว อันงดงามทั่วเนินเขาช่วงเดือนเมษายน และพฤษภาคม แสดง ให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ในประเทศญี่ปุ่น การชมดอกซะกุระบาน ผู้คนจำนวนมากมา ที่สวนซึ่งมีต้นซะกุระเพื่อจัดปาร์ตี้และชมดอกซะกุระบานในช่วงปลาย เดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน เทศกาลตุ๊กตา เทศกาลนี้ถูกจัดขึ้นเป็นประจำใน วันที่ 3 มีนาคมของทุกๆ ปี เพื่อภาวนาสำหรับความสุขในอนาคตของ เด็กผู้หญิง \&#8221;ตู๊กตาฮินา\&#8221; ซึ่งเป็นตัวแทนของสมาชิกราชวงศ์อิมพีเรียลจะ ถูกตัดแสดงในบ้านแต่ละบาน ธงปลาคาร์ฟ การประดับเพื่อฉลองเทศกาล \&#8221;วันเด็กผู้ชาย\&#8221; ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกๆ ปี ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) เมื่อฤดูฝนจบสิ้นลงและฤดูร้อนมาถึง ทิวทัศน์ประเทศญี่ปุ่น จะปกคลุมไปด้วยแสงสว่างสดใส ชายหาด แม่น้ำแลพื้นที่ ริมน้ำอื่นๆ จะอีกทึกไปด้วยผู้คน ซึ่งหลบร้อนไปหาอากาศเย็น และก็มีผู้คนจำนวนมากไป เที่ยวเนินเขาและทุ่งซึ่งปกคลุม ไปด้วยโทนสีเขียวสดใส ฤดูกาลนี้ยังสามารถเพลิดเพลิน กับดอกไม้ไฟอันสวยงาม ในท้องฟ้ายามค่ำคืนและการเต้นรำ โบงโอโดริอีกด้วย เทศกาลระบำอาว่า (Awa Odori Folkdance Festival) ที่เมืองโทคุชิมะ มีการร้องรำทั้งกลางวัน และกลางคืน เทศกาลเนบุตะ (Nebuta Matsuri) มีขบวนแห่โครงหุ่นประดับไฟ ในเมืองอะโอโมริ (2-7 สิงหาคม) เมืองฮิโรซะกิ จัดช่วง (1-7 สิงหาคม) ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) เป็นฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวและ ใบไม้เปลี่ยนสี เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงในเดือนกันยายน และตุลาคม เป็นเดือนที่น่า เพลิดเพลินกับความเย็นสบาย ในฤดูนี้ นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง แห่งสีสรรเป็นสีเหลืองส้ม แต่งเติม ขุนเขาราวกับสีสรรแห่งพรม และทุ่งนาเปลี่ยนเป็น สีทองเป็นเวลา แห่งเทศกาลและกีฬาได้มาบรรจบ กับกิจกรรมทางวัฒนธรรม ทั่วประเทศงานเทศกาลดอก เบญจมาศซึ่ง แสดงอยู่ทั่วประเทศเป็นสัญลักษณ์หนึ่ง ของฤดูนี้ เทศกาล JIDAI MATSURI ในเกียวโต เป็นเทศกาลของศาลเจ้าเฮอันในเกียวโตซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 เทศกาลใหญ่ของเกียวโต เทศกาลไฟ จะมีขบวนแห่คบเพลิงมุ่งมายัง ศาลเจ้ายุคิคุระมะในเกียวโต เทศกาลโอคุนจิ ของศาลเจ้าคะระทจึในเมืองจะซะหงะ จะมีขบวนพาเหรด ที่มีสีสรร ขบวนแห่เจ้าเมือง ในเมืองฮะโกเน่ เทศกาล ทะคะยะมะ แห่งศาลเจ้าฮาจิมังงุ ซึ่งมีขบวนรถสีสรรต่างๆ มากมาย เทศกาลเจ็ดห้าสาม สำหรับเด็กอายุ 3, 5 และ 7 ปี จะไปศาลเจ้าเพื่อขอพรจากเทพเจ้าให้มีสุขภาพดีตลอดไป ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) เป็นฤดูแห่งงานเพลิดเพลินกับหิมะ ฤดูหนาวในญี่ปุ่นไม่ค่อยรุนแรง ยกเว้นทางเหนือสุด อุณหภูมิโดยปกติจะอบอุ่นด้วยแสงอาทิตย์และฟ้า สีครามอีกด้านหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เทศกาลต่างๆจะเกี่ยวพัน กับหิมะและน้ำแข็ง นักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลิน กับหิมะพร้อมทั้งรูปแกะสลักและ มีส่วนร่วมในประเพณีท้องถิ่นตามฤดูนั้น เทศกาลงานต่างๆ ทั่วญี่ปุ่นถูกจัด ขึ้นต่อเนื่องกับ เทศกาลปีใหม่อันเป็นวันที่สำคัญที่สุดสำหรับชาวญี่ปุ่น งานฮะโกอิตะ อิชิ (Hagoita-Lchi) ของวัดอะซะคุซะคันนอน ของเมืองนารา จะมีขบวนแห่งสวมหน้ากาก บรรยากาศตามวัดในช่วงปีใหม่ วันปีใหม่ มีจนถึงวันที่ 3 ร้านค้า โรงงานธุรกิจต่างๆ จะปิด ครอบครัวต่างๆ จะฉลองด้วยอาหารมื้อพิเศษ แต่งชุดกิโมโนที่สวยที่สุด และจะพากันไป วัดหรือศาลเจ้า เพื่อไหว้พระขอพรให้สุขภาพดี และมีความสุขตลอดปี เทศกาลหิมะ (Snow Festival) ที่มีชื่อที่สุดในญี่ปุ่น ที่เมืองซัปโปโร บนเกาะฮ็อกไกโด มีรูปแกะสลักหิมะและน้ำแข็งอันมหึมาต่างๆ มากมายจากทั่วโลกมาประชันและแข่งขันกันทุกปี ช่วงเวลาที่การท่องเที่ยวคึกคักที่สุดในญี่ปุ่น หากเป็นไปได้ โปรดอย่าวางแผนเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ในช่วงเวลา ที่จะกล่าวต่อไปนี้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนจำนวนมหาศาล จะออกเดินทาง จากเมืองใหญ่สู่ชนบท แล้วเดินทางกลับเข้าเมืองใหญ่ ฉะนั้นรถไฟทางไกล จะแน่นและที่พักจะเต็ม 1) ช่วงปลายปีต่อต้นปีใหม่ (27 ธันวาคม ต่อต้นมกราคมถึง 4 มกราคม) และวันสุดสัปดาห์ที่ต่อเนื่อง 2) ช่วง \&#8221;สัปดาห์ทอง\&#8221; อ้นเป็นวันหยุดระยะยาว (29 เมษายน ถึง 5 พฤษภาคม) และวันสุดสัปดาห์ที่ต่อเนื่อง 3) เทศกาล \&#8221;โอ-บน\&#8221;(1 สัปดาห์เต็ม) ประมาณวันที่ 15 สิงหาคม เป็นต้นไป สิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทาง หนังสือเดินทางและวีซ่าเข้าญี่ปุ่น ผู้ถือหนังสือเดินทางสัญชาติไทย จำเป็นต้องขอวีซ่าญี่ปุ่น เงินสด โดยทั่วไปการนำเงินสดติดตัวไปใช้ในญี่ปุ่นปลอดภัยและสะดวก ใช้ด้วยเวลาใช้ยานพาหนะขนส่งมวลชน เกือบทุกรูปแบบ จำเป็นต้องใช้ เงินสดจำนวนไม่สูงนักหรือเวลาไปรับประทานอาหารราคาไม่แพง นอกจากนี้ยังใช้ซื้อของเล็กๆ น้อยๆ สะดวกอีกด้วย เงินตราและอัตราแลกเปลี่ยน เงินเหรียญที่ใช้กันในญี่ปุ่น มีราคา 1 5 10 50 100 และ 500 เยนตามลำดับ ธนบัตรมีใช้ราคา 1,000 5,000 และ 10,000 เยน เงินสกุลอื่นๆ ที่นำเข้าไปในญี่ปุ่น จะแลกเป็นเงินเยนได้ ที่ศูนย์แลกเปลี่ยนเงินตรา ในท่าอากาศยาน ที่เดินทางไปถึงหรือแลกได้ตามธนาคารในเมืองต่างๆ อัตราแลกเปลี่ยน ขึ้นๆ ลงๆ ทุกวัน ธนาคารส่วนมากจะมีป้ายบอกราคาอัตราแลกเปลี่ยน ประจำวัน ติดไว้ให้เห็นชัดเจน เสื้อผ้าที่ควรเตรียมนำไป ฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วง จะต้องเตรียม แจ็กเก็ตและสะเว็ตเตอร์กันหนาว ฤดูร้อน ให้เตรียมเสื้อผ้าบางเบา แขนสั้น ฤดูหนาว จำเป็นต้องมีเสื้อคลุมโอเวอร์โค๊ต ชุดผ้าขนสัตว์และ แจ็กเก็ตชนิดหนาเป็นพิเศษ ตลอดจนสะเว็ตเตอร์สำหรับฤดูหนาว ไม่ค่อยจำเป็นที่จะต้องนำเสื้อผ้าสำหรับใช้อย่างเป็นพิธีรีตองหรือ พิธีการ จำพวกทักชิโด และเสื้อราตรี หากเกิดความจำเป็นก็มีร้าน ให้เช่า ถุงเท้าสะอาดและสมบูรณ์เป็นสิ่งจำเป็น เพราะว่ามีบ่อยครั้ง ที่ท่านจำเป็นจะต้องถอดรองเท้าออก เช่นตามภัตตาคารญี่ปุ่นบางแห่ง หรือเมื่อก้าวเข้าบริเวณชานหน้าบ้านของชาวญี่ปุ่น ก่อนเข้าห้องรับแขก เรื่องที่ควรทราบ การนำเข้าสิ่งของโดยปลอดภาษี ของใช้ส่วนตัวและอุปกรณ์ประกอบ อาชีพสามารถนำเข้าไปในญี่ปุ่นได้โดยปลอดภาษี นอกจากนี้ท่านยัง สามารถนำเข้าโดยปลอดภาษีมี บุหรี่ 400 มวน ยาสูบ 500 กรัม หรือซิการ์ 100 มวนเครื่องดื่มมีอัลกอฮอล์ 3 ขวด น้ำหอม 2 ออนซ์ ตลอดจนของที่ระลึก ซึ่งตีราคารวมกันแล้วไม่ถึง 200,000 เยนหรือเทียบเท่า บุคคลที่อายุยังไม่ถึง 19 ปี และอายุเพียง 19 ปี ไม่อนุญาตให้นำเข้าบุหรี่ หรือเครื่องดื่มมีอัลกอฮอล์ กระแสไฟฟ้าในญี่ปุ่น ตามบ้านเรือนทั่วๆ ไปใช้กระแสไฟฟ้า 100 โวลท์ ชนิดกระแสสลับทั่วประเทศ แต่มีความถี่สองขนาด คือ ภาคตะวันออก เช่น โตเกียว นิกโก้ โยโกฮาม่า ใช้ 50 เฮิร์ช ภาคตะวันตก เช่น เกียวโต โอซาก้า นารา ใช้ 60 เฮิร์ช โรงแรมในญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองใหญ่จะมี ปลั๊กไฟสองระบบ คือ 110 และ 220 โวลท์ ให้ใช้แต่เต้าเสียบมักจะใช้ ชนิดสองขาแบบแบนเท่านั้น โรงแรมมีเครื่องเป่าผมและเครื่องใช้ไฟฟ้า ชนิดอื่นๆ ให้ใช้ฟรี หรือมิฉะนั้น โรงแรมใหญ่ๆ จะมีเครื่องเป่าผมให้ใช้ฟรี แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ มีให้เช่า หมายเหตุ : โปรดระลึกไว้เสมอว่า @ ไปไหนมาไหนในญี่ปุ่น ต้องพกผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูเสมอ ร้านอาหารในญี่ปุ่นจำนวนมากไม่บริการผ้าเช็ดมือ มีบริการแต่เพียง \&#8221;โอชิโบริ\&#8221; เท่านั้น ผ้าร้อนเช็ดมือ @ ส้วมสาธารณะตามริมถนน หรือในสถานีรถไฟ มิใช่จะมีกระดาษ ชำระหรือกระดาษเช็ดมือไว้บริการทุกแห่งเสมอไป @ โรงแรมระดับดีจะมีอุปกรณ์ใช้ส่วนตัวบางอย่างให้ใช้ฟรีโดยไม่ จำเป็น ต้องเช่าได้แก่ เครื่องเป่าผม และเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า มาทราบข้อมูลของแต่ละเมืองในญี่ปุ่นกันดีกว่า ฮอคไกโด HOKKAIDO ดินแดนโรแมนติคทางเหนือซึ่งประดับประดา ด้วยความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ฮอคไกโดเกาะทางเหนือของญี่ปุ่นเป็นอาณบริเวณใหม่ซึ่งเพิ่งเปิด สู่ภายนอกอย่างเต็มที่เมื่อ 140 ปีที่แล้วอยู่ในบริเวณซึ่งมีอุณภูมิต่ำ ติดลบในฤดูหนาวอย่างไรก็ตามมันยังคงเหลือสภาพธรรมชาติที่ยัง ไม่ได้รับการพัฒนาให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับบรรยากาศ การอิสระกลางแจ้งอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอคไกโดได้ ดินอัน อุดมสมบูรณ์แวดล้อมไปด้วยทะเลสามารถผลิตอาหารได้มากมาย ทำให้ฮอคไกโดถูกเรียกว่า \&#8221;ขุมสมบัติของอาหาร\&#8221; มีเมืองที่สำคัญ คือซัปโปโล :ศูนย์กลางทางการเมืองเศรษฐกิจและวัฒนธรรม โอทารุและฮะโคดะเทะ :เมืองท่าซึ่งเป็นศูนย์กลางในสมัยบุกเบิก โทะคะฉิ: แหล่งผลิตน้ำนมและขนมปังที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ฟุระโน่: ที่ตั้งซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามเนื่องจากอยู่ติดกับภูเขาไทเซะ ทสึซังในตอนกลางของฮอคไกโด ทางตะวันออกและเหนือมีคุชิโระ ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่ลุ่มชื้นล้อมรอบด้วยทะเลสาบ อะบะชิริซึ่ง สามารถชมทิวทัศน์ของทะเลโอฮอทได้ ซับโปโล Sapporo ซับโปโลเป็นเมืองศูนย์กลางของฮอคไกโดมี ประชากรราว 1,800,000 คนเมืองมีศูนย์กลางคือ \&#8221;สวนสาธารณะโอโดริ\&#8221; ซึ่มีหอคอยโทรทัศน์อยู่ \&#8221;ซูซูกิโนะ\&#8221; เป็นแหล่งบันเทิงที่สำคัญประกอบด้วยร้านอาหารกว่า 4,000 ร้านและหอคอยนาฬิกาและศาลาว่าการฮอคไกโด เก่าซึ่งเป็นตราของยุคสมัยบุกเบิก นักท่องเที่ยวจำนวน มากมาที่นี่ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆๆปี เพื่อชม \&#8221;เทศกาลหิมะ\&#8221; ซึ่งรูปปั้นหิมะของสถานที่สำคัญทั่วโลก และตัวการ์ตูนถูกจัดทำขึ้น Snow Festival Odori Park ราเมง อาหารขึ้นชื่อ โอทารุ/ฮะโคดะเทะ Otaru / Hakodate โอทารุเป็นเมืองท่าที่เจริญ รุ่งเรืองในฐานะที่เป็นเมืองค้าขายในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้น ศตวรรษที่ 20 โอทารุยังมี \&#8221; คลองโอทารุ\&#8221; เป็นโบราณสถานแสดง ให้เห็นความรุ่งเรืองในสมัยบุกเบิกและมีถนนร้านซูชิที่ซึ่งสามารถลิ้มลอง ซูชิที่สดที่สุดในโลกได้ ที่เล่นสกีที่ใหญ่ที่สุดในฮอคไกโด \&#8221;สกีรีสอร์ท ทนิเซะโคะฮิระฟุ\&#8221; ก็อยู่ที่ส่วนกลางของฮอคไกโดด้วย \&#8221; ฮะโคดะเทะ\&#8221; เป็นเมืองท่าแห่งแรกของญี่ปุ่นตามสนธิสัญญาสัมพันธมิตรระหว่าง อเมริกา และญี่ปุ่นในปี 1854 ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของฮะโคดะเทะได้รับ การยกย่องว่าเป็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงามหนึ่งในสามของโลก ร่วมกับเนเปิ้ลส์และฮ่องกง ซูชิ สดๆๆ Niseko Hirafu Ski Resort Nightscape of Hakodate ไทเซะทสึ / ฟุระโน่ Taisetsu / Furano ทิวทัศน์อันตระการตาของเทือกเขา โทคะ \&#8221;ฉิและภูเขาไทเซะทสึ\&#8221;ซึ่งสูงกว่า 2,000 เมตรสามารถชมได้จากฟาร์ม ฟาร์มโคนมและที่ชมวิวกลางฟุระโน่ซึ่งอยู่ที่ส่วนกลางของฮอคไกโด ฟุระโน่ มีชื่อเสียงด้านดอกลาเวนเดอร์ซึ่งบานช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงปลาย เดือนกรกฎาคม โซอุนเคียวเป็นรีสอร์ทน้ำพุร้อนซึ่งอยู่ที่เชิงเขาของภูเขาไท เซะทสึซึ่งเป็นหุบเขามีหน้าผาชันทั้งสองด้านซึ่งมีคุณค่าที่จะไปเยี่ยมชม ทุ่งลาเวนเดอร์ในฟุระโน่ Lavender fields in Furano ทางตะวันออกและเหนือของฮอคไกโด Eastern and Northern Hokkaido คุชิโระเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางของฝั่งตะวันออกของฮอคไกโดมีอุตสาหกรรม ประมงเป็นหลัก \&#8221;ที่ลุ่มชื้นคุชิโระ\&#8221; เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่มีพื้นที่กว่า 26,861 เฮคเตอร์และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ มากมายรวมถึงนกกระเรียน ญี่ปุ่นซึ่งเป็นสัตว์อนุรักษ์ด้วย ยังมีทะเลสาบที่สวยงามเช่น \&#8221;อะบะชิริ\&#8221; เป็นเมือง ซึ่งอยู่ติดกับทะเลโอฮอทและเป็นสถานที่เดียวในญี่ปุ่นซึ่งสามารถชม ชมทัศนียภาพของก้อนน้ำแข็งในทะเลได้ ที่ที่อยู่ติดกันคือทุ่งหญ้าชายฝั่งทะเล ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น \&#8221;สวนดอกไม้ธรรมชาติวัคคะ\&#8221; ชิเระโทโคะเป็นที่รู้จักใน ด้านสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันสวยงามที่ยังไม่เสื่อมโทรม Lake Akan Lake Kussharo Lake Mashu เกร็ด : เรียนรู้ประเพณีและวัฒนธรรมของชาวไอนุที่ชุมชน ไอนุที่ใหญ่ที่สุดในฮอคไกโด \&#8221;ชุมชนไอนุ\&#8221; ที่ใหญ่ที่สุดในฮอคไกโดอยู่ที่แหล่งน้ำพุร้อนที่ทะเลสาบอะคัน ที่ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวท้องถิ่น ของฮอคไคโด, ชาวไอนุ,ซึ่งรวมตัวกันอยู่บริเวณแถบนี้ โทโฮะค TOHOKU ทัศนียภาพและภูมิประเทศที่ชวนให้หลงใหล สร้างความอบอุ่นให้กับนักท่องเที่ยว สภาพภูมิอากาศที่ไม่เหมือนใครของเขตโทโฮะคุเกิดจาก สภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อนของพื้นที่ การรักท้องถิ่นของคนในท้องที่ สามารถเห็นได้จากบรรยากาศอันอบอุ่นและความนิยมของ \&#8221;เทศกาล\&#8221; โทโฮะคุยัง เป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในช่วงฤดูร้อนทุ่งนา ที่เรียงกันสวยงามก่อให้เกิดทัศนียภาพที่งดงามอย่างยิ่ง ทางเหนือ ของโทโฮะคุเป็นพื้นที่เหนือสุดของยึดฮอนชู ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด : อะโอโมริ, อะคิตะ และอิวะเทะ พื้นที่นี้อุดมไปด้วยธรรมชาติ รวมถึงป่าชั้นหนึ่งซึ่งเป็นมรดกโลกด้วย ทางตอนใต้ของโทโฮะคุ ประกอบด้วยเซนไดซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโทโฮะคุซึ่งถูกเรียกว่า \&#8221;เมืองหลวงป่าไม้\&#8221; และฟุคุชิม่าซึ่งมีเมืองไอซุวะคะมัตสึ, เมืองเก่า ที่รุ่งเรืองในอดีต ตั้งตระหง่านเหนือภูเขาบันได ทางเหนือของโทโฮะคุ North Tohoku เป็นพื้นที่เหนือสุดของเกาะฮอนซู ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด: อะโอโมริ, อะคิตะและ อิวะเทะ บรรยากาศ ของเมืองปราสาทเก่ายังคงหลงเหลืออยู่ที่ฮิโรซาคิที่ซึ่งมี \&#8221;ปราสาทฮิโรซาคิ\&#8221; หนึ่งในสมบัติทางวัฒนธรรมแห่งชาติที่สำคัญ\&#8221;เทือกเขาซิราคามิ\&#8221; ซึ่งทอด ตัวเป็นแนวยาวขนานไปกับจังหวัดอะโอโมริและอะคิตะได้รับการ จดทะเบียนเป็นมรดกโลกและมีชื่อเสียงในฐานะป่าชั้นหนึ่งซึ่งมีต้นบีซ ขนาดใหญ่ซึ่งหาดูได้ยาก โทโฮะคุยังเต็มไปด้วยทัศนียภาพที่งดงาม และสถานที่อาศัยผ่อนหย่อนใจ เช่น \&#8221;ทะเลสาบโทวาดะ\&#8221; ในจังหวัด อะโอโมริซึ่งเกิดจากหลุมที่ปล่องภูเขาไฟสองหลุม และ \&#8221;น้ำพุร้อนซุคายุ\&#8221; ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่มีประวัติศาสตร์ ปราสาทฮิโรซาคิ ทะเลสาบโทวาดะ น้ำพุร้อนซุคายุ โจโดงะฮาม่า โซบะวังโคะ อาหารพิเศษของโมริโอคะ เซนได / มัตสึชิม่า Sendai / Matsushima จังหวัดมิยากิเป็นศูนย์ กลางทางด้านการทหารและการเมืองของเขตโทโฮะคุตั้งแต่ช่วงต้น ศตวรรษที่ 8 เมืองศูนย์กลาง \&#8221;เซนได\&#8221; เป็นเมืองสมัยใหม่ที่เป็นตัวแทน ของเขตโทโฮะคุ ดาเทะมาซามะเนะผู้ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ในศตวรรษที่ 17 เป็นผู้วางรากฐานเมืองเช่นการสร้าง \&#8221;ปราสาทเซนได\&#8221; เขาถูกยกย่อง เป็นวีรบุรุษและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซนได ภูมิประเทศอันสวยงาม ของ \&#8221;มัตสึซิม่า\&#8221; ได้รับการยกย่องเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามหนึ่งในสามของ ญี่ปุ่นร่วมกับอะมาโนฮะชิดาเทะแห่งเกียวโตและอิทสึคุชิม่าแห่งฮิโรชิม่า การตัดกันของสีของท้องฟ้าและทะเลดูสวยงามมาก มัตสึชิม่า Matsushima รูปปั้นดาเทะมาซามุเนะ ถนนอะโอบะโดริ ทางใต้ของโทโฮะคุ Southern Tohoku เขตไอซุซึ่งล้อมรอบไปด้วย เทือกเขาโอฮุและเอฉิโกะเต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม นอกเหนือจากทะเล สาบและบึงที่อุระบันไดแล้ว ยังมี \&#8221; ทะเลสาบอินาวะชิโระ\&#8221; ซึ่งเป็นที่รู้จัก ในระดับโลกถึงความใสของน้ำที่นี่ \&#8221;ปราสาททสึรุงะโจ\&#8221; สัญลักษณ์ของ เมืองเก่าไอซุวะคะมัตสึ เป็นที่ประทับใจของผู้คนในทุกฤดูกาล \&#8221;ภูเขาซาโอะ\&#8221; ซึ่งอยู่ระหว่างจังหวัดยามากะตะและมิยากิเต็มไปด้วย นักเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว ปราสาทสึรุงะโจ ภูเขาบันไดและทะเลสาบอินาวะชิโระ ที่เล่นสกีในภูเขาซาโอะ เทศกาล : โทโฮะคุ ดินแดนซึ่งประเพณีอันดีงามดั้งเดิมถูกถ่ายทอดต่อกันมา เทศกาลที่สนุกสนานกำลังรอคุณอยู่ โทโฮะคุเป็นดินแดนซึ่งประเพณีเก่าๆได้รับการอนุรักษ์อยู่โดยเฉพาะเทศกาล ใหญ่ๆ ที่เป็นที่ดึงดูดการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่เช่น \&#8221;เทศกาลเนะบุตะของ อะโอโมริ\&#8221; ซึ่งขบวนพาเหรดเดินไปตามถนนพร้อมกับกระบอกกระดาษรูปนักรบ \&#8221;เทศกาลคันโต\&#8221; ที่อะคิตะซึ่งมีคันโต (ไม้ไผ่ซึ่งมีโคมไฟติดอยู่) มากกว่า 200 อันแกว่งไปมาบนถนนสายหลัก และ \&#8221;เทศกาลทานาบาตะของเซนได\&#8221; ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในสามของเทศกาลสำคัญของโทโฮะคุ \&#8221;คามาคุระ\&#8221; เป็นงาน ประเพณีดั้งเดิมของโยโคเทะในอะคิตะ ซึ่งสืบทอดมากว่า 400 ปีแล้ว เทศกาลคันโต เทศกาลเนะบุตะของอะโอโมริ เทศกาลทานาบาตุของเซนได คันโต KANTO ประสบกับความประหลาดใจและการค้นพบใหม่ๆ ในพื้นที่ซึ่ง สิ่งดึงดูดใจอยู่ไม่ไกลกัน เมืองหลวงของญี่ปุ่น โตเกียว อยู่ในเขตคันโต อย่างไรก็ตามไม่ใช่แค่ พื้นที่ในเมืองจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจเท่านั้น ธรรมชาติที่สวยงามเช่นน้ำตก เคโกนที่นิคโก้ที่ซึ่งยังคงเหลือสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์สะท้อน ให้เห็นความรุ่งเรืองในอดีตช่วงยุคสมัยเอโดะ(1603-1867) ซึ่งเป็น ช่วงที่ปกครองโดยโยโกฮาม่า เมืองท่าในสมัยเปิดประเทศช่วงปลาย สมัยเอโดะ เมืองเก่าคามาคุระ: ซึ่งเจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางทาง การเมืองและวัฒนธรรมยุคกลางของญี่ปุ่น และเมืองแห่งน้ำพุร้อน ฮาโกเน่: ซึ่งมีมาตั้งแต่ยุคสมัยนารา (710-793) นิคโก้ Nikko นิคโก้ เป็นพื้นที่สำคัญแห่งหนึ่งของการบวงสรวง ภูเขาในญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ นิคโก้เจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็น พื้นที่ของครอบครัวโทคุกาว่าหลังจากการประดิษฐานของอัฎฐิ ของโทคุกาว่าอิเอยะสุซึ่งเป็นโชกุนคนแรกของรัฐบาลเอโดะ (1603-1867) ในปี 1617 ที่ศาลเจ้า \&#8221;โทโซกุ\&#8221; ความซับซ้อน ของสถาปัตยกรรมและศิลปะในยุคเอโดะเช่นการแกะสลักและ การประดับสามารถชมได้ที่ศาลเจ้าโทโชกุที่นิคโก้ในปัจจุบัน \&#8221;ทะเลสาบจูเซนจิ\&#8221; ซึ่งทอดตัวที่เนินเขาของภูเขานันไทมีชื่อเสียง ในความสวยงามของธรรมชาติในทุกฤดูกาล ศาลเจ้าโทโชกุที่นิคโก้ น้ำตกฟุคุโรตะ ถนนสายอะคว่าไลน์อ่าวโตเกียว โยโกฮาม่า Yokohama โยโกฮาม่า ถูกพัฒนาเป็นเมืองท่าสำหรับการค้ากับ ต่างประเทศในช่วงปลายสมัยเอโตะ(1603-1867) เมืองนานาชาติ \&#8221;มินาโต้มิไร 21\&#8221;ก่อตั้งโดยแผนปฎิรูปเมืองโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อมุ่งเข้าสู่ ศตวรรษที่ 21 เป็นหน้าตาของโยโกฮาม่าในปัจจุบันซึ่งประกอบไปด้วย อาคารการค้ามากมาย วิวของอ่าวโยโกฮาม่า สามารถชมดูได้จากสะพาน โยโกฮาม่าเบย์ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างเท่าเทียบเรือฮอนโมะคุและไดโคะคุ ร้านสินค้าจากต่างประเทศเช่นเฟอร์นิเจอร์หาได้ที่ย่านโมโตมะฉิ และ \&#8221; โยโกฮาม่าไชน่าทาวน์\&#8221; ยังเป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่แห่งหนึ่งในโลกด้วย ไซทามะ เทศกาลกลางคืนฉิฉิบุ &#8211; มินาโต้มิไร 21 &#8211; โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ คามาคุระ / ฮาโกเน่ Kamakura / Hakone คามาคุระเป็นเมืองหลวงเก่า ศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมในยุคกลางของญี่ปุ่น สิ่งก่อสร้างและ สมบัติอันมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ยังคงมีให้เห็นอยู่ที่ \&#8221;ศาลเจ้าทสึรุงะโอ คะฮะฉิมัง\&#8221;ศาลเจ้าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรัฐบาลระบบศักดินา \&#8221;เอโนชิม่า\&#8221; เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเก่าในพื้นที่เขตโซนัน เกาะซึ่งมีเส้นรอบวงยาวประมาณ 4 กิโลเมตรมีสิ่งที่น่าสนใจหลายมากมาย \&#8221;ทะเลสาบอาชิโนะโคะ\&#8221; พื้นที่ รีสอร์ทในที่สูงซึ่งอยู่ใน\&#8221; ฮาโกเน่\&#8221;เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับน้ำพุร้อนของมัน ทิวทัศน์ธรรมชาติจากการระเบิดของภูเขาไฟฮาโกเน่เช่น \&#8221; โอวาคุดะนิ\&#8221; สามารถชมได้ที่นี่ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ โอวาคุดะนิ ทะเลสาบอาชิโนะโคะ ศาลเจ้าทสึรุงะโอคะฮะฉิมัง โตเกียว TOKYO จิตวิญญาณดั้งเดิมในพื้นที่ทันสมัย ศูนย์กลางข้อมูล เต็มไปด้วยความตื่นตา ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของสมัยเอโดะในปี 1603 โตเกียวมีบทบาทที่สำคัญทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจในฐานะ เมืองหลวงของญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบัน โตเกียวเป็นมหานครมีประชากร 12 ล้านคนซึ่งเป็น 10 % ของจำนวนประชากรทั้งหมดของญี่ปุ่น โตเกียว ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมข้อมูลจากทั่วโลกเท่านั้นแต่มันยังมีเสน่ห์ใน ตัวเองจากประวัติศาสตร์ของมันด้วย แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม มีกินซะ: แหล่งช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านสไตล์ลิซ อาซาคุซะและอุเอะโน่: ดาวน์ทาวน์ของโตเกียว ชินจูกุและชิบูย่า : สถานีปลายทางของเมือง บริเวณชายหาดฝั่งตรงข้ามอ่าวโตเกียว และโตเกียวดีสนีย์แลนด์ พระราชวังอิมพีเรียล / กินซะ Imperial Palace / Ginza \&#8221;พระราชวังอิมพีเรียล\&#8221; ตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของโตเกียวเป็นที่อยู่อาศัย ของพระจักรพรรดิ บริเวณโดยรอบเปิดให้ชมได้ \&#8221;กินซะ\&#8221; เป็นที่รู้จัก ในฐานะของแหล่งช้อปปิ้งระดับสูงมาตั้งแต่อดีตมีร้านสินค้าดังและห้าง สรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงมากมาย \&#8221; คาบุคิซะ\&#8221; ซึ่งก่อสร้างเพื่อใช้เป็น โรงละครคาบุคิในปี 1889 ก็ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ \&#8221; สถานีโตเกียว\&#8221; ซึ่งเป็นเสมือนประตูสู่โตเกียวจากพื้นที่ทั่วญี่ปุ่นก็ตั้งอยู่แถบนี้ พระราชวังอิมพีเรียล สถานีโตเกียว กินซะ ชวนชิม สุกี้ยากี้ ซูชิ เทมปุระ อาซาคุซะ / อุเอะโน่ Asakusa / Ueno อาซาคุซะเป็นแหล่งบันเทิง ประกอบด้วยโรงหนัง โรงละครมาตั้งแต่สมัยเอโดะ (1603-1867) \&#8221;เซนโซจิ\&#8221; ซึ่งมีชื่อเสียงที่มีโคมไฟขนาดใหญ่แขวนอยู่ที่ประตูคามินาริ มองเป็นจุดที่เป็นสัญลักษณ์ของอาซะคุซะโอยมีถนนทอดยาว 260 เมตร ไปสู่ตัววัดซึ่งทั้งสองข้างทางเป็นร้านขายของที่ระลึกเรียกว่า \&#8221; นาคามิเซะ\&#8221; ส่วน \&#8221;โคะคุกิคัง\&#8221; ที่เรียวโคะคุเป็นสเตเดี้ยมสำหรับซูโม่ซึ่งเป็นกีฬา ประจำชาติของญี่ปุ่น คุณสามารถชมหมีแพนด้าได้ที่สวนสัตว์อะเอะโน่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ \&#8221;สวนสาธารณะอองซิอะเอะโน\&#8221; และก็มีพิพิธภัณฑ์และ แกลเลอรีงานศิลปะ สวนสาธารณะตั้งอยู่หน้าสถานีอุเอะโน่ซึ่งเป็น ประตูสู่โตเกียวจากเขตโทโฮะคุ แหล่งช้อปปิ้งที่ขึ้นชื่อของโตเกียว ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังสนใจ อะคิฮะบาร่า อาเมะยะโยโกะโจ เมืองไฟฟ้า \&#8221;อะคิฮะบาร่า\&#8221; เป็นบริเวณที่เป็นแหล่งรวมร้านขายเครื่อง ใช้ไฟฟ้า ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังให้ความสนใจมาซื้อสินค้าที่นี่ ส่วน\&#8221;อาเมะโยโกะโจ\&#8221; นั้นเป็นตลาดที่อยู่ใกล้สถานีอะเอะโน่มีร้านค้า ขายทั้งอาหารสด เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ในราคาถูกกว่า 540 ร้าน ชินจูกุ / ชิบูย่า Shinjuku / Shibuya ชินจูกุซึ่งเต็มไปด้วยสำนัก งาน ร้านค้า แหล่งบันเทิงโดยเฉพาะย่าน \&#8221;คาบุคิโจ\&#8221; ที่เป็นแหล่งบันเทิง มีจุดศูนย์กลางคือสถานีชินจูกุ ชินจูกุยังคงพัฒนาและเจริญอย่างต่อ เนื่องในฐานะศูนย์กลางนครแห่งใหม่โดยมี \&#8221;อาคารสูง\&#8221; มากมายเช่น อาคารที่ว่าการเมืองโตเกียว \&#8221;ชิบูย่า\&#8221; เป็นที่รู้จักดีในฐานะของศูนย์กลาง แฟชั่นและวัฒนธรรมของวัยรุ่น \&#8221;ฮาราจูกุ\&#8221; และ\&#8221;โอโมเทะซันโดะ\&#8221;ที่อยู่ ใกล้กันก็เป็นแหล่งช้อปปิ้งซึ่งมีร้านบูติคมากมาย Shinjuku Shibuya โอไดบะ / โรปปอนหงิ Odaiba / Roppongi \&#8221;โอไดบะ\&#8221; ซึ่งกำเนิด จากโครงการพัฒนาที่ถมทะเลในอ่าวโตเกียวเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ล่าสุด ของโตเกียวในปัจจุบัน ไม่เป็นเพียงเพราะว่ามีสวนสาธารณะ แหล่งบันเทิง ทันสมัยล่าสุด ร้านค้าซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสูดดมบรรยากาศของ ชายทะเลได้ในศูนย์กลางเมืองเท่านั้นแต่มันยังมีทิวทัศน์ยามค่ำคืน ของ สะพานแขวนเรนโบว์บริดจ์ที่แสนจะงดงามอีกด้วย คุณสามารถที่จะพบ เห็นชาวต่างชาติมากมายที่เมืองนานาชาติ \&#8221;โรปปอนหงิ\&#8221; ซึ่งเป็นแหล่ง บันเทิงยามค่ำคืน ที่นั่นมีโปรเจคต์ปฎิรูปขนาดใหญ่ \&#8221;โรปปอนหงิฮิลส์\&#8221; ซึ่งแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2003 โอไดบะ โรปปอนหงิฮิลส์ โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท Tokyo Disney Resort สถานที่ที่โปรดปรานของคนญี่ปุ่น มหัศจรรย์ดั่งต้นตำรับอเมริกา ถึงแม้ว่าดิสนีย์แลนด์ต้นตำรับจะอยู่ที่อเมริกา แต่ที่ญี่ปุ่นก็มิได้ มีเครื่องเล่นหรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่น้อยกว่าเลย พร้อมกับ การเสร็จสมบูรณ์ของโตเกียวดิสนีย์ซี สวนสนุกได้ขยายขนาด เป็น \&#8221;โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท\&#8221; ทำให้มันเป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมี ผู้เข้าชม 20 ล้านคนต่อปี โตเกียวดีสนีย์ซี โตเกียวดิสนีย์แลนด์ จูบุ / โฮะคุริคุ CHUBU / HOKURIKU สภาพอากาศที่แตกต่างและ ทิวทัศน์ของภูเขา ดินแดนแห่งการค้นพบและความประทับใจ ภายใต้การชมภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาไฟฟูจิ / อิชุ Mt.Fuji / Izu เป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงทั่วโลก เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นที่มีความสูงที่สุดในประเทศ 3,776 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลมีนักปีนเขามากมายที่ปรารถนาที่จะไปพิชิต ขอดของมัน \&#8221;ที่ราบสูงอิซุ\&#8221; เป็นรีสอร์ทแถบคันโตที่ได้รับความนิยม มีพิพิธภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใครมากมาย \&#8221;เมืองน้ำพุร้อนอิโด\&#8221; ซึ่งขนาบ ข้างด้วยทะเลและภูเขาและเป็นที่รู้จักในฐานะของ \&#8221;เมืองน้ำพุร้อน\&#8221; ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอิซุ ส่วน \&#8221;ทางตะวันตกของอิซุ\&#8217; นั้น เต็มไปด้วยแนวฝั่งทะเลที่สวยงามและน้ำพุร้อนที่คอยช่วยคลาย ความเหนื่อยล้าของนักท่องเที่ยว น้ำพุร้อนกลางแจ้งที่สามารถชม ภูเขาไฟฟูจิก็มีไว้คอยบริการ ฮิดะ / ทาคายาม่า Hida / Takayama เขตฮิดะในจังหวัดกิฝุตั้งอยู่ที่ จุดศูนย์กลางของญี่ปุ่นโดยประมาณ การมีภูเขาและหุบเขาล้อมรอบทำให้ แถบนี้มีหิมะตกหนัก และมีฤดูหนาวที่หนาว \&#8221;ชิราคาว่าโกะ\&#8221; เป็นชุมชน ที่อยู่ระหว่างภูเขาซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก บ้านสมัยเก่า ซึ่งเรียกว่า \&#8221;กัสโซทจึคุริ\&#8221; ซึ่งทำจากฟางแห้งและไม้เท่านั้นยังมีให้เห็น อยู่ที่บริเวณนี้ แถวของบ้านซึ่งเรียกว่า \&#8221;มาฉิยะจุคริ\&#8221; ที่ ทาคายาม่า/ ซังมาฉิ\&#8221; ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของทาคายาม่า ยังคงสภาพ เดิมไม่เปลี่ยนแปลงจากยุคสมัยเอโดะ (1603-1867) มีร้านขายของ ที่ระลึก ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ศิลปะให้เข้าชมได้ มัตสึโมโต้ / นางาโน่ / คารุยซาว่า Matsumoto/ Nagono/ karuizawa จังหวัดนางาโน่มีภูมิประเทศเป็นภูเขากว่า 91 ลูกที่สูงกว่า 2,500 เมตร \&#8221;ถนนสายวีนัสไลน์\&#8221; เป็นถนนวิ่งฟรีซึ่งผ่านเขตที่ราบสูงเซนคิริกามิเซะ และทาเทะซิน่า มัตสึโมโต้เป็นเมืองปราสาทซึ่งเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ สมัยเอโดะ(1603-1867) สัญลักษณ์ของเมืองคือ \&#8221;ปราสาทมัตสึโมโต้\&#8221; ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นสมบัติของชาติ \&#8221;เซนโคจิ\&#8221; เป็นวัดเก่าของ นางาโน่ซึ่งสร้างมากกว่า 1,400 ปีแล้ว \&#8221;คารุยซาว่า\&#8221; เป็นรีสอร์ทพักร้อน ที่มีชื่อเสียงซึ่งคนต่างชาตินิยมมาพักในอดีต ที่คิโซจิ เส้นทางขนส่ง หลักในยุคเอโดะ มีเมืองที่เป็นจุดพักระหว่างทางเช่น ทสึมาโกะ ซึ่งยังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจนถึงปัจจุบัน นาโกย่า Nagoya เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตจูบุ เป็นเมืองสมัยใหม่ที่มี สิ่งอำนวยความสะดวกสมบูรณ์เช่น อาคารค้าขายนอกเหนือจากนี้ก็ยังมี สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วย \&#8221;ปราสาทนาโกย่า\&#8221; สร้างเมื่อปี 1612 เป็นบ้านของขุนนางมากกว่า 250 ปีเปิดให้เข้าชมได้ในปัจจุบัน อิเซะ / ซิม่า Ise/ Shima ตั้งอยู่ทางตะวันตกของคาบสมุทรคิอิ มีทัศนียภาพทางธรรมชาติที่สวยงามมากตลอดชายฝั่ง ทะเลเป็นที่กล่าวกันว่าในสมัยเอโดะ(1603-1867) ผู้คนกว่าหนึ่งในห้ามา สักการะบูชาที่ \&#8221;ศาลเจ้าอิเซะ\&#8221; ซึ่งมีชื่อเสียงมาก \&#8221;อ่าวอะโกะ\&#8221; ซึ่งเป็น ที่รู้จักกันดีในด้านการเลี้ยงมุกเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่มี ชื่อเสียงของซิม่า โฮะคุริคุ Hokuriku ที่เทือกเขาฮิดะในจังหวัดโทยาม่าซึ่งสูงกว่า 3,000 เมตร ที่ให้เดินเขาที่มีชื่อเสียงหลายที่เช่นที่ \&#8221;ภูเขาทาเทะยาม่า\&#8221; และที่หุบเขาคุโรเบะ\&#8221; จังหวัดอิซิคาว่าเป็นศูนย์กลางของเขตโฮะคุริคุ มาตั้งแต่อดีตกาลมีแหล่ง ท่องเที่ยวมากมายที่นั่น เช่น \&#8221;เคนโระคุเอน\&#8221; ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของสวนที่ สวยที่สุดในญี่ปุ่น \&#8221;โนโตะคอนโกะ\&#8221; จุดท่องเที่ยวที่สำคัญของคาบสมุทรโนโตะ มีทิวทัศน์ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะหินของคลื่นตลอดชายฝั่งยาว 30 กิโลเมตร \&#8221;โทจิมโบะ\&#8221; ในจังหวัด ฟุคุเป็นที่รู้จักในฐานะที่มีหน้าผาที่สูงชัน เกาะที่ลอย อยู่ในทะเลของจังหวัดนึงะตะคือ \&#8221;เกาะซาโดะ\&#8221; ซึ่งมีประวัติศาสตร์มากมาย และธรรมชาติที่สวยงาม เกียวโต KYOTO เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสถานที่ประวัติศาสตร์ เกียวโตสืบทอดประเพณีและความสวยงามของญี่ปุ่นมาสู่ปัจจุบัน เกียวโตเป็นเมืองเก่าถูกพัฒนาขึ้นหลังการก่อตั้งเฮอันเคียวในปี 794 และเป็นที่พักอาศัยของพระจักรพรรดิยิ่งกว่า 1,000 ปีเมืองนี้ซึ่งกลายเป็น เมืองปราสาทหลังจากที่ปราสาทนิโจสร้างเสร็จเรียบร้อยในยุคเอโดะ (1603-1867) มีมรดกที่มีค่าทางประวัติศาสตร์มากมายเช่น วัดคิงคะคุจิ / กิงคุคุจิ วัดโทจิ และวัดคิโยมิซุเดระ เมืองเกียวโตยังมีทิวทัศน์ วัดคิงคะคุจิ ปราสาทนิโจ วัดคิงคุคุจิ อาคารสีทองหลายชั้นตั้งอยู่ในเขตโตะคุอองจิเรียกว่าคองคะคุ ดังนั้นวัดนี้จึงถูกเรียกว่าวัดคิงคะจุจิ ปราสาทนิโจ มรดกโลกที่ถูกต้องก่อสร้างขึ้นในปี 1569 โดยอิเอยาสุซึ่งเป็น โทคุกาว่าโชกุนคนแรก สวนและผนังที่ถูกวาดลวดลายสวยงามซึ่งยังมีชีวิตอยู่ทรัพย์สิน ทางวัฒนธรรมที่สำคัญแสดงให้เห็นถึงความเจริญร่งเรืองของตระกูลโทคุกาว่า คันไซ KANSAI ชมความเก่าที่ผสมผสานกับความใหม่ที่ไม่เหมือนกับ ที่อื่นในเขตตะวันตก เขตคันไซเป็นศูนย์กลางทางการเมือง วัฒนธรรมและเศรษฐกิจของญี่ปุ่นตั้งแต่โบราณกาลจนแต้มกระทั่งปลายสมัยกลาง นอกจากนี้สภาพอากาศที่ค่อนข้าง อุ่นตลอดปีของคันไซทำให้บริเวณนี้มี ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ นาราเคยเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรม ในสมัยโบราณ เมืองเก่าแห่งนี้ซึ่งเป็นมรดกโลกแห่งนี้มีสมบัติทาง สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่ประมาณค่าไม่ได้สร้างในสมัยอะซุคะ (600-709) และนารา(710-793) โอซาก้าซึ่งถูกเรียกว่า \&#8221;เมืองหลวงแห่งน้ำ\&#8221; และ \&#8221; ครัวแห่งโลก\&#8221; ในสมัยเอโดะ(1603-1867) ถูกพัฒนา ให้เป็นเมืองแห่งการค้าซึ่งมีวัฒนธรรมแบบเปิด ในโกเบ ซึ่งท่าเรือเริ่มเปิด ใช้ในศตวรรษที่ 19 ก็ยังคงเจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็นหนึ่งในเมืองท่าที่ สำคัญของญี่ปุ่น และที่ฮิเมจิซึ่งเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งในจังหวัดเฮียวโกะ มีสถานที่ทั้งเก่าและใหม่ที่น่าสนใจ นารา Nara เจนเจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นต้องแต่ช่วง เริ่มต้นของราชวงศ์ยามาโต้(300-600) จนกระทั่งเมืองหลวงถูกย้ายในปี 784 \&#8221;วัดโตไดจิ\&#8221; มีชื่อเสียงจาก \&#8221;พระพุทธรูปองค์ใหญ่\&#8221; ศาลเจ้าคาซูงะตั้งอยู่ใน \&#8221;สวนสาธารณะนารา\&#8221; ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง สวนสาธารณะนี้มีกว้างอาศัยอยู่ ด้วยจึงเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับผู้คนด้วย เมืองหลวงเก่าแห่งนี้มีวัดและ ศาลเจ้ามากมายซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่น \&#8221;โฮริวจิ\&#8221; ซึ่งเป็นวัดไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก \&#8221;ภูเขาโยชิโน่\&#8221; ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ เป็นจุดชมวิวดอกซะกุระบานที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นสีของภูเขา ในฤดูใบไม้ร่วงก็สวยงามด้วย ดอกซากุระบาน วัดโตไดจิ โอซาก้า Osaka เป็นเมืองศูนย์กลางของฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่นมีประชากร 2.6 ล้านคน ในสมัยเอโดะ(1603-1867) โอซาก้าเป็นศูนย์กระจายสินค้าของทั้งประเทศและตั้งแต่ สมัยเมจิ(1868-1913) โอซาก้าถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจญี่ปุ่นด้วย ธุรกิจค้าส่ง \&#8221;ชินไซบาซิ\&#8221; เป็นเขตดาวน์ทาวน์เต็มไปด้วยร้านค้าหลากหลายที่ซึ่ง คุณจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมแบบเปิดที่ไม่ถอดแบบที่ไหนของโอซาก้า \&#8221;ปราสาทโอซาก้า\&#8221; สร้างในปี 1583 เป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญของโอซาก้า \&#8221;คิตะชินฉิ\&#8221; เป็นแหล่งบันเทิง ระดับสูงซึ่งครอบครองพื้นที่ส่วนหนึ่งด้านหน้าสถานีโอซาก้า ปราสาทโอซาก้า ชินไซบาซิ โกเบ / ฮิเมจิ Kobe / Himeji ซึ่งอยู่ติดกับทะเลเซโตะถูกพัฒนาให้เป็นเมืองท่า อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกเห็นได้เด่นชัดที่นี่เนื่องจากมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากในสมัยเอโดะ (1603-1867) \&#8221;สวนสาธารณะเมริเคน\&#8221; เป็นสวนสาธารณะริมทะเลซึ่งสร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 120 ปี ของการเปิดท่า \&#8221;ภูเขาโระโคะ\&#8221; ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโกเบเป็นที่รู้จักกันดีในด้านความสวยงามของ ทัศนียภาพยามค่ำคืนจากยอดเขา ฮิเมจิเป็นเมืองศูนย์กลางทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดเฮียวโกะ มีประชากร 500,000 คน สัญลักษณ์ของเมืองคือ \&#8221;ปราสาทฮิเมจิ\&#8217; ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็น มรดกโลก \&#8221;คุมาโนะโคะโด\&#8221; เป็นเส้นทางนมัสการทางศาสนาโบราณซึ่งเพิ่งจะสำเร็จได้รับการ จดทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2004 จูโกะคุ / ชิโคะคุ CHUGOKU / SHIKOKU เพลิดเพลินกับทะเล ท้องฟ้า ทิวทัศน์สีเขียวท่ามกลางธรรมชาติ เขตจูโกะคุแบ่งแยกโดยเทือกเขาได้เป็นสองเขต คือ ซันอินและซันโย ที่ติดกับทะเลญี่ปุ่นคือ ซันอินซึ่งมีความสวยงามของธรรมชาติเช่นเนินทราย และหินปูน แง่มุมซันโยที่อยู่มรรคด้านทะเลเซโตะนั้นมีสภาพอากาศที่อ่อนโยน ตลอดทั้งปี เมืองที่สำคัญในแถบนี้คือ ฮิโรชิม่า เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขต จูโกะคุและชิโคะคุ คุราชิคิ เขตการค้าในยุคสมัยใหม่ ชิมาเน่และโอคิ ซึ่งไปที่ดินแดนประวัติศาสตร์ อิซุโม่ซึ่งเป็นที่เกิดเทพนิยายญี่ปุ่น ด้วยความที่เป็นเกาะ ซิโคะคุ ดินแดนหนึ่งความสะดวกสบายซึ่งอยู่ ติดกับทะเลเซโตะ จึงยังเต็มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติที่ยัง ไม่เสื่อมโทรมทั้งทะเล ภูเขาและแม่น้ำ ฮิโรชิม่า / คุราชิคิ Hiroshima / Kurashiki เมืองใหญ่ที่มีประชากร 1.1 ล้านคน มีประวัติศาสตร์เคยถูกระเบิดปรมาณู \&#8221;อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิม่า\&#8221; และสวนอนุสรณ์สันติภาพ ตราของสันติภาพอันนิรันดร์ แสดงให้เห็น ถึงข้อความน่ากลัวของสงครามและระเบิดปรมาณู โกดังผนังสีขาวเรียงยาวไป ตามแม่น้ำคุราชิคิใน \&#8221;คุราชิคิ\&#8221; ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้าวของเขตนี้มาตั้งแต่อดีตกาล แสดงให้เป็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมือง \&#8221;มิยาจิม่า\&#8221; ซึ่งเป็นหนึ่งในสาม ของทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น เป็นเกาะอยู่ในทะเลเซโตะ\&#8221;ศาลเจ้าอิทสึคุชิม่า\&#8221; ซึ่งตั้งไปบนเกาะมิยาจิม่า{เป็น|หมายถึง|คือ|ประมาณความว่า|ยังมีชีวิตินทรีย์อยู่|ยังไม่ตาย|สด|ทั้งเป็น|มีชีวิต|ดำรงฐานะ|ครอบครอง}ศูนย์รวมของความเชื่อบนเกาะ คิวชู / โอคินาว่า KYUSHU / OKINAWA แดนสวรรค์ทางใต้ในท้องฟ้าและ ทะเลอันกว้างใหญ่ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เนื่องละคิวชูเป็นเกาะที่อยู่ใต้ที่สุดในเกาะหลักสี่เกาะของญี่ปุ่น<br />
<b>ประกันภัยการเดินทาง</b> คือ ยิ่งกว่าเพื่อนร่วมทางและจำเป็น ท่องตะลอนทั่วโลกข้อมูลประเทศตัวอย่างน่าเที่ยวติดอันดับ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และอื่นๆ  ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศส ข่าวคราวทั่วจร: ฝรั่งเศส เป็นรัฐที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป หากดูในแผนที่แล้วจะเห็นว่ามีลักษณะประหนึ่งรูปหกเหลี่ยม อีกทั้งยังมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่กินอาณาบริเวณกว้าง การขอวีซ่า: เอกสารแห่งหนต้องเตรียม 1. รูปถ่ายสี ขนาด 1.5 &#8211; 2 นิ้ว 2 ใบ 2. หนังสือเดินทางของท่านที่มีปูนการใช้งานอย่างเล็ก 6 เดือน ตวงจากกลางวันเดินทาง 3. สำเนาบัญชีรายชื่อบ้าน 4. สำเนาบัตรประชาชน 5. ทะเบียนสมรส/ ใบหย่า (ถ้ามี) 6. สำเนาสูติบัตร ในกรณีที่อายุไม่ถึง 20 ปี 7. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ/ นามสกุล (ถ้ามี) 8. สมุดบัญชีเงินฝากตัวจริงที่อัพเดทเป็นประจุบัน พร้อมกับสำเนา (ออมทรัพย์/ ประจำ ย้อนหลัง 6 เดือน) 9. หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัท หรือไม่นายจ้าง ซึ่งจะสัมผัสมีการชี้รายละเอียดเนื่องกับงานที่จัดการ และมีการอนุมัติการลาพักร้อนมาด้วย แต่ถ้าเป็นเจ้าของกงสีเอง จะต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียนการค้ามาด้วย10. กรมธรรม์ประกันสุขภาพ ที่คุ้มครองท่านตลอดระยะเวลาการเดินทาง ตลอดจนในกรณีที่ต้องนำส่งกลับประเทศไทย วงเงินขั้นต่ำ 30,000 ยูโร หรือประมาณ 1,500,000 บาท 11. เอกสารรับรองห้องพักจากทางโรงแรมในฝรั่งเศส 12. หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินที่ระบุวันเดินทางไป-กลับโดยชัดเจนv 13. สถานที่ที่จะไปเที่ยวในกลุ่มประเทศ Schengen (Itinerary) สถานทูตไทยในฝรั่งเศส: L\&#8217;AMBASSADE ROYALE DE THAILANDE 8, Rue Greuze 75116 Paris โทร: (331) 5626 5050 แฟกซ์: (331) 5626 0445/46 เปิดทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.30 &#8211; 12.30 น. และ 14.30 &#8211; 17.30 น. ภาษาที่ใช้: ชาวฝรั่งเศสจะพูดภาษาของตัวเอง คือ ภาษาฝรั่งเศส ฉะนั้น การทำสัญญาใดๆ ก็ตาม เช่น การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การศึกษา จะต้องใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก ปัจจุบัน ภาษาฝรั่งเศส มีคนนิยมใช้กันมากขึ้นอย่างเช่นใน สวิตเซอร์แลนด์ แคนาดา เป็นต้น ความแตกต่างของเวลา: เวลาของประเทศฝรั่งเศสจะช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง เมื่อไปถึงแม้ว่าแล้วอย่าเลอะเลือนปรับนาฬิกาด้วย สภาพอากาศ: นครปารีส อากาศจะอยู่ที่ประมาณ 12 องศาเซลเซียส แต่อาจจะไม่แน่นอนเสมอไป เนื่องจากบางคราวในกรุงปารีส ก็จะมีวรรษตกตลอดทั้งปี หรือบางครั้งถ้าเป็นฤดูหนาว จะมีอุณหภูมิต่ำลงถึงประมาณ 3 องศาเซลเซียส เลยก็ได้ เพราะฉะนั้น งานเดินทางไปเมืองปารีส จะต้องเตรียมเสื้อผ้าไว้บ่าหลายรูปร่างแบบ พร้อมรับมือกับสภาพอากาศของฝรั่งเศสกันด้วย ค่าทรัพย์สิน และการธนาคาร: ฝรั่งเศสใช้เงินฟรังค์ (FF) ซึ่งเท่ากับเงินไทยประมาณ 40 บาท ค่าเงินจะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงหนขณะที่แลกในช่วงนั้นด้วยเงินฟรังค์จะแบ่งเป็นมูลค่า 500, 200, 100, 50 และ 20 ฟรังค์ เงินเหรียญของฝรั่งเศสมีมูลค่าตั้งแต่ 50, 20, 10 และ 5 ซองตีม โดยเหรียญ 50 ซอง จะออกมาในสัณฐาน ฟรังค์ ระบบไฟฟ้า: ฝรั่งเศสใช้ระบบไฟฟ้าเหมือนประเทศไทยคือเป็นแบบ 220 โวลต์ บางที่ก็เป็นปลั๊กไฟฟ้าสองตา โปร่งที่ก็เป็นปลั๊กชนิดสามขา เพราะดังนั้น จำเป็นต้องเตรียมปลั๊กเสียบ หรือ Adapter มาจากเมืองไทย จะได้สามารถใช้ปลั๊กได้ทั้ง 2 แบบ น้ำประปา: ระบบน้ำประปาในฝรั่งเศสสะอาดจนสามารถดื่มได้จากก๊อกเลย แต่ถ้าน้ำจากก๊อกที่ไหนไม่สะอาดพอ จะมีป้ายบอกไว้เสมอว่าไม่สามารถดื่มได้ หรือคำว่า eau non potable ลองสังเกตดู ระบบโทรศัพท์: โทรศัพท์สาธารณะในฝรั่งเศสมีทั้งแบบใช้บัตรและแบบหยอดเหรียญ ถ้าเป็นในเมืองใหญ่ๆ มักจะเป็นแบบใช้บัตร ซึ่งหากต้องการโทรศัพท์กลับมาเมืองไทย ขอชี้นำนำให้ใช้บัตรโทรศัพท์จะสะดวกกว่าแบบหยอดเหรียญ ท่านสามารถหาซื้อบัตรโทรศัพท์ได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ แผงลอยขายหนังสือที่มีอยู่ทั่วไปหรือตามสถานีรถไฟ และร้านขายของที่มีป้ายติดว่าจำหน่ายบัตรโทรศัพท์ หรือ Telecarte หากจะโทรศัพท์มาประเทศไทยด้วยโทรศัพท์สาธารณะจะต้องหมุน 19+66+รหัสเมือง+หมายเลขที่ต้องการ แต่ถ้าอยู่ที่เมืองอื่นๆ ในฝรั่งเศส นอกเหนือจากมหานครปารีส และต้องการจะโทรศัพท์มายังปารีส หมุนหมายเลข 16+1+หมายเลขที่ท่านต้องการได้เลย ข้อแนะนำพิเศษ: ตามร้านอาหารหรือภัตตาคารส่วนใหญ่ในฝรั่งเศส จะคิดค่าเซอร์วิสชาร์จประมาณ 10-15% ของราคาอาหาร ดังนั้นการทิปอาจจะไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก แต่คนส่วนมากมักจะให้เศษเหรียญ หรือเงินสัก 2-3 ฟรังค์ ไม่ว่าอาหารที่ทานจะมีราคาเท่าไหร่ก็ตาม หรือถ้าเราพอใจการบริการของเขา ก็อาจจะทิปให้มากก็ได้ถ้าไปนั่งจิบกาแฟที่คอฟฟี่ช็อป ควรจะให้ทิปไว้สัก 1 ฟรังค์ แต่ถ้าบริการไม่ดีก็ไม่จำเป็นต้องทิปค่ะ ทั้งนี้ ในส่วนของการโดยสารแท็กซี่ และการชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ ปกติจะทิปประมาณ 2-3 ฟรังค์ อาหารท้องถิ่น: เที่ยวชมรอบเมืองแล้ว ก็ต้องแวะชิมอาหารเลื่องชื่อของฝรั่งเศสกันซักหน่อย เพราะประเทศนี้เขาโด่งดังด้านอาหารการกินอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นแหล่งผลิตไวน์ และ แชมเปญที่สำคัญที่สุดของโลกในปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไวน์แดงและไวน์ขาว สำหรับขนมปังก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ขนมปังของฝรั่งเศสจะเรียกว่า บาแกตต์ (Baquette) มีเอกลักษณ์พิเศษกว่าใคร ด้วยการทำเป็นทรงยาวกว่า 2 ฟุต รูปร่างคล้ายกระบองเลย เวลาทานมักบิออกด้วยมือ หรือฝานออกเป็นชิ้นๆ ส่วนอีกชนิดที่นิยมคือ ครัวซองต์ ค่ะ ท่านสามารถลิ้มลองได้ในรายการบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า จากภัตตาคารภายในที่พักในฝรั่งเศสของท่าน นอกจากนี้ยังมี เครป ขนมสุดฮิตของชาวปารีเซียง และ เอแคลร์ ขนมที่เป็นที่รู้จักกันดีของชาวฝรั่งเศส สำหรับเป็นทางเลือกอีกด้วย แหล่งช้อปปิ้ง: ฝรั่งเศส เรียกได้ว่าเป็นเมืองแฟชั่นก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น เสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นของประเทศฝรั่งเศสจึงมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะถือเป็นศูนย์รวมของดีไซเนอร์ชื่อดัง และเป็นต้นฉบับของแฟชั่นทั่วโลก รูปแบบของเสื้อผ้าจะค่อนข้างทันสมัย สำหรับสินค้าอีกอย่างที่เลื่องลืออย่างมากคือ น้ำหอม นักท่องเที่ยวทั่วไปนิยมซื้อน้ำหอมยี่ห้อที่ฝรั่งเศสเป็นต้นตำรับการผลิต เพราะจะมีราคาถูกกว่าที่นำมาขายในต่างประเทศมาก เมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตหัวน้ำหอมกลิ่นต่างๆ คือ เมืองนีส คานส์ ริเวียร่า ส่วนยี่ห้อน้ำหอมที่โดดเด่นของฝรั่งเศสได้แก่ Christian Dior, Caron, Givenchy, Rochas, Guerlain, Paco Rabanne เป็นต้น ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ ข้อมูลทั่วไป: ประเทศเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ของทวีปเอเชีย มีเนื้อที่ประมาณ 99,208 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวงของเกาหลีใต้ คือ กรุงโซล ประเทศนี้มีชุดประจำชาติ ที่เราๆต่างก็เคยเห็นกันใน หนังเกาหลีใต้ต่างๆเรียกว่า \&#8221;ชุดฮันบก\&#8221; การขอวีซ่า: เกาหลีใต้เป็นอีกประเทศหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ต้องดำเนินการขอวีซ่าและสามารถอยู่ในเกาหลีใต้ได้เป็น เวลานานถึง 90 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่าอีกด้วย ภาษาที่ใช้: ประชาชนชาวเกาหลีใต้ใช้ภาษาเกาหลีใต้กันในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีวัยรุ่นหนุ่มสาวยุคใหม่อยู่เป็นจำนวนมาก ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวได้ ความแตกต่างของเวลา: เวลาที่ประเทศเกาหลีใต้จะเร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 2 ชั่วโมงไปถึงที่เกาหลีใต้แล้วอย่าลืมเปลี่ยนเวลาด้วย สภาพอากาศ: ประเทศเกาหลีใต้อยู่ในเขตอบอุ่นซึ่งมีอยู่ 4 ฤดูกาลใน 1 ปี ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม ทำให้ทั่วประเทศเกาหลีใต้บานสะพรั่งไปด้วยดอกไม้ที่สวยงาม ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน) คือฤดูกาลแห่งแสงอาทิตย์ ชาวเกาหลีใต้จะนิยมออกนอกที่พักเพื่อมาอาศัยผ่อนใน{วัน|ทิวา|ทิวากาล|กลางวัน|หนกลางวัน}หยุด ฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างแขกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้อากาศจะเริ่มเย็นลงแล้ว ส่วนฤดูหนาว จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมีนาคม อากาศจะหนาวเย็นและมีหิมะตก ฤดูหนาวที่ เกาหลีใต้ ถือว่าเป็นฤดูท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ กิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเกาหลีใต้ในช่วงฤดูหนาว ก็คือการเล่นสกี อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย ค่าเงิน และการธนาคาร: สกุลเงินของเกาหลีใต้คือ วอน โดยเหรียญแบ่งออกเป็น 10, 50, 100 และ 500 วอนค่ะ ส่วนธนบัตรมีใบละ 1000, 5000 และ 10000 วอน อัตราแลกเปลี่ยน 1,000 วอน อยู่ที่ประมาณ 37 บาท ระบบกระแสไฟ: ในประเทศเกาหลีใต้ โดยทั่วไปแล้วจะใช้กระแสไฟฟ้า 110 โวลต์แต่หากเป็นที่โรงแรมในเกาหลีใต้ส่วนมาก ก็จะมีอยู่บริการให้ทั้ง 2 แบบ ก่อนเสียบปลั๊กควรตรวจสอบดูให้แน่ใจเสียก่อน เพื่อความปลอดภัย ระบบโทรศัพท์: นักท่องเที่ยวสามารถใช้โทรศัพท์สาธารณะชนิดหยอดเหรียญได้โดยใช้เหรียญ 10, 50 และ 100 วอน หากเป็นโทรศัพท์ชนิดใช้บัตร มีตั้งแต่ 3000, 5000 และ 10000 วอน สำหรับอัตราค่าโทรศัพท์นั้น การโทรภายในประเทศอยู่ที่ 50 วอน ต่อ 3 นาที ส่วนค่าโทรศัพท์ทางไกลและข้ามประเทศจะแตกต่างกันตามระยะทาง สำหรับการโทรเข้าประเทศไทย ค่าโทรจะประมาณนาทีละ 400 วอน หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ: 1. ตำรวจ: 112 2. หน่วยดับเพลิง: 119 3. ฝ่ายบริการประชาชน ของสูญหาย: 295-1282, 299-1282 การเดินทาง: การเดินทางมาเที่ยวเกาหลีใต้โดยทางเครื่องบิน มีเที่ยวบินของสายการบินนานาชาติหลายสาย เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวเป็นประจำประเทศเกาหลีใต้มีอยู่ท่าอากาศยานนานาชาติอยู่ 3 แห่งด้วยกัน คือ ท่าอากาศยานนานาชาติคิมโป ใกล้กรุงโซล คิมแฮ ใกล้พูซาน และเชจู บนเกาะเชจู ส่วนท่าเรือเดินสมุทรก็มีหลายแห่งเหมือนกับกัน สำหรับการเคลื่อนที่ทางภายในเกาหลีใต้นั้น ประกอบด้วย ทางอากาศ: ประเทศเกาหลีใต้มีสายการบินภายในประเทศ ที่บริการบินเชื่อมโยงระหว่างเมืองใหญ่ๆ ทางบก: การโดยสารรถแท็กซี่ภายในเมืองต่างๆ นับว่าสะดวกสบายทีเดียว เพราะมีรถแท็กซี่เป็นจำนวนมากและราคาก็ไม่แพงมากด้วย ซึ่งรถแท็กซี่เหล่านี้ จะคิดราคาโดยใช้ระบบมิเตอร์เหมือนที่บ้านเราเลย การเดินทางโดยรถเช่า ก็สามารถทำได้ หรือจะเป็นรถทัวร์ ก็มีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของเกาหลีใต้อีกด้วย ส่วนการคมนาคมขนส่งทางรถไฟ: ในแต่ละเมือง จะมีบริการไปยังสถานีต่างๆเชื่อมโยงถึงกันเกือบทุกส่วนของประเทศ อย่างไรก็ตาม ตารางการเดินรถและตารางเวลาของ รถไฟ และ รถทัวร์ จะถูกแสดงเป็นภาษาเกาหลีใต้เพียงภาษาเดียว จึงถือเป็นปัญหาสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ใครไปเที่ยวเองโดยไม่ได้ไปกับทัวร์คงต้องหาคนแถวนั้นถามดู ข้อแนะนำพิเศษ: การเดินทางภายในประเทศโดยใช้เครื่องบิน จะต้องเสียภาษีสนามบินภายในประเทศ 3000 วอน โดยการชำระที่เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินแต่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีสนามบิน ในส่วนของการให้ทิป ที่ประเทศเกาหลีใต้ ไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติการว่าจะต้องให้ทิป นอกเสียจากว่าจะได้รับบริการพิเศษ เช่น ขนกระเป๋า บริการจากคนขับรถ บริการจากไกด์ท้องถิ่น เป็นต้น อาหารการกินท้องถิ่น: อาหารในประเทศเกาหลีใต้มีความแปลกตา และแตกต่าง จากอาหารของประเทศอื่น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศ ที่แตกต่างจากประเทศในแถบเอเชียด้วยกัน อาหารส่วนใหญ่จึงเน้น เพื่อสุขภาพและบำรุงร่ายกาย โดยอาหารการกินมักออกรสชนชาติจืด ไปซักหน่อย แต่ก็มีเครื่องมือเคียงต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติ อาหารที่รู้จักกันดีของเกาหลีใต้ คือ คิมซี หรือพืชผักดองนั่นเอง ซึ่งมีหน้าตาที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเภทของผักและกรรมวิธีการทำ อาหารที่ขึ้นชื่ออีกชนิดคือ บุลโกกิก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ หมูย่างเกาหลีใต้ จะมีอยู่รสชาติออกหวาน จึงเป็นที่แบบของนักท่องเที่ยว จำนวนไม่น้อยท่านสามารถลองหาทานอาหารรสเลิศเหล่านี้ได้ตาม ร้านอาหารทั่วไป หรือ ภัตตาคารภายในที่พักในเกาหลีใต้ของท่าน แหล่งช้อปปิ้ง: การจับจ่ายซื้อสินค้าในเกาหลีใต้นั้น สินค้าที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว คือสินค้าพื้นเมืองทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เนคไท ผ้าพันคอ กระเป๋า เครื่องหนัง โสมเกาหลีใต้ และของที่จำต่างๆ แต่ถ้าต้องการซื้อสินค้านานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลก นักท่องเที่ยวก็สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าปลอดภาษี หรือห้างสรรพสินค้า ประเทศจีน : กรุงปักกิ่ง กรุงปักกิ่ง : นครกวางโจว : นครคุนหมิง : นครเซี่งไฮ้ : เมืองฮ่องกง ข้อมูลเบื้องต้น : กรุงปักกิ่ง ที่ตั้ง จีนตั้งอยู่บนทวีปเอเชียตะวันออก มีเนื้อที่ 9.6 ล้าน ตร.กม. ประชากร 1.25 พันล้านคน โดยเป็นเชื้อชานฮั่นร้อยละ 94 เมืองหลวง กรุงปักกิ่ง หรือเป่ยจิง มีประชากร 13 ล้านคน ภาษา จีนกลาง (Putonghua) เป็นภาษาราชการ และยังมีภาาษาท้องถิ่นใช้กันอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ศาสนา ที่สำคัญ ได้แก่ ลัทธิขงจื้อ พุทธ เต๋า อิสลาม คริสต์ และลามะทิเบต สกุลเงิน หยวนเหรินเหมินบี้ 10 เฟิน = 1 เจียว หรือเหมา 10 เจียว = 1 หยวน (1 หยวน = 4.5 บาท โดยประมาณ) การเข้าเมือง ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา ต้องขอวีซ่าจากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่จีน ในประเภทที่ถูกต้อง ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ เดินทางเข้าจีนได้ไม่เกิน 30 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า ผู้เดินทางเข้าจีนโดยผิดกฎหมาย จะถูกปรับตั้งแต่ 1,000 &#8211; 10,000 หยวน และ/หรือถูกจำคุกตั้งแต่ 3 &#8211; 10 วัน และถูกส่งตัวกลับ ผู้ที่พำนักอยู่ในจีนโดยผิดกฎหมายจะถูกปรับวันละ 500 หยวน และ/หรือถูกจำคุกตั้งแต่ 3 &#8211; 10 วัน การขอต่ออายุวีซ่าในปักกิ่งทำได้ ณ Public Security Bureau เลขที่ 2 ถนนอัน ติง เหมือน ตง ต้า เจีย เขตตุงเฉิง ปักกิ่ง โทร.(8610) 840-15292 ผู้ที่ทำงานในจีนโดยมิได้รับอนุญาต จะถูกปรับ และถูกส่งตัวกลับ และผู้ว่าจ้างงานก็จะถูกปรับเช่นกัน ผู้ปลอมแปลงวีซ่าจีน จะถูกปรับตั้งแต่ 1,000 &#8211; 10,000 หยวน และ/หรือถูกจำคุกตั้งแต่ 3 &#8211; 10 วัน และถูกส่งกลับ ผู้ที่เดินทางผ่านจีนไปประเทศที่สาม ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า หากรอเปลี่ยนเครื่องบินไม่เกิน 24 ช.ม. ระเบียบการศุลกากร ผู้ที่เดินทางถึงกรุงปักกิ่งต้องกรอกแบบคนเข้าเมือง แบบศุลกากรและแบบสุขภาพอนามัย เมื่อเดินทางออกต่างประเทศต้อง จ่ายค่าภาษีสนามบิน 90 หยวน (ภายในประเทศ 50 หยวน) จีนอนุญาตให้นำบุหรี่เข้าประเทศได้ 400 มวน สุรา 1 ลิตร เงินตราสกุลอื่นหากมีมากเกินกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องสำแดง ผักและผลไม้ทุกชนิด หากไม่มีเอกสารรับรองจากกรมวิชาการเกษตรไทยจะถูกห้ามนำเข้าอย่างเด็ดขาด ห้ามนำของเก่าอายุเกินกว่า 100 ปี งานศิลปะ ทองคำ ออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาต ห้ามนำเข้า &#8211; ออกยาเสพติดทุกชนิด สิ่งพิมพ์ สื่อลามกอนาจาร และอาวุธสงคราม การลักลอบขนยาเสพติด มีโทษถึงขั้นประหาร เวลาและอากาศ ทั่วทั้งจีนใช้เวลาปักกิ่ง ซึ่งเร็วกว่าเวลาในประเทศไทย 1 ชม. อากาศในปักกิ่งมีความแตกต่างกันมากในแต่ละฤดูกาล ในช่วง มีนาคม &#8211; พฤษภาคม ปักกิ่งมักประสบปัญหาพายุทรายทำให้เกิดความสกปรก และเป็นปัญหาต่อการสัญจร การเดินทาง รถแท็กซี่ เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ค่าโดยสาร 4 กม.แรก 10 หยวน และกม.ต่อไปราคาจะเพิ่มขึ้นตามที่แจ้งบนสติกเกอร์ ที่กระจกด้านข้าง กลางคืนเริ่มที่ 11 หยวนนั่งไม่เกิน 4 คน/คัน รถไฟใต้ดิน บริการตั้งแต่ 05.30 &#8211; 23.00 น. ราคา 3 หยวน รถประจำทาง จำเป็นต้องรู้ภาษาจีนจึงจะนั่งรถประจำทางได้ ส่วนราคาจะแตกต่างกันไป แต่ต่ำสุด 2 หยวน คนต่างชาติจะขับรถได้ต่อเมื่อมีใบอนุญาตขับขี่ของจีนเท่านั้น การเดินทางจากกรุงปักกิ่งไปเมืองต่าง ๆ ในจีน สามารถเดินทางโดยทางอากาศ และทางรถไฟ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศและภายในประเทศอยู่ในอาคารเดียวกัน ห่างจากเมืองประมาณ 25 กม. ส่วนสำนักงานรถไฟใหญ่ ๆ มี 4 แห่ง คือ สถานีรถไฟปักกิ่ง สถานีรถไฟสายตะวันตก ตะวันออก และสายใต้ ทั้งนี้ ในการเดินทางแต่ละครั้งต้องตรวจสอบทุกครั้งว่าต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีใด ข้อพึงระวังสำหรับนักท่องเที่ยวบริเวณหน้าที่อาศัยในเมืองปักกิ่งมักมีบริการแท็กซี่ และรถถีบสามล้อ แต่ราคารถสามล้อให้ตกลงกันก่อนว่าจะจ่ายเงิน ตามระยะทางหรือรายหัว ควรสำเนาหนังสือเดินทาง วีซ่าและบัตรโดยสารเครื่องบิน เก็บให้ปลอดภัยเสมอ ระหว่างซื้อของให้ระวังล้วง / กรีด กระเป๋า การทอนธนบัตรปลอม สามารถต่อรองราคาสินค้าได้ ยกเว้นที่ศูนย์การค้าหรือร้านของทางการ โทรศัพท์ทางไกล ตามโรงแรมสากลมีราคาแพงมากการใช้บัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศ (IP Card) จะสะดวกกว่า ติดต่อกลับประเทศไทยให้กด 00 66 ตามด้วยรหัสเมืองและหมายเลขโทรศัพท์ ระบบเรียกเก็บเงินปลายทาง ให้กด 10866 ใช้ได้กับตู้โทรศัพท์สาธารณะทุกแห่ง ให้ระวังการเดินเที่ยวยามราตรีตามลำพังซึ่งอาจมีสตรีชาวจีนมาพูดคุย ชวนดื่มของมึนเมา และเรียกปิดเงินจำนวนมาก ในภายหลัง หญิงบริการในจีนเป็นสิ่งผิดกฎหมายทั้งผู้รับและผู้ให้บริการ และโรงแรมที่พัก ในขณะขับรถให้ระวังการโบกรถจากคนแปลกหน้า จีนใช้กระแสไฟฟ้า 220 โวลต์ แต่ปลั๊กจะแตกต่างกันไปในแต่ละที่ กรณีที่หนังสือเดินทางหาย ให้แจ้งตำรวจและนำเอกสารแจ้งความมายื่นต่อสถานเอกอัครราชทูต กรณีประสบปัญหาอื่น ๆ หรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ข้อแนะนำด้านวัฒนธรรมคนจีน จะไม่ทักทายคนแปลกหน้าก่อนไม่ว่าจะเป็นการแสดงรอยยิ้มหรือกล่าวสวัสดี เป็นภาษาจีนว่า \&#8221;หนีห่าว\&#8221; หัวข้อสนทนาที่คนจีนชื่นชอบ ได้แก่ ศิลปะ ชีวิตเป็นอาจิณวัน การงาน การศึกษา พร้อมทั้งเรื่องยาเพื่อสุขภาพ ไม่มีหัวข้อการเมืองภายในจีนโดยไม่จำเป็น สีที่คนจีนชื่นชอบ คือ สีแดง ประมาณถึง ความโชคดี สีชมพูพร้อมทั้งสีเหลือง หมายถึง ความสุข ความรุ่งเรือง นับจากรูปทรงกรวยงามระหงได้สัดส่วนของ ภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งบนยอดสูงสุดมีหิมะปกคลุมเกือบตลอดปีเรื่อยลงไปจนถึง เกาะเล็กเกาะน้อยลอยอยู่ในทะเลและอุดมไปด้วยต้นสนปกคลุมของมัตสุชิม่า เวลาชะม้ายตาดูทิวทัศน์ดังกล่าวนี้ท่ามกลางแสงจันทร์ ท่านจะรู้สึกได้ถึงความ ยิ่งใหญ่และน่าพิศวงของธรรมชาติริมทะเลที่มีโขดหินสูงและขรุขระ เสียงคลื่นซัดสาดกระทบกระแทกอยู่เป็นนิจนิรันดร์ ตรงกันข้ามกับ ความเงียบสงบสงัดจนได้ยินเสียงกระซิบของสายลมอ่อนๆ ที่พริ้ว ทะลุทะลวงป่าไผ่ที่โค้งลู่ลม เทือกเขาแนวยาวที่ประกอบด้วยภูเขาไฟ หลายลูกทั้งที่ดับแล้วและที่ยังระอุอยู่ก็มี อีกทั้งทะเลสาบที่มีอยู่ทั่วไป มากมายหลายแห่งกับท้องทะเลที่แวดล้อมเกาะต่างๆ ผนวกกับความ แปรเปลี่ยนรูปโฉมของทัศนียภาพธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำพร้อมๆ กับความหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ อันน่าพิศวง ที่ดึงความสนใจของนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสกับเสน่ห์ ของธรรมชาติ ซึ่งเกิดขึ้นและมีอยู่เองเพราะว่ามิได้สร้างสรรค์ และหมุนเวียน ผลัดเปลี่ยนให้ชื่นชมได้ตลอดทุกฤดูกาล วนอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่มีมากแห่ง รีสอร์ทตามแหล่งน้ำพุร้อน ธรรมชาติ หรือริมทะเลตลอดจนในแหล่งเล่นสกี และรีสอร์ทเพื่อการพักผ่อน หลากหลายรูปแบบ ส่งผลให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีกิจกรรมทางด้านกีฬา ทั้งบน ภูเขาและในน้ำ ที่คึกคักยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น รีสอร์ทบนที่ราบสูง เช่น วนอุทยานแห่งชาติ ฟูจิฮาโกเน่ และนิกโก้ ที่ราบสูงคุรุยซาว่าและเทือกเขา ซาโอะ หรือ คาบสมุทรอิสึ และเกาะโอกินาว่า เหล่านี้ล้วนชี้ให้เห็นบุคคลิกภาพ ของความเป็นผู้นิยมการใช้เวลาว่างด้วยกิจกรรมต่างๆ อย่างไม่เคยหยุดนิ่งของ ชาวญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เรียกได้ว่าเก่าและใหม่ได้ในเวลาเดียวกัน ลักษณะ ซ้อนทับกันสองประการดังกล่าวนี้ ปรากฎอยู่ในวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมาเนิ่นนาน โดยตลอด ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่อ่อนละมุนนุ่มนวลจะพบว่าบนอาคารสมัย ใหม่ของญี่ปุ่นในยุคที่ได้ชื่อว่า \&#8221;ยุคของข่าวสาร\&#8221; นั้นสำนักงานข่าวสารบนตึก เหล่านั้น มีศาลเจ้าชินโตเล็กๆ ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึกซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่า ความเชื่อและคุณค่าที่ยึดถือกันมาเป็นประเพณีนั้น ยังดำรงอยู่ตลอดมาจน ปัจจบัน ความงดงามสูงส่งของศิลปะและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น แบบคลาสสิค ได้รับการอนุรักษ์ไว้ ด้วยความภาคภูมิใจ ดังเช่นที่ปรากฎอยู่ที่นิกโก้ คามะคุระ เกียวโต นารา และ คะนาซาว่า ยอดปราสาทสูงตระหง่านอันเจ้าเมืองซามูไรเคย พำนักในอดีต ยังคงตระหง่านปิดบังภูมิทัศน์บางส่วนของตัวเมืองสมัยใหม่ เช่น ปราสาทโอซาก้าและปราสาทนกกระยางขาว ซึ่งตั้งอยู่ตรงใจกลางเมืองฮิเมหยิ อีกทั้งร้านน้ำชา และกระท่อมชงชาที่มีมาตั้งแต่โบราณ ยังคงมีกลิ่นไออบอวล ของอดีต เหลืออยู่ท่ามกลางความสดชื่นเขียวขจีของสวนญี่ปุ่นแบบคลาสสิค เสน่ห์ที่น่ารักเป็นพิเศษของญี่ปุ่น ดูเหมือนจะอยู่ที่ขนบประเพณีของ ชนชาตินี้ ที่มีความสุภาพอ่อนน้อม เช่น การค้อมศรีษะต่ำ เพื่อแสดงการคารวะ และต้อนรับ การเปล่งเสียงร้องเชิญชวนลูกค้าเมื่อก้าวเข้าไปไปในภัตตาคารด้วยว่า ถ้อยคำว่า \&#8221;อิรัชไช มาเซ่ะ\&#8221; หรือเมื่อมีอาคันตุกะมาเยือนบ้าน เจ้าของบ้านจะ แสดงน้ำใจไมตรีด้วยการนำน้ำชาร้อนมารับรองแขกพร้อมขนมหวาน เป็นต้น ประเพณีเหล่านี้ แสดงออกซึ่งความมีไมตรีจิตอันจริงใจที่ยึดถือปฎิบัติกันสืบ เกี่ยวพันต่อๆ มายาวนานหลายศตวรรษมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ นับว่าเป็นเพียงส่วนน้อยนิด ในจำนวนอีกนับหมื่นแสน ที่มีส่วนเสริมให้ญี่ปุ่นมีเสน่ห์น่าไปสัมผัสทุกฤดูกาล พื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 378,000 ตารางกิโลเมตร ร่วมชุมนุมทั้งหมู่เกาะต่าง กว่า 6,800 เกาะ ประชากร 127 ล้านคน (ณ. วันที่ 1 เมษายน 2003) เมืองหลวง โตเกียว มีประชากร 12 ล้านคน ภาษาประจำชาติ ภาษาญี่ปุ่น ศาสนา ชินโตและพุทธมหายาน ภูมิอากาศ อากาศค่อนข้างหนาวจัดทางภาคเหนือ อากาศอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิแถบตะวันออกและ ตะวันตก อากาศค่อนไปทางเขตร้อนทางภาคใต้ ฤดูฝนราวกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือน กรกฎาคม อากาศเย็นสบายในฤดูใบไม้ร่วงทางแถบ ตะวันออก เฉียงเหนือและภาคกลาง อุณหภูมิโดยเฉลี่ยตามเมืองต่างๆ ทั้ง 4 ฤดู Cities ฤดูหนาว (ม.ค.) T(C) P ฤดูใบไม้ผลิ (เม.ย) T(C) P ฤดูร้อน (ก.ค.) T(C) P ฤดูใบไม้ร่วง (ต.ค.) T(C) P Sapporo -4.1 111 6.7 61 20.5 67 11.3 124 Sendai 1.5 33 10.1 98 22.1 160 14.8 99 Tokyo 5.8 49 14.4 130 25.4 162 18.2 163 Nagoya 4.3 43 14.1 143 26.0 218 17.6 117 Osaka 5.8 44. 14.8 121 27.2 155 18.7 109 Fukuoka 6.4 72 14.8 125 26.9 266 18.7 81 Naha 16.6 115 21.3 181 28.5 176 24.9 63 \&#8221;T\&#8221; stands for temperature, \&#8221;C\&#8221; stands for centigrade, \&#8221;P\&#8221; for precipitation ฤดูกาล 4 ฤดู ของญี่ปุ่น ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) ในญี่ปุ่นเป็นฤดูซึ่งเต็มไปด้วยความมี ชีวิตชีวา มีสัญลักษณ์คือ การบานเป็นสีชมพูอ่อนของ ดอกซากุระบนกิ่งต้นซะกุระและการ บานของดอก ดอกอะซะเลียในทุ่งและเนินเขา ทิวทัศน์สีเขียว อันงดงามทั่วเนินเขาช่วงเดือนเมษายน และพฤษภาคม แสดง ให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ในประเทศญี่ปุ่น การชมดอกซะกุระบาน ผู้คนจำนวนมากมา ที่สวนซึ่งมีต้นซะกุระเพื่อจัดปาร์ตี้และชมดอกซะกุระบานในช่วงปลาย เดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน เทศกาลตุ๊กตา เทศกาลนี้ถูกจัดขึ้นเป็นประจำใน วันที่ 3 มีนาคมของทุกๆ ปี เพื่อภาวนาสำหรับความสุขในอนาคตของ เด็กผู้หญิง \&#8221;ตู๊กตาฮินา\&#8221; ซึ่งเป็นตัวแทนของสมาชิกราชวงศ์อิมพีเรียลจะ ถูกตัดแสดงในบ้านแต่ละบาน ธงปลาคาร์ฟ การประดับเพื่อฉลองเทศกาล \&#8221;วันเด็กผู้ชาย\&#8221; ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกๆ ปี ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) เมื่อฤดูฝนจบสิ้นลงและฤดูร้อนมาถึง ทิวทัศน์ประเทศญี่ปุ่น จะปกคลุมไปด้วยแสงสว่างสดใส ชายหาด แม่น้ำแลพื้นที่ ริมน้ำอื่นๆ จะอีกทึกไปด้วยผู้คน ซึ่งหลบร้อนไปหาอากาศเย็น และก็มีผู้คนจำนวนมากไป เที่ยวเนินเขาและทุ่งซึ่งปกคลุม ไปด้วยโทนสีเขียวสดใส ฤดูกาลนี้ยังสามารถเพลิดเพลิน กับดอกไม้ไฟอันสวยงาม ในท้องฟ้ายามค่ำคืนและการเต้นรำ โบงโอโดริอีกด้วย เทศกาลระบำอาว่า (Awa Odori Folkdance Festival) ที่เมืองโทคุชิมะ มีการร้องรำทั้งกลางวัน และกลางคืน เทศกาลเนบุตะ (Nebuta Matsuri) มีขบวนแห่โครงหุ่นประดับไฟ ในเมืองอะโอโมริ (2-7 สิงหาคม) เมืองฮิโรซะกิ จัดช่วง (1-7 สิงหาคม) ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) เป็นฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวและ ใบไม้เปลี่ยนสี เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงในเดือนกันยายน และตุลาคม เป็นเดือนที่น่า เพลิดเพลินกับความเย็นสบาย ในฤดูนี้ นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง แห่งสีสรรเป็นสีเหลืองส้ม แต่งเติม ขุนเขาราวกับสีสรรแห่งพรม และทุ่งนาเปลี่ยนเป็น สีทองเป็นเวลา แห่งเทศกาลและกีฬาได้มาบรรจบ กับกิจกรรมทางวัฒนธรรม ทั่วประเทศงานเทศกาลดอก เบญจมาศซึ่ง แสดงอยู่ทั่วประเทศเป็นสัญลักษณ์หนึ่ง ของฤดูนี้ เทศกาล JIDAI MATSURI ในเกียวโต เป็นเทศกาลของศาลเจ้าเฮอันในเกียวโตซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 เทศกาลใหญ่ของเกียวโต เทศกาลไฟ จะมีขบวนแห่คบเพลิงมุ่งมายัง ศาลเจ้ายุคิคุระมะในเกียวโต เทศกาลโอคุนจิ ของศาลเจ้าคะระทจึในเมืองจะซะหงะ จะมีขบวนพาเหรด ที่มีสีสรร ขบวนแห่เจ้าเมือง ในเมืองฮะโกเน่ เทศกาล ทะคะยะมะ แห่งศาลเจ้าฮาจิมังงุ ซึ่งมีขบวนรถสีสรรต่างๆ มากมาย เทศกาลเจ็ดห้าสาม สำหรับเด็กอายุ 3, 5 และ 7 ปี จะไปศาลเจ้าเพื่อขอพรจากเทพเจ้าให้มีสุขภาพดีตลอดไป ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) เป็นฤดูแห่งงานเพลิดเพลินกับหิมะ ฤดูหนาวในญี่ปุ่นไม่ค่อยรุนแรง ยกเว้นทางเหนือสุด อุณหภูมิโดยปกติจะอบอุ่นด้วยแสงอาทิตย์และฟ้า สีครามอีกด้านหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เทศกาลต่างๆจะเกี่ยวพัน กับหิมะและน้ำแข็ง นักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลิน กับหิมะพร้อมทั้งรูปแกะสลักและ มีส่วนร่วมในประเพณีท้องถิ่นตามฤดูนั้น เทศกาลงานต่างๆ ทั่วญี่ปุ่นถูกจัด ขึ้นต่อเนื่องกับ เทศกาลปีใหม่อันเป็นวันที่สำคัญที่สุดสำหรับชาวญี่ปุ่น งานฮะโกอิตะ อิชิ (Hagoita-Lchi) ของวัดอะซะคุซะคันนอน ของเมืองนารา จะมีขบวนแห่งสวมหน้ากาก บรรยากาศตามวัดในช่วงปีใหม่ วันปีใหม่ มีจนถึงวันที่ 3 ร้านค้า โรงงานธุรกิจต่างๆ จะปิด ครอบครัวต่างๆ จะฉลองด้วยอาหารมื้อพิเศษ แต่งชุดกิโมโนที่สวยที่สุด และจะพากันไป วัดหรือศาลเจ้า เพื่อไหว้พระขอพรให้สุขภาพดี และมีความสุขตลอดปี เทศกาลหิมะ (Snow Festival) ที่มีชื่อที่สุดในญี่ปุ่น ที่เมืองซัปโปโร บนเกาะฮ็อกไกโด มีรูปแกะสลักหิมะและน้ำแข็งอันมหึมาต่างๆ มากมายจากทั่วโลกมาประชันและแข่งขันกันทุกปี ช่วงเวลาที่การท่องเที่ยวคึกคักที่สุดในญี่ปุ่น หากเป็นไปได้ โปรดอย่าวางแผนเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ในช่วงเวลา ที่จะกล่าวต่อไปนี้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนจำนวนมหาศาล จะออกเดินทาง จากเมืองใหญ่สู่ชนบท แล้วเดินทางกลับเข้าเมืองใหญ่ ฉะนั้นรถไฟทางไกล จะแน่นและที่พักจะเต็ม 1) ช่วงปลายปีต่อต้นปีใหม่ (27 ธันวาคม ต่อต้นมกราคมถึง 4 มกราคม) และวันสุดสัปดาห์ที่ต่อเนื่อง 2) ช่วง \&#8221;สัปดาห์ทอง\&#8221; อ้นเป็นวันหยุดระยะยาว (29 เมษายน ถึง 5 พฤษภาคม) และวันสุดสัปดาห์ที่ต่อเนื่อง 3) เทศกาล \&#8221;โอ-บน\&#8221;(1 สัปดาห์เต็ม) ประมาณวันที่ 15 สิงหาคม เป็นต้นไป สิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทาง หนังสือเดินทางและวีซ่าเข้าญี่ปุ่น ผู้ถือหนังสือเดินทางสัญชาติไทย จำเป็นต้องขอวีซ่าญี่ปุ่น เงินสด โดยทั่วไปการนำเงินสดติดตัวไปใช้ในญี่ปุ่นปลอดภัยและสะดวก ใช้ด้วยเวลาใช้ยานพาหนะขนส่งมวลชน เกือบทุกรูปแบบ จำเป็นต้องใช้ เงินสดจำนวนไม่สูงนักหรือเวลาไปรับประทานอาหารราคาไม่แพง นอกจากนี้ยังใช้ซื้อของเล็กๆ น้อยๆ สะดวกอีกด้วย เงินตราและอัตราแลกเปลี่ยน เงินเหรียญที่ใช้กันในญี่ปุ่น มีราคา 1 5 10 50 100 และ 500 เยนตามลำดับ ธนบัตรมีใช้ราคา 1,000 5,000 และ 10,000 เยน เงินสกุลอื่นๆ ที่นำเข้าไปในญี่ปุ่น จะแลกเป็นเงินเยนได้ ที่ศูนย์แลกเปลี่ยนเงินตรา ในท่าอากาศยาน ที่เดินทางไปถึงหรือแลกได้ตามธนาคารในเมืองต่างๆ อัตราแลกเปลี่ยน ขึ้นๆ ลงๆ ทุกวัน ธนาคารส่วนมากจะมีป้ายบอกราคาอัตราแลกเปลี่ยน ประจำวัน ติดไว้ให้เห็นชัดเจน เสื้อผ้าที่ควรเตรียมนำไป ฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วง จะต้องเตรียม แจ็กเก็ตและสะเว็ตเตอร์กันหนาว ฤดูร้อน ให้เตรียมเสื้อผ้าบางเบา แขนสั้น ฤดูหนาว จำเป็นต้องมีเสื้อคลุมโอเวอร์โค๊ต ชุดผ้าขนสัตว์และ แจ็กเก็ตชนิดหนาเป็นพิเศษ ตลอดจนสะเว็ตเตอร์สำหรับฤดูหนาว ไม่ค่อยจำเป็นที่จะต้องนำเสื้อผ้าสำหรับใช้อย่างเป็นพิธีรีตองหรือ พิธีการ จำพวกทักชิโด และเสื้อราตรี หากเกิดความจำเป็นก็มีร้าน ให้เช่า ถุงเท้าสะอาดและสมบูรณ์เป็นสิ่งจำเป็น เพราะว่ามีบ่อยครั้ง ที่ท่านจำเป็นจะต้องถอดรองเท้าออก เช่นตามภัตตาคารญี่ปุ่นบางแห่ง หรือเมื่อก้าวเข้าบริเวณชานหน้าบ้านของชาวญี่ปุ่น ก่อนเข้าห้องรับแขก เรื่องที่ควรทราบ การนำเข้าสิ่งของโดยปลอดภาษี ของใช้ส่วนตัวและอุปกรณ์ประกอบ อาชีพสามารถนำเข้าไปในญี่ปุ่นได้โดยปลอดภาษี นอกจากนี้ท่านยัง สามารถนำเข้าโดยปลอดภาษีมี บุหรี่ 400 มวน ยาสูบ 500 กรัม หรือซิการ์ 100 มวนเครื่องดื่มมีอัลกอฮอล์ 3 ขวด น้ำหอม 2 ออนซ์ ตลอดจนของที่ระลึก ซึ่งตีราคารวมกันแล้วไม่ถึง 200,000 เยนหรือเทียบเท่า บุคคลที่อายุยังไม่ถึง 19 ปี และอายุเพียง 19 ปี ไม่อนุญาตให้นำเข้าบุหรี่ หรือเครื่องดื่มมีอัลกอฮอล์ กระแสไฟฟ้าในญี่ปุ่น ตามบ้านเรือนทั่วๆ ไปใช้กระแสไฟฟ้า 100 โวลท์ ชนิดกระแสสลับทั่วประเทศ แต่มีความถี่สองขนาด คือ ภาคตะวันออก เช่น โตเกียว นิกโก้ โยโกฮาม่า ใช้ 50 เฮิร์ช ภาคตะวันตก เช่น เกียวโต โอซาก้า นารา ใช้ 60 เฮิร์ช โรงแรมในญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองใหญ่จะมี ปลั๊กไฟสองระบบ คือ 110 และ 220 โวลท์ ให้ใช้แต่เต้าเสียบมักจะใช้ ชนิดสองขาแบบแบนเท่านั้น โรงแรมมีเครื่องเป่าผมและเครื่องใช้ไฟฟ้า ชนิดอื่นๆ ให้ใช้ฟรี หรือมิฉะนั้น โรงแรมใหญ่ๆ จะมีเครื่องเป่าผมให้ใช้ฟรี แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ มีให้เช่า หมายเหตุ : โปรดระลึกไว้เสมอว่า @ ไปไหนมาไหนในญี่ปุ่น ต้องพกผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูเสมอ ร้านอาหารในญี่ปุ่นจำนวนมากไม่บริการผ้าเช็ดมือ มีบริการแต่เพียง \&#8221;โอชิโบริ\&#8221; เท่านั้น ผ้าร้อนเช็ดมือ @ ส้วมสาธารณะตามริมถนน หรือในสถานีรถไฟ มิใช่จะมีกระดาษ ชำระหรือกระดาษเช็ดมือไว้บริการทุกแห่งเสมอไป @ โรงแรมระดับดีจะมีอุปกรณ์ใช้ส่วนตัวบางอย่างให้ใช้ฟรีโดยไม่ จำเป็น ต้องเช่าได้แก่ เครื่องเป่าผม และเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า มาทราบข้อมูลของแต่ละเมืองในญี่ปุ่นกันดีกว่า ฮอคไกโด HOKKAIDO ดินแดนโรแมนติคทางเหนือซึ่งประดับประดา ด้วยความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ฮอคไกโดเกาะทางเหนือของญี่ปุ่นเป็นอาณบริเวณใหม่ซึ่งเพิ่งเปิด สู่ภายนอกอย่างเต็มที่เมื่อ 140 ปีที่แล้วอยู่ในบริเวณซึ่งมีอุณภูมิต่ำ ติดลบในฤดูหนาวอย่างไรก็ตามมันยังคงเหลือสภาพธรรมชาติที่ยัง ไม่ได้รับการพัฒนาให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับบรรยากาศ การอิสระกลางแจ้งอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอคไกโดได้ ดินอัน อุดมสมบูรณ์แวดล้อมไปด้วยทะเลสามารถผลิตอาหารได้มากมาย ทำให้ฮอคไกโดถูกเรียกว่า \&#8221;ขุมสมบัติของอาหาร\&#8221; มีเมืองที่สำคัญ คือซัปโปโล :ศูนย์กลางทางการเมืองเศรษฐกิจและวัฒนธรรม โอทารุและฮะโคดะเทะ :เมืองท่าซึ่งเป็นศูนย์กลางในสมัยบุกเบิก โทะคะฉิ: แหล่งผลิตน้ำนมและขนมปังที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ฟุระโน่: ที่ตั้งซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามเนื่องจากอยู่ติดกับภูเขาไทเซะ ทสึซังในตอนกลางของฮอคไกโด ทางตะวันออกและเหนือมีคุชิโระ ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่ลุ่มชื้นล้อมรอบด้วยทะเลสาบ อะบะชิริซึ่ง สามารถชมทิวทัศน์ของทะเลโอฮอทได้ ซับโปโล Sapporo ซับโปโลเป็นเมืองศูนย์กลางของฮอคไกโดมี ประชากรราว 1,800,000 คนเมืองมีศูนย์กลางคือ \&#8221;สวนสาธารณะโอโดริ\&#8221; ซึ่มีหอคอยโทรทัศน์อยู่ \&#8221;ซูซูกิโนะ\&#8221; เป็นแหล่งบันเทิงที่สำคัญประกอบด้วยร้านอาหารกว่า 4,000 ร้านและหอคอยนาฬิกาและศาลาว่าการฮอคไกโด เก่าซึ่งเป็นตราของยุคสมัยบุกเบิก นักท่องเที่ยวจำนวน มากมาที่นี่ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆๆปี เพื่อชม \&#8221;เทศกาลหิมะ\&#8221; ซึ่งรูปปั้นหิมะของสถานที่สำคัญทั่วโลก และตัวการ์ตูนถูกจัดทำขึ้น Snow Festival Odori Park ราเมง อาหารขึ้นชื่อ โอทารุ/ฮะโคดะเทะ Otaru / Hakodate โอทารุเป็นเมืองท่าที่เจริญ รุ่งเรืองในฐานะที่เป็นเมืองค้าขายในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้น ศตวรรษที่ 20 โอทารุยังมี \&#8221; คลองโอทารุ\&#8221; เป็นโบราณสถานแสดง ให้เห็นความรุ่งเรืองในสมัยบุกเบิกและมีถนนร้านซูชิที่ซึ่งสามารถลิ้มลอง ซูชิที่สดที่สุดในโลกได้ ที่เล่นสกีที่ใหญ่ที่สุดในฮอคไกโด \&#8221;สกีรีสอร์ท ทนิเซะโคะฮิระฟุ\&#8221; ก็อยู่ที่ส่วนกลางของฮอคไกโดด้วย \&#8221; ฮะโคดะเทะ\&#8221; เป็นเมืองท่าแห่งแรกของญี่ปุ่นตามสนธิสัญญาสัมพันธมิตรระหว่าง อเมริกา และญี่ปุ่นในปี 1854 ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของฮะโคดะเทะได้รับ การยกย่องว่าเป็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงามหนึ่งในสามของโลก ร่วมกับเนเปิ้ลส์และฮ่องกง ซูชิ สดๆๆ Niseko Hirafu Ski Resort Nightscape of Hakodate ไทเซะทสึ / ฟุระโน่ Taisetsu / Furano ทิวทัศน์อันตระการตาของเทือกเขา โทคะ \&#8221;ฉิและภูเขาไทเซะทสึ\&#8221;ซึ่งสูงกว่า 2,000 เมตรสามารถชมได้จากฟาร์ม ฟาร์มโคนมและที่ชมวิวกลางฟุระโน่ซึ่งอยู่ที่ส่วนกลางของฮอคไกโด ฟุระโน่ มีชื่อเสียงด้านดอกลาเวนเดอร์ซึ่งบานช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงปลาย เดือนกรกฎาคม โซอุนเคียวเป็นรีสอร์ทน้ำพุร้อนซึ่งอยู่ที่เชิงเขาของภูเขาไท เซะทสึซึ่งเป็นหุบเขามีหน้าผาชันทั้งสองด้านซึ่งมีคุณค่าที่จะไปเยี่ยมชม ทุ่งลาเวนเดอร์ในฟุระโน่ Lavender fields in Furano ทางตะวันออกและเหนือของฮอคไกโด Eastern and Northern Hokkaido คุชิโระเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางของฝั่งตะวันออกของฮอคไกโดมีอุตสาหกรรม ประมงเป็นหลัก \&#8221;ที่ลุ่มชื้นคุชิโระ\&#8221; เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่มีพื้นที่กว่า 26,861 เฮคเตอร์และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ มากมายรวมถึงนกกระเรียน ญี่ปุ่นซึ่งเป็นสัตว์อนุรักษ์ด้วย ยังมีทะเลสาบที่สวยงามเช่น \&#8221;อะบะชิริ\&#8221; เป็นเมือง ซึ่งอยู่ติดกับทะเลโอฮอทและเป็นสถานที่เดียวในญี่ปุ่นซึ่งสามารถชม ชมทัศนียภาพของก้อนน้ำแข็งในทะเลได้ ที่ที่อยู่ติดกันคือทุ่งหญ้าชายฝั่งทะเล ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น \&#8221;สวนดอกไม้ธรรมชาติวัคคะ\&#8221; ชิเระโทโคะเป็นที่รู้จักใน ด้านสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันสวยงามที่ยังไม่เสื่อมโทรม Lake Akan Lake Kussharo Lake Mashu เกร็ด : เรียนรู้ประเพณีและวัฒนธรรมของชาวไอนุที่ชุมชน ไอนุที่ใหญ่ที่สุดในฮอคไกโด \&#8221;ชุมชนไอนุ\&#8221; ที่ใหญ่ที่สุดในฮอคไกโดอยู่ที่แหล่งน้ำพุร้อนที่ทะเลสาบอะคัน ที่ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวท้องถิ่น ของฮอคไคโด, ชาวไอนุ,ซึ่งรวมตัวกันอยู่บริเวณแถบนี้ โทโฮะค TOHOKU ทัศนียภาพและภูมิประเทศที่ชวนให้หลงใหล สร้างความอบอุ่นให้กับนักท่องเที่ยว สภาพภูมิอากาศที่ไม่เหมือนใครของเขตโทโฮะคุเกิดจาก สภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อนของพื้นที่ การรักท้องถิ่นของคนในท้องที่ สามารถเห็นได้จากบรรยากาศอันอบอุ่นและความนิยมของ \&#8221;เทศกาล\&#8221; โทโฮะคุยัง เป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในช่วงฤดูร้อนทุ่งนา ที่เรียงกันสวยงามก่อให้เกิดทัศนียภาพที่งดงามอย่างยิ่ง ทางเหนือ ของโทโฮะคุเป็นพื้นที่เหนือสุดของยึดฮอนชู ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด : อะโอโมริ, อะคิตะ และอิวะเทะ พื้นที่นี้อุดมไปด้วยธรรมชาติ รวมถึงป่าชั้นหนึ่งซึ่งเป็นมรดกโลกด้วย ทางตอนใต้ของโทโฮะคุ ประกอบด้วยเซนไดซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโทโฮะคุซึ่งถูกเรียกว่า \&#8221;เมืองหลวงป่าไม้\&#8221; และฟุคุชิม่าซึ่งมีเมืองไอซุวะคะมัตสึ, เมืองเก่า ที่รุ่งเรืองในอดีต ตั้งตระหง่านเหนือภูเขาบันได ทางเหนือของโทโฮะคุ North Tohoku เป็นพื้นที่เหนือสุดของเกาะฮอนซู ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด: อะโอโมริ, อะคิตะและ อิวะเทะ บรรยากาศ ของเมืองปราสาทเก่ายังคงหลงเหลืออยู่ที่ฮิโรซาคิที่ซึ่งมี \&#8221;ปราสาทฮิโรซาคิ\&#8221; หนึ่งในสมบัติทางวัฒนธรรมแห่งชาติที่สำคัญ\&#8221;เทือกเขาซิราคามิ\&#8221; ซึ่งทอด ตัวเป็นแนวยาวขนานไปกับจังหวัดอะโอโมริและอะคิตะได้รับการ จดทะเบียนเป็นมรดกโลกและมีชื่อเสียงในฐานะป่าชั้นหนึ่งซึ่งมีต้นบีซ ขนาดใหญ่ซึ่งหาดูได้ยาก โทโฮะคุยังเต็มไปด้วยทัศนียภาพที่งดงาม และสถานที่อาศัยผ่อนหย่อนใจ เช่น \&#8221;ทะเลสาบโทวาดะ\&#8221; ในจังหวัด อะโอโมริซึ่งเกิดจากหลุมที่ปล่องภูเขาไฟสองหลุม และ \&#8221;น้ำพุร้อนซุคายุ\&#8221; ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนที่มีประวัติศาสตร์ ปราสาทฮิโรซาคิ ทะเลสาบโทวาดะ น้ำพุร้อนซุคายุ โจโดงะฮาม่า โซบะวังโคะ อาหารพิเศษของโมริโอคะ เซนได / มัตสึชิม่า Sendai / Matsushima จังหวัดมิยากิเป็นศูนย์ กลางทางด้านการทหารและการเมืองของเขตโทโฮะคุตั้งแต่ช่วงต้น ศตวรรษที่ 8 เมืองศูนย์กลาง \&#8221;เซนได\&#8221; เป็นเมืองสมัยใหม่ที่เป็นตัวแทน ของเขตโทโฮะคุ ดาเทะมาซามะเนะผู้ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ในศตวรรษที่ 17 เป็นผู้วางรากฐานเมืองเช่นการสร้าง \&#8221;ปราสาทเซนได\&#8221; เขาถูกยกย่อง เป็นวีรบุรุษและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซนได ภูมิประเทศอันสวยงาม ของ \&#8221;มัตสึซิม่า\&#8221; ได้รับการยกย่องเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามหนึ่งในสามของ ญี่ปุ่นร่วมกับอะมาโนฮะชิดาเทะแห่งเกียวโตและอิทสึคุชิม่าแห่งฮิโรชิม่า การตัดกันของสีของท้องฟ้าและทะเลดูสวยงามมาก มัตสึชิม่า Matsushima รูปปั้นดาเทะมาซามุเนะ ถนนอะโอบะโดริ ทางใต้ของโทโฮะคุ Southern Tohoku เขตไอซุซึ่งล้อมรอบไปด้วย เทือกเขาโอฮุและเอฉิโกะเต็มไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม นอกเหนือจากทะเล สาบและบึงที่อุระบันไดแล้ว ยังมี \&#8221; ทะเลสาบอินาวะชิโระ\&#8221; ซึ่งเป็นที่รู้จัก ในระดับโลกถึงความใสของน้ำที่นี่ \&#8221;ปราสาททสึรุงะโจ\&#8221; สัญลักษณ์ของ เมืองเก่าไอซุวะคะมัตสึ เป็นที่ประทับใจของผู้คนในทุกฤดูกาล \&#8221;ภูเขาซาโอะ\&#8221; ซึ่งอยู่ระหว่างจังหวัดยามากะตะและมิยากิเต็มไปด้วย นักเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว ปราสาทสึรุงะโจ ภูเขาบันไดและทะเลสาบอินาวะชิโระ ที่เล่นสกีในภูเขาซาโอะ เทศกาล : โทโฮะคุ ดินแดนซึ่งประเพณีอันดีงามดั้งเดิมถูกถ่ายทอดต่อกันมา เทศกาลที่สนุกสนานกำลังรอคุณอยู่ โทโฮะคุเป็นดินแดนซึ่งประเพณีเก่าๆได้รับการอนุรักษ์อยู่โดยเฉพาะเทศกาล ใหญ่ๆ ที่เป็นที่ดึงดูดการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่เช่น \&#8221;เทศกาลเนะบุตะของ อะโอโมริ\&#8221; ซึ่งขบวนพาเหรดเดินไปตามถนนพร้อมกับกระบอกกระดาษรูปนักรบ \&#8221;เทศกาลคันโต\&#8221; ที่อะคิตะซึ่งมีคันโต (ไม้ไผ่ซึ่งมีโคมไฟติดอยู่) มากกว่า 200 อันแกว่งไปมาบนถนนสายหลัก และ \&#8221;เทศกาลทานาบาตะของเซนได\&#8221; ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในสามของเทศกาลสำคัญของโทโฮะคุ \&#8221;คามาคุระ\&#8221; เป็นงาน ประเพณีดั้งเดิมของโยโคเทะในอะคิตะ ซึ่งสืบทอดมากว่า 400 ปีแล้ว เทศกาลคันโต เทศกาลเนะบุตะของอะโอโมริ เทศกาลทานาบาตุของเซนได คันโต KANTO ประสบกับความประหลาดใจและการค้นพบใหม่ๆ ในพื้นที่ซึ่ง สิ่งดึงดูดใจอยู่ไม่ไกลกัน เมืองหลวงของญี่ปุ่น โตเกียว อยู่ในเขตคันโต อย่างไรก็ตามไม่ใช่แค่ พื้นที่ในเมืองจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจเท่านั้น ธรรมชาติที่สวยงามเช่นน้ำตก เคโกนที่นิคโก้ที่ซึ่งยังคงเหลือสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์สะท้อน ให้เห็นความรุ่งเรืองในอดีตช่วงยุคสมัยเอโดะ(1603-1867) ซึ่งเป็น ช่วงที่ปกครองโดยโยโกฮาม่า เมืองท่าในสมัยเปิดประเทศช่วงปลาย สมัยเอโดะ เมืองเก่าคามาคุระ: ซึ่งเจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางทาง การเมืองและวัฒนธรรมยุคกลางของญี่ปุ่น และเมืองแห่งน้ำพุร้อน ฮาโกเน่: ซึ่งมีมาตั้งแต่ยุคสมัยนารา (710-793) นิคโก้ Nikko นิคโก้ เป็นพื้นที่สำคัญแห่งหนึ่งของการบวงสรวง ภูเขาในญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ นิคโก้เจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็น พื้นที่ของครอบครัวโทคุกาว่าหลังจากการประดิษฐานของอัฎฐิ ของโทคุกาว่าอิเอยะสุซึ่งเป็นโชกุนคนแรกของรัฐบาลเอโดะ (1603-1867) ในปี 1617 ที่ศาลเจ้า \&#8221;โทโซกุ\&#8221; ความซับซ้อน ของสถาปัตยกรรมและศิลปะในยุคเอโดะเช่นการแกะสลักและ การประดับสามารถชมได้ที่ศาลเจ้าโทโชกุที่นิคโก้ในปัจจุบัน \&#8221;ทะเลสาบจูเซนจิ\&#8221; ซึ่งทอดตัวที่เนินเขาของภูเขานันไทมีชื่อเสียง ในความสวยงามของธรรมชาติในทุกฤดูกาล ศาลเจ้าโทโชกุที่นิคโก้ น้ำตกฟุคุโรตะ ถนนสายอะคว่าไลน์อ่าวโตเกียว โยโกฮาม่า Yokohama โยโกฮาม่า ถูกพัฒนาเป็นเมืองท่าสำหรับการค้ากับ ต่างประเทศในช่วงปลายสมัยเอโตะ(1603-1867) เมืองนานาชาติ \&#8221;มินาโต้มิไร 21\&#8221;ก่อตั้งโดยแผนปฎิรูปเมืองโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อมุ่งเข้าสู่ ศตวรรษที่ 21 เป็นหน้าตาของโยโกฮาม่าในปัจจุบันซึ่งประกอบไปด้วย อาคารการค้ามากมาย วิวของอ่าวโยโกฮาม่า สามารถชมดูได้จากสะพาน โยโกฮาม่าเบย์ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างเท่าเทียบเรือฮอนโมะคุและไดโคะคุ ร้านสินค้าจากต่างประเทศเช่นเฟอร์นิเจอร์หาได้ที่ย่านโมโตมะฉิ และ \&#8221; โยโกฮาม่าไชน่าทาวน์\&#8221; ยังเป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่แห่งหนึ่งในโลกด้วย ไซทามะ เทศกาลกลางคืนฉิฉิบุ &#8211; มินาโต้มิไร 21 &#8211; โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ คามาคุระ / ฮาโกเน่ Kamakura / Hakone คามาคุระเป็นเมืองหลวงเก่า ศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมในยุคกลางของญี่ปุ่น สิ่งก่อสร้างและ สมบัติอันมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ยังคงมีให้เห็นอยู่ที่ \&#8221;ศาลเจ้าทสึรุงะโอ คะฮะฉิมัง\&#8221;ศาลเจ้าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรัฐบาลระบบศักดินา \&#8221;เอโนชิม่า\&#8221; เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเก่าในพื้นที่เขตโซนัน เกาะซึ่งมีเส้นรอบวงยาวประมาณ 4 กิโลเมตรมีสิ่งที่น่าสนใจหลายมากมาย \&#8221;ทะเลสาบอาชิโนะโคะ\&#8221; พื้นที่ รีสอร์ทในที่สูงซึ่งอยู่ใน\&#8221; ฮาโกเน่\&#8221;เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับน้ำพุร้อนของมัน ทิวทัศน์ธรรมชาติจากการระเบิดของภูเขาไฟฮาโกเน่เช่น \&#8221; โอวาคุดะนิ\&#8221; สามารถชมได้ที่นี่ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ โอวาคุดะนิ ทะเลสาบอาชิโนะโคะ ศาลเจ้าทสึรุงะโอคะฮะฉิมัง โตเกียว TOKYO จิตวิญญาณดั้งเดิมในพื้นที่ทันสมัย ศูนย์กลางข้อมูล เต็มไปด้วยความตื่นตา ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของสมัยเอโดะในปี 1603 โตเกียวมีบทบาทที่สำคัญทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจในฐานะ เมืองหลวงของญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบัน โตเกียวเป็นมหานครมีประชากร 12 ล้านคนซึ่งเป็น 10 % ของจำนวนประชากรทั้งหมดของญี่ปุ่น โตเกียว ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมข้อมูลจากทั่วโลกเท่านั้นแต่มันยังมีเสน่ห์ใน ตัวเองจากประวัติศาสตร์ของมันด้วย แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม มีกินซะ: แหล่งช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านสไตล์ลิซ อาซาคุซะและอุเอะโน่: ดาวน์ทาวน์ของโตเกียว ชินจูกุและชิบูย่า : สถานีปลายทางของเมือง บริเวณชายหาดฝั่งตรงข้ามอ่าวโตเกียว และโตเกียวดีสนีย์แลนด์ พระราชวังอิมพีเรียล / กินซะ Imperial Palace / Ginza \&#8221;พระราชวังอิมพีเรียล\&#8221; ตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของโตเกียวเป็นที่อยู่อาศัย ของพระจักรพรรดิ บริเวณโดยรอบเปิดให้ชมได้ \&#8221;กินซะ\&#8221; เป็นที่รู้จัก ในฐานะของแหล่งช้อปปิ้งระดับสูงมาตั้งแต่อดีตมีร้านสินค้าดังและห้าง สรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงมากมาย \&#8221; คาบุคิซะ\&#8221; ซึ่งก่อสร้างเพื่อใช้เป็น โรงละครคาบุคิในปี 1889 ก็ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ \&#8221; สถานีโตเกียว\&#8221; ซึ่งเป็นเสมือนประตูสู่โตเกียวจากพื้นที่ทั่วญี่ปุ่นก็ตั้งอยู่แถบนี้ พระราชวังอิมพีเรียล สถานีโตเกียว กินซะ ชวนชิม สุกี้ยากี้ ซูชิ เทมปุระ อาซาคุซะ / อุเอะโน่ Asakusa / Ueno อาซาคุซะเป็นแหล่งบันเทิง ประกอบด้วยโรงหนัง โรงละครมาตั้งแต่สมัยเอโดะ (1603-1867) \&#8221;เซนโซจิ\&#8221; ซึ่งมีชื่อเสียงที่มีโคมไฟขนาดใหญ่แขวนอยู่ที่ประตูคามินาริ มองเป็นจุดที่เป็นสัญลักษณ์ของอาซะคุซะโอยมีถนนทอดยาว 260 เมตร ไปสู่ตัววัดซึ่งทั้งสองข้างทางเป็นร้านขายของที่ระลึกเรียกว่า \&#8221; นาคามิเซะ\&#8221; ส่วน \&#8221;โคะคุกิคัง\&#8221; ที่เรียวโคะคุเป็นสเตเดี้ยมสำหรับซูโม่ซึ่งเป็นกีฬา ประจำชาติของญี่ปุ่น คุณสามารถชมหมีแพนด้าได้ที่สวนสัตว์อะเอะโน่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ \&#8221;สวนสาธารณะอองซิอะเอะโน\&#8221; และก็มีพิพิธภัณฑ์และ แกลเลอรีงานศิลปะ สวนสาธารณะตั้งอยู่หน้าสถานีอุเอะโน่ซึ่งเป็น ประตูสู่โตเกียวจากเขตโทโฮะคุ แหล่งช้อปปิ้งที่ขึ้นชื่อของโตเกียว ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังสนใจ อะคิฮะบาร่า อาเมะยะโยโกะโจ เมืองไฟฟ้า \&#8221;อะคิฮะบาร่า\&#8221; เป็นบริเวณที่เป็นแหล่งรวมร้านขายเครื่อง ใช้ไฟฟ้า ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังให้ความสนใจมาซื้อสินค้าที่นี่ ส่วน\&#8221;อาเมะโยโกะโจ\&#8221; นั้นเป็นตลาดที่อยู่ใกล้สถานีอะเอะโน่มีร้านค้า ขายทั้งอาหารสด เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ในราคาถูกกว่า 540 ร้าน ชินจูกุ / ชิบูย่า Shinjuku / Shibuya ชินจูกุซึ่งเต็มไปด้วยสำนัก งาน ร้านค้า แหล่งบันเทิงโดยเฉพาะย่าน \&#8221;คาบุคิโจ\&#8221; ที่เป็นแหล่งบันเทิง มีจุดศูนย์กลางคือสถานีชินจูกุ ชินจูกุยังคงพัฒนาและเจริญอย่างต่อ เนื่องในฐานะศูนย์กลางนครแห่งใหม่โดยมี \&#8221;อาคารสูง\&#8221; มากมายเช่น อาคารที่ว่าการเมืองโตเกียว \&#8221;ชิบูย่า\&#8221; เป็นที่รู้จักดีในฐานะของศูนย์กลาง แฟชั่นและวัฒนธรรมของวัยรุ่น \&#8221;ฮาราจูกุ\&#8221; และ\&#8221;โอโมเทะซันโดะ\&#8221;ที่อยู่ ใกล้กันก็เป็นแหล่งช้อปปิ้งซึ่งมีร้านบูติคมากมาย Shinjuku Shibuya โอไดบะ / โรปปอนหงิ Odaiba / Roppongi \&#8221;โอไดบะ\&#8221; ซึ่งกำเนิด จากโครงการพัฒนาที่ถมทะเลในอ่าวโตเกียวเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ล่าสุด ของโตเกียวในปัจจุบัน ไม่เป็นเพียงเพราะว่ามีสวนสาธารณะ แหล่งบันเทิง ทันสมัยล่าสุด ร้านค้าซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสูดดมบรรยากาศของ ชายทะเลได้ในศูนย์กลางเมืองเท่านั้นแต่มันยังมีทิวทัศน์ยามค่ำคืน ของ สะพานแขวนเรนโบว์บริดจ์ที่แสนจะงดงามอีกด้วย คุณสามารถที่จะพบ เห็นชาวต่างชาติมากมายที่เมืองนานาชาติ \&#8221;โรปปอนหงิ\&#8221; ซึ่งเป็นแหล่ง บันเทิงยามค่ำคืน ที่นั่นมีโปรเจคต์ปฎิรูปขนาดใหญ่ \&#8221;โรปปอนหงิฮิลส์\&#8221; ซึ่งแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2003 โอไดบะ โรปปอนหงิฮิลส์ โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท Tokyo Disney Resort สถานที่ที่โปรดปรานของคนญี่ปุ่น มหัศจรรย์ดั่งต้นตำรับอเมริกา ถึงแม้ว่าดิสนีย์แลนด์ต้นตำรับจะอยู่ที่อเมริกา แต่ที่ญี่ปุ่นก็มิได้ มีเครื่องเล่นหรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่น้อยกว่าเลย พร้อมกับ การเสร็จสมบูรณ์ของโตเกียวดิสนีย์ซี สวนสนุกได้ขยายขนาด เป็น \&#8221;โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท\&#8221; ทำให้มันเป็นแหล่งท่องเที่ยวซึ่งมี ผู้เข้าชม 20 ล้านคนต่อปี โตเกียวดีสนีย์ซี โตเกียวดิสนีย์แลนด์ จูบุ / โฮะคุริคุ CHUBU / HOKURIKU สภาพอากาศที่แตกต่างและ ทิวทัศน์ของภูเขา ดินแดนแห่งการค้นพบและความประทับใจ ภายใต้การชมภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาไฟฟูจิ / อิชุ Mt.Fuji / Izu เป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงทั่วโลก เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นที่มีความสูงที่สุดในประเทศ 3,776 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลมีนักปีนเขามากมายที่ปรารถนาที่จะไปพิชิต ขอดของมัน \&#8221;ที่ราบสูงอิซุ\&#8221; เป็นรีสอร์ทแถบคันโตที่ได้รับความนิยม มีพิพิธภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใครมากมาย \&#8221;เมืองน้ำพุร้อนอิโด\&#8221; ซึ่งขนาบ ข้างด้วยทะเลและภูเขาและเป็นที่รู้จักในฐานะของ \&#8221;เมืองน้ำพุร้อน\&#8221; ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอิซุ ส่วน \&#8221;ทางตะวันตกของอิซุ\&#8217; นั้น เต็มไปด้วยแนวฝั่งทะเลที่สวยงามและน้ำพุร้อนที่คอยช่วยคลาย ความเหนื่อยล้าของนักท่องเที่ยว น้ำพุร้อนกลางแจ้งที่สามารถชม ภูเขาไฟฟูจิก็มีไว้คอยบริการ ฮิดะ / ทาคายาม่า Hida / Takayama เขตฮิดะในจังหวัดกิฝุตั้งอยู่ที่ จุดศูนย์กลางของญี่ปุ่นโดยประมาณ การมีภูเขาและหุบเขาล้อมรอบทำให้ แถบนี้มีหิมะตกหนัก และมีฤดูหนาวที่หนาว \&#8221;ชิราคาว่าโกะ\&#8221; เป็นชุมชน ที่อยู่ระหว่างภูเขาซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก บ้านสมัยเก่า ซึ่งเรียกว่า \&#8221;กัสโซทจึคุริ\&#8221; ซึ่งทำจากฟางแห้งและไม้เท่านั้นยังมีให้เห็น อยู่ที่บริเวณนี้ แถวของบ้านซึ่งเรียกว่า \&#8221;มาฉิยะจุคริ\&#8221; ที่ ทาคายาม่า/ ซังมาฉิ\&#8221; ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของทาคายาม่า ยังคงสภาพ เดิมไม่เปลี่ยนแปลงจากยุคสมัยเอโดะ (1603-1867) มีร้านขายของ ที่ระลึก ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ศิลปะให้เข้าชมได้ มัตสึโมโต้ / นางาโน่ / คารุยซาว่า Matsumoto/ Nagono/ karuizawa จังหวัดนางาโน่มีภูมิประเทศเป็นภูเขากว่า 91 ลูกที่สูงกว่า 2,500 เมตร \&#8221;ถนนสายวีนัสไลน์\&#8221; เป็นถนนวิ่งฟรีซึ่งผ่านเขตที่ราบสูงเซนคิริกามิเซะ และทาเทะซิน่า มัตสึโมโต้เป็นเมืองปราสาทซึ่งเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ สมัยเอโดะ(1603-1867) สัญลักษณ์ของเมืองคือ \&#8221;ปราสาทมัตสึโมโต้\&#8221; ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นสมบัติของชาติ \&#8221;เซนโคจิ\&#8221; เป็นวัดเก่าของ นางาโน่ซึ่งสร้างมากกว่า 1,400 ปีแล้ว \&#8221;คารุยซาว่า\&#8221; เป็นรีสอร์ทพักร้อน ที่มีชื่อเสียงซึ่งคนต่างชาตินิยมมาพักในอดีต ที่คิโซจิ เส้นทางขนส่ง หลักในยุคเอโดะ มีเมืองที่เป็นจุดพักระหว่างทางเช่น ทสึมาโกะ ซึ่งยังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจนถึงปัจจุบัน นาโกย่า Nagoya เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตจูบุ เป็นเมืองสมัยใหม่ที่มี สิ่งอำนวยความสะดวกสมบูรณ์เช่น อาคารค้าขายนอกเหนือจากนี้ก็ยังมี สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วย \&#8221;ปราสาทนาโกย่า\&#8221; สร้างเมื่อปี 1612 เป็นบ้านของขุนนางมากกว่า 250 ปีเปิดให้เข้าชมได้ในปัจจุบัน อิเซะ / ซิม่า Ise/ Shima ตั้งอยู่ทางตะวันตกของคาบสมุทรคิอิ มีทัศนียภาพทางธรรมชาติที่สวยงามมากตลอดชายฝั่ง ทะเลเป็นที่กล่าวกันว่าในสมัยเอโดะ(1603-1867) ผู้คนกว่าหนึ่งในห้ามา สักการะบูชาที่ \&#8221;ศาลเจ้าอิเซะ\&#8221; ซึ่งมีชื่อเสียงมาก \&#8221;อ่าวอะโกะ\&#8221; ซึ่งเป็น ที่รู้จักกันดีในด้านการเลี้ยงมุกเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่มี ชื่อเสียงของซิม่า โฮะคุริคุ Hokuriku ที่เทือกเขาฮิดะในจังหวัดโทยาม่าซึ่งสูงกว่า 3,000 เมตร ที่ให้เดินเขาที่มีชื่อเสียงหลายที่เช่นที่ \&#8221;ภูเขาทาเทะยาม่า\&#8221; และที่หุบเขาคุโรเบะ\&#8221; จังหวัดอิซิคาว่าเป็นศูนย์กลางของเขตโฮะคุริคุ มาตั้งแต่อดีตกาลมีแหล่ง ท่องเที่ยวมากมายที่นั่น เช่น \&#8221;เคนโระคุเอน\&#8221; ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของสวนที่ สวยที่สุดในญี่ปุ่น \&#8221;โนโตะคอนโกะ\&#8221; จุดท่องเที่ยวที่สำคัญของคาบสมุทรโนโตะ มีทิวทัศน์ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะหินของคลื่นตลอดชายฝั่งยาว 30 กิโลเมตร \&#8221;โทจิมโบะ\&#8221; ในจังหวัด ฟุคุเป็นที่รู้จักในฐานะที่มีหน้าผาที่สูงชัน เกาะที่ลอย อยู่ในทะเลของจังหวัดนึงะตะคือ \&#8221;เกาะซาโดะ\&#8221; ซึ่งมีประวัติศาสตร์มากมาย และธรรมชาติที่สวยงาม เกียวโต KYOTO เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสถานที่ประวัติศาสตร์ เกียวโตสืบทอดประเพณีและความสวยงามของญี่ปุ่นมาสู่ปัจจุบัน เกียวโตเป็นเมืองเก่าถูกพัฒนาขึ้นหลังการก่อตั้งเฮอันเคียวในปี 794 และเป็นที่พักอาศัยของพระจักรพรรดิยิ่งกว่า 1,000 ปีเมืองนี้ซึ่งกลายเป็น เมืองปราสาทหลังจากที่ปราสาทนิโจสร้างเสร็จเรียบร้อยในยุคเอโดะ (1603-1867) มีมรดกที่มีค่าทางประวัติศาสตร์มากมายเช่น วัดคิงคะคุจิ / กิงคุคุจิ วัดโทจิ และวัดคิโยมิซุเดระ เมืองเกียวโตยังมีทิวทัศน์ วัดคิงคะคุจิ ปราสาทนิโจ วัดคิงคุคุจิ อาคารสีทองหลายชั้นตั้งอยู่ในเขตโตะคุอองจิเรียกว่าคองคะคุ ดังนั้นวัดนี้จึงถูกเรียกว่าวัดคิงคะจุจิ ปราสาทนิโจ มรดกโลกที่ถูกต้องก่อสร้างขึ้นในปี 1569 โดยอิเอยาสุซึ่งเป็น โทคุกาว่าโชกุนคนแรก สวนและผนังที่ถูกวาดลวดลายสวยงามซึ่งยังมีชีวิตอยู่ทรัพย์สิน ทางวัฒนธรรมที่สำคัญแสดงให้เห็นถึงความเจริญร่งเรืองของตระกูลโทคุกาว่า คันไซ KANSAI ชมความเก่าที่ผสมผสานกับความใหม่ที่ไม่เหมือนกับ ที่อื่นในเขตตะวันตก เขตคันไซเป็นศูนย์กลางทางการเมือง วัฒนธรรมและเศรษฐกิจของญี่ปุ่นตั้งแต่โบราณกาลจนแต้มกระทั่งปลายสมัยกลาง นอกจากนี้สภาพอากาศที่ค่อนข้าง อุ่นตลอดปีของคันไซทำให้บริเวณนี้มี ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ นาราเคยเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรม ในสมัยโบราณ เมืองเก่าแห่งนี้ซึ่งเป็นมรดกโลกแห่งนี้มีสมบัติทาง สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่ประมาณค่าไม่ได้สร้างในสมัยอะซุคะ (600-709) และนารา(710-793) โอซาก้าซึ่งถูกเรียกว่า \&#8221;เมืองหลวงแห่งน้ำ\&#8221; และ \&#8221; ครัวแห่งโลก\&#8221; ในสมัยเอโดะ(1603-1867) ถูกพัฒนา ให้เป็นเมืองแห่งการค้าซึ่งมีวัฒนธรรมแบบเปิด ในโกเบ ซึ่งท่าเรือเริ่มเปิด ใช้ในศตวรรษที่ 19 ก็ยังคงเจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็นหนึ่งในเมืองท่าที่ สำคัญของญี่ปุ่น และที่ฮิเมจิซึ่งเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งในจังหวัดเฮียวโกะ มีสถานที่ทั้งเก่าและใหม่ที่น่าสนใจ นารา Nara เจนเจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นต้องแต่ช่วง เริ่มต้นของราชวงศ์ยามาโต้(300-600) จนกระทั่งเมืองหลวงถูกย้ายในปี 784 \&#8221;วัดโตไดจิ\&#8221; มีชื่อเสียงจาก \&#8221;พระพุทธรูปองค์ใหญ่\&#8221; ศาลเจ้าคาซูงะตั้งอยู่ใน \&#8221;สวนสาธารณะนารา\&#8221; ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง สวนสาธารณะนี้มีกว้างอาศัยอยู่ ด้วยจึงเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับผู้คนด้วย เมืองหลวงเก่าแห่งนี้มีวัดและ ศาลเจ้ามากมายซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่น \&#8221;โฮริวจิ\&#8221; ซึ่งเป็นวัดไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก \&#8221;ภูเขาโยชิโน่\&#8221; ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ เป็นจุดชมวิวดอกซะกุระบานที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นสีของภูเขา ในฤดูใบไม้ร่วงก็สวยงามด้วย ดอกซากุระบาน วัดโตไดจิ โอซาก้า Osaka เป็นเมืองศูนย์กลางของฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่นมีประชากร 2.6 ล้านคน ในสมัยเอโดะ(1603-1867) โอซาก้าเป็นศูนย์กระจายสินค้าของทั้งประเทศและตั้งแต่ สมัยเมจิ(1868-1913) โอซาก้าถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจญี่ปุ่นด้วย ธุรกิจค้าส่ง \&#8221;ชินไซบาซิ\&#8221; เป็นเขตดาวน์ทาวน์เต็มไปด้วยร้านค้าหลากหลายที่ซึ่ง คุณจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมแบบเปิดที่ไม่ถอดแบบที่ไหนของโอซาก้า \&#8221;ปราสาทโอซาก้า\&#8221; สร้างในปี 1583 เป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญของโอซาก้า \&#8221;คิตะชินฉิ\&#8221; เป็นแหล่งบันเทิง ระดับสูงซึ่งครอบครองพื้นที่ส่วนหนึ่งด้านหน้าสถานีโอซาก้า ปราสาทโอซาก้า ชินไซบาซิ โกเบ / ฮิเมจิ Kobe / Himeji ซึ่งอยู่ติดกับทะเลเซโตะถูกพัฒนาให้เป็นเมืองท่า อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกเห็นได้เด่นชัดที่นี่เนื่องจากมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากในสมัยเอโดะ (1603-1867) \&#8221;สวนสาธารณะเมริเคน\&#8221; เป็นสวนสาธารณะริมทะเลซึ่งสร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 120 ปี ของการเปิดท่า \&#8221;ภูเขาโระโคะ\&#8221; ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโกเบเป็นที่รู้จักกันดีในด้านความสวยงามของ ทัศนียภาพยามค่ำคืนจากยอดเขา ฮิเมจิเป็นเมืองศูนย์กลางทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดเฮียวโกะ มีประชากร 500,000 คน สัญลักษณ์ของเมืองคือ \&#8221;ปราสาทฮิเมจิ\&#8217; ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็น มรดกโลก \&#8221;คุมาโนะโคะโด\&#8221; เป็นเส้นทางนมัสการทางศาสนาโบราณซึ่งเพิ่งจะสำเร็จได้รับการ จดทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2004 จูโกะคุ / ชิโคะคุ CHUGOKU / SHIKOKU เพลิดเพลินกับทะเล ท้องฟ้า ทิวทัศน์สีเขียวท่ามกลางธรรมชาติ เขตจูโกะคุแบ่งแยกโดยเทือกเขาได้เป็นสองเขต คือ ซันอินและซันโย ที่ติดกับทะเลญี่ปุ่นคือ ซันอินซึ่งมีความสวยงามของธรรมชาติเช่นเนินทราย และหินปูน แง่มุมซันโยที่อยู่มรรคด้านทะเลเซโตะนั้นมีสภาพอากาศที่อ่อนโยน ตลอดทั้งปี เมืองที่สำคัญในแถบนี้คือ ฮิโรชิม่า เมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขต จูโกะคุและชิโคะคุ คุราชิคิ เขตการค้าในยุคสมัยใหม่ ชิมาเน่และโอคิ ซึ่งไปที่ดินแดนประวัติศาสตร์ อิซุโม่ซึ่งเป็นที่เกิดเทพนิยายญี่ปุ่น ด้วยความที่เป็นเกาะ ซิโคะคุ ดินแดนหนึ่งความสะดวกสบายซึ่งอยู่ ติดกับทะเลเซโตะ จึงยังเต็มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติที่ยัง ไม่เสื่อมโทรมทั้งทะเล ภูเขาและแม่น้ำ ฮิโรชิม่า / คุราชิคิ Hiroshima / Kurashiki เมืองใหญ่ที่มีประชากร 1.1 ล้านคน มีประวัติศาสตร์เคยถูกระเบิดปรมาณู \&#8221;อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิม่า\&#8221; และสวนอนุสรณ์สันติภาพ ตราของสันติภาพอันนิรันดร์ แสดงให้เห็น ถึงข้อความน่ากลัวของสงครามและระเบิดปรมาณู โกดังผนังสีขาวเรียงยาวไป ตามแม่น้ำคุราชิคิใน \&#8221;คุราชิคิ\&#8221; ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้าวของเขตนี้มาตั้งแต่อดีตกาล แสดงให้เป็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมือง \&#8221;มิยาจิม่า\&#8221; ซึ่งเป็นหนึ่งในสาม ของทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น เป็นเกาะอยู่ในทะเลเซโตะ\&#8221;ศาลเจ้าอิทสึคุชิม่า\&#8221; ซึ่งตั้งไปบนเกาะมิยาจิม่า{เป็น|หมายถึง|คือ|ประมาณความว่า|ยังมีชีวิตินทรีย์อยู่|ยังไม่ตาย|สด|ทั้งเป็น|มีชีวิต|ดำรงฐานะ|ครอบครอง}ศูนย์รวมของความเชื่อบนเกาะ คิวชู / โอคินาว่า KYUSHU / OKINAWA แดนสวรรค์ทางใต้ในท้องฟ้าและ ทะเลอันกว้างใหญ่ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เนื่องละคิวชูเป็นเกาะที่อยู่ใต้ที่สุดในเกาะหลักสี่เกาะของญี่ปุ่น<br />
 <br />ที่มา :http://www.travelinsure.in.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://5hop.net/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%90%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สนใจสั่งจองสินค้า มีข้อมูลบริการ ถ้าเป็นเรื่อง ผ้าม่าน</title>
		<link>http://5hop.net/%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://5hop.net/%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2012 23:29:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kt50ip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าม่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://5hop.net/?p=631</guid>
		<description><![CDATA[ผ้าม่าน ผ้าม่าน,ม่านปรับแสง,มู่ลี่ไม้,มู่ลี่,วอลเปเปอร์,พรม,ม่าน Skylight,ตกแต่ง,ตกแต่งห้องนอน,ตกแต่งห้องนั่งเล่น,ตกแต่งห้องทำงาน ผ้าม่านสวย decorsiam.com เป็นผู้ให้บริการติดตั้ง ผ้าม่าน วอลเปเปอร์ มู่ลี่ มู่ลี่ไม้ รางผ้าม่าน ตัดเย็บผ้าม่าน ม่านปรับแสง ม่านม้วน พรมปูพื้น ฉากกั้นห้อง โดยมีสินค้าเลือกมากมายและมีรูปแบบใหม่ๆ ให้เลือกอยู่เสมอ จึงลดความจำเจ ของสินค้า ทั้งนี้ คุณจะได้รับบริการ ด้วยทีมงานมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ยาวนานมากกว่า 10 ปี นอกจากนี้ ทาง decorsiam.com ยังได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ให้เป็นตัวแทน จำหน่ายสินค้าอาทิ Kacee,sense,image,mdi,perla,utex คุณจึงมั่นใจได้ว่า เมื่อตัดสินใจใช้บริการแล้ว จะได้รับงานบริการที่มีคุณภาพ คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุน เพื่อให้บ้านของคุณมีชีวิตชีวาดังใจที่คุณปรารถนา โดยทางเรายังได้ให้บริการข้อมูลสินค้า ผ่านทางเว็บไซต์ www.decorsiam.com เพื่อให้ข้อมูล ตลอดจนคำแนะนำต่างๆเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน เพื่อให้คุณได้มีข้อมูล ประกอบการตัดสินใจ ซึ่งเมื่อคุณได้ข้อมูลตามที่คุณต้องการแล้ว สามารถเดินทางมาที่ร้าน เพื่อแวะชมตัวอย่างที่ร้านได้ สายตรงสินค้าคุณภาพ ที่ http://www.decorsiam.com หรือ เลขที่ 430/19 หมู่5 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><b>ผ้าม่าน</b> </p>
<p><b>ผ้าม่าน</b>,ม่านปรับแสง,มู่ลี่ไม้,มู่ลี่,วอลเปเปอร์,พรม,ม่าน Skylight,ตกแต่ง,ตกแต่งห้องนอน,ตกแต่งห้องนั่งเล่น,ตกแต่งห้องทำงาน <b>ผ้าม่าน</b>สวย</p>
<p>decorsiam.com เป็นผู้ให้บริการติดตั้ง <b>ผ้าม่าน</b> วอลเปเปอร์ มู่ลี่ มู่ลี่ไม้ ราง<b>ผ้าม่าน</b> ตัดเย็บ<b>ผ้าม่าน</b><br />
ม่านปรับแสง ม่านม้วน พรมปูพื้น ฉากกั้นห้อง โดยมีสินค้าเลือกมากมายและมีรูปแบบใหม่ๆ<br />
ให้เลือกอยู่เสมอ จึงลดความจำเจ ของสินค้า ทั้งนี้ คุณจะได้รับบริการ ด้วยทีมงานมืออาชีพ<br />
ที่มีประสบการณ์ยาวนานมากกว่า 10 ปี</p>
<p>นอกจากนี้ ทาง decorsiam.com ยังได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ให้เป็นตัวแทน<br />
จำหน่ายสินค้าอาทิ Kacee,sense,image,mdi,perla,utex คุณจึงมั่นใจได้ว่า<br />
เมื่อตัดสินใจใช้บริการแล้ว จะได้รับงานบริการที่มีคุณภาพ คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุน<br />
เพื่อให้บ้านของคุณมีชีวิตชีวาดังใจที่คุณปรารถนา</p>
<p>โดยทางเรายังได้ให้บริการข้อมูลสินค้า ผ่านทางเว็บไซต์ www.decorsiam.com<br />
เพื่อให้ข้อมูล ตลอดจนคำแนะนำต่างๆเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน เพื่อให้คุณได้มีข้อมูล<br />
ประกอบการตัดสินใจ ซึ่งเมื่อคุณได้ข้อมูลตามที่คุณต้องการแล้ว สามารถเดินทางมาที่ร้าน<br />
เพื่อแวะชมตัวอย่างที่ร้านได้ สายตรงสินค้าคุณภาพ ที่ http://www.decorsiam.com หรือ</p>
<p>เลขที่ 430/19 หมู่5 ถ.ศรีนครินทร์ ต.สำโรงเหนือ<br />
อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10270<br />
โทร 02-758-6974 มือถือ 084-531-8896<br />
decorsiam1@gmail.com <br />ที่มา :http://www.decorsiam.com/สินค้าเด่น/ผ้าม่าน.html</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://5hop.net/%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประกันภัยรถยนต์ เปิดเทคนิคท่องให้ขึ้นใจได้ยิ่งแจ๋วพระเจ้าประทานสิ่งดีๆให้อีกแล้วจดเก็บ</title>
		<link>http://5hop.net/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://5hop.net/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2012 21:56:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kt50ip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันภัยรถยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://5hop.net/?p=629</guid>
		<description><![CDATA[ประกันภัยรถยนต์ ทุกวันนี้เมื่อพูดถึงรุ่นเอี่ยมที่วางจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว เจ้า \&#8221;ไฟตัดเมฆ\&#8221; ดูจะทั้งเป็นสิ่งมที่เปลี่ยนแปลงมาเป็นเกณฑ์ใหม่ของรถยนต์ทุกวันนี้ ด้วยอำนาจการให้ไฟที่ส่องสว่างขึ้นมากกว่าเดิม จนกลายเป็นที่พูดต่อกันอย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสมทางด้านการใช้งานว่า สรุปแล้ว ไฟตัดหมอกนั้นมีดีหรือโทษมากกว่ากัน เมื่อช่วงปีที่ผ่นมานั้น เราได้เคยพูดถึงเรื่องราวของ \&#8221;ไฟตัดหมอก\&#8221; ไปบ้างในแง่ของการใช้งาน ที่เราสามารถเลือกที่จะปิดหรือเปิดตามต้องการได้ ทว่าด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการของคนขับ ที่ใช้มันอย่างพร่ำเพรื่อ วันนี้ไฟตัดหมอกได้กลายมาเป็นภัยร้ายเอี่ยมบนถนน ที่อาจจะแฝงตัวเข้ามาโดยที่คุณไม่ทันสังเกต และแม้ชุดไฟตัดหมอกนี้จะอยู่ต่ำกว่าไฟหน้าปกติ แต่ก็มีพิษสงที่ร้ายกาจเช่นกัน ไม่นานมาที่ประเทศอังกฤษได้มีการวิจัยที่น่าสนใจของบริษัท ประกันภัยแดนผู้ดีที่ชื่อว่า Swift Cover ที่มุ่งศึกษาประเด็นดังกล่าวในหัวข้อ \&#8221;Reckless fog light Driver\&#8221; โดยเน้นในการศึกษาเกี่ยวกับผุ้ขับขี่ที่เปิดไฟตัดหมอกเป็นประจำบนถนน โดยจากการวิจัยพบว่า ในช่วง 12 เดือนที่ลอดมามีอุบัติเหตุกว่า 300,000 ครั้ง ในอังกฤษที่อาจจะมีสาเหตุมาจากไฟตัดหมอก และผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อยส่วนประเสริฐ มักจะบอกว่า \&#8221;มันดูเท่ห์\&#8221; กว่าบนถนน จากการศึกษาในกรุงลอนดอนพบว่า อุบัติเหตุกว่าครึ่งในนครได้รับการระบุว่า รถคู่กรณีนั้นมักจะใช้ไฟตัดหมอกนอกสภาวะการณ์ที่เหมาะ ในขณะที่ swift cover เองก็ผ่านพบว่า ผู้ใช้รถกว่า 21 % เปิดใช้ไฟตัดหมอกไม่ถูกต้อง โดยผู้ขับส่วนใหญ่มักให้เหตุว่า ไฟหน้าสิ่งของพวกเขาส่องสว่างไม่เพียงพอ รวมถึงช่วยเพิ่มระยะการเหล่เห็นเมื่อกระทบกันเส้นไฟจราจร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.quotecarinsure.com">ประกันภัยรถยนต์</a> ทุกวันนี้เมื่อพูดถึงรุ่นเอี่ยมที่วางจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว เจ้า \&#8221;ไฟตัดเมฆ\&#8221; ดูจะทั้งเป็นสิ่งมที่เปลี่ยนแปลงมาเป็นเกณฑ์ใหม่ของรถยนต์ทุกวันนี้ ด้วยอำนาจการให้ไฟที่ส่องสว่างขึ้นมากกว่าเดิม จนกลายเป็นที่พูดต่อกันอย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสมทางด้านการใช้งานว่า สรุปแล้ว ไฟตัดหมอกนั้นมีดีหรือโทษมากกว่ากัน เมื่อช่วงปีที่ผ่นมานั้น เราได้เคยพูดถึงเรื่องราวของ \&#8221;ไฟตัดหมอก\&#8221; ไปบ้างในแง่ของการใช้งาน ที่เราสามารถเลือกที่จะปิดหรือเปิดตามต้องการได้ ทว่าด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการของคนขับ ที่ใช้มันอย่างพร่ำเพรื่อ วันนี้ไฟตัดหมอกได้กลายมาเป็นภัยร้ายเอี่ยมบนถนน ที่อาจจะแฝงตัวเข้ามาโดยที่คุณไม่ทันสังเกต และแม้ชุดไฟตัดหมอกนี้จะอยู่ต่ำกว่าไฟหน้าปกติ แต่ก็มีพิษสงที่ร้ายกาจเช่นกัน ไม่นานมาที่ประเทศอังกฤษได้มีการวิจัยที่น่าสนใจของบริษัท ประกันภัยแดนผู้ดีที่ชื่อว่า Swift Cover ที่มุ่งศึกษาประเด็นดังกล่าวในหัวข้อ \&#8221;Reckless fog light Driver\&#8221; โดยเน้นในการศึกษาเกี่ยวกับผุ้ขับขี่ที่เปิดไฟตัดหมอกเป็นประจำบนถนน โดยจากการวิจัยพบว่า ในช่วง 12 เดือนที่ลอดมามีอุบัติเหตุกว่า 300,000 ครั้ง ในอังกฤษที่อาจจะมีสาเหตุมาจากไฟตัดหมอก และผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อยส่วนประเสริฐ มักจะบอกว่า \&#8221;มันดูเท่ห์\&#8221; กว่าบนถนน จากการศึกษาในกรุงลอนดอนพบว่า อุบัติเหตุกว่าครึ่งในนครได้รับการระบุว่า รถคู่กรณีนั้นมักจะใช้ไฟตัดหมอกนอกสภาวะการณ์ที่เหมาะ ในขณะที่ swift cover เองก็ผ่านพบว่า ผู้ใช้รถกว่า 21 % เปิดใช้ไฟตัดหมอกไม่ถูกต้อง โดยผู้ขับส่วนใหญ่มักให้เหตุว่า ไฟหน้าสิ่งของพวกเขาส่องสว่างไม่เพียงพอ รวมถึงช่วยเพิ่มระยะการเหล่เห็นเมื่อกระทบกันเส้นไฟจราจร และไฟตัดหมอกยังช่วยลดการจี้ตูดด้วย แม้บางเหตุผลอาจจะพอที่จะเข้าใจได้แต่จากการวิจัยนี้พบว่า 14% ของผู้ที่อ้าไฟตัดหมอกเอาไว้ ให้เหตุผลว่า มันช่วยให้รถดูดียามขับขี่ โดยผู้ที่ตอบด้วยเหตุผลนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ขับขี่ที่มีอายุระหว่าง 18 -34 ปี และมีเพียง 3% ที่มีอายุระหว่าง 35-54 ปี ที่กล่าวถึงเรื่อง \&#8221;ไฟตัดหมอก\&#8221; ด้วยเหตุผลเดียวกัน ด้านนาย โรบิน รีเมส หัวหน้าฝ่ายเคลมค่าสินไหมของ Swift cover เปิดเผยว่า ความคิดของวัยรุ่นที่คิดว่าการเปิดไฟตัดหมอกนั้นเท่ห์ อาจจะทำให้เป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่คนอื่นได้ ไฟตัดหมอกถูกออกแบบมาให้ใช้เพื่อเพิ่มคตวามสามารถในการมองเห็นในบางสถานการณ์ วึ่งการใช้งานอย่างไม่ถูกต้องนั้น จะทำให้แยงตาและรบกวนสมาธิผู้ใช้ถนนคนอื่น และนำไปสู่อุบติเหตุ ซึ่งพิสูจน์ได้จาการวิจัยในครั้งนี้ และถ้ายังสามารถมองเห้นได้ในระยะที่มากกว่า 100 เมตร ไฟตัดหมอกก็ควรจะถูกปิดเสีย แม้ไฟตัดหมอกจะดูไม่อันตรายมาก แต่การออกแบบให้มันมีความสามารถทะลุทะวงอุปสรรคด้วยการกระจายแสงในแนวนอน ก็ทำให้มันอาจจะเป็นอันตรายได้เช่นกัน ซึ่งตามปกติแล้ว เราอยากแนะนำว่า การเปิดไฟตัดหมอกที่ถูกตั้องนั้น ควรใช้ในสถานการณที่มีฝนตก,หมอกลงหน้าจัด ตลอดจน สภาวะฝุ่นหรือควัน และรวมถึงการขับขี่ฝ่าสภาวะหิมะตก ซึ่งแม้ไฟตัดหมอกอาจจะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ในความคิดหลายๆคน แต่การคิดถึงเพื่อนร่วมถนน ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน |ต้องเรียกว่าเป็นวัฏจักรที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับผู้หญิงทุกคน ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องมีงานแต่งงาน และตามมาด้วยการมีทายาท พร้อมกับหลายคนแผ่นดินเป็นหนักหนาขับตัวยงนั้น ก็มักจะเกร็งยามที่เรามีน้อง อาจจะไม่เหมาะแก่การขับรถ แต่ความจริงแล้ว เรื่องนี้อาจจะไม่ได้น่ากลัวกันอย่างที่เราคิดก็จัดหามา ประเด็นเรื่องการขับรถของคนท้องนั้น ไม่ได้อยู่ที่พฤติกรรมในการขับขี่ หากแต่อยู่ที่ความเหมาะสมในการขับรถที่อาจจะไม่สะดวกสบาย เมื่อคุณมีอีกชีวิตร่วมเดินทางไปกับคุณ และวันนี้ เรามาหลากเทคนิคดีๆ ที่จะมาบอกเล่ากันอีกครั้ง 1.รู้ความเสี่ยง ไม่ว่าคุณอ่านต่อไปแล้วจะทำยังไง ในการขับรถ จำไว้ว่าการขับรถมีความเสี่ยงและเมื่อคุณมีครรภ์ความเสี่ยงก็จะตกอยู่กับลูกสิ่งของคุณด้วย มีวิจัยใมนสหรัฐอเมริกาที่ระบุว่า คุณมีโอกาสแท้งลูก 3 เท่าและ เลือดตกในถึง 2 เท่ หากเกิดพลิกคว่ำในขณะขับขี่และแม้จะชนไม่จัด ก็ยังมีโอกาสแท้งลูก 5% แต่จากการศึกษาล่าสุด พบว่า ในจำนวนดังกล่านั้น มีกว่า 68% ที่ไม่นับถือคาดเข็มขัดในขณะขับขี่ และเฉลี่ยท่านั่งไม่ถูกต้อง 2.ท่านั่งที่เปลี่ยนไป คุณต้องเข้าว่าไม่ได้ขับคนเดียว เมื่อคุณคิดและมุ่งมั่นแน่จากนั้นว่าจะขับรถขณะมีท้อง จำไว้ว่าทุกสิ่งที่จำเป็นจะต้องปฏิบัตินั้นให้ยึดหลักต่อว่า มีอีกคนอยู่กับเรา ที่คงต้องเริ่มตั้งแต่ท่านั่งลงให้ปรับถอยหลังจากเดิมห่างพวงมาลัยมาขึ้นราวๆ 10 เซนติเมตร ห้ามนั่งใกล้พวงมาลัย และปรับเบาะเอนเล็กน้อย รวมถึงปรับพวงมาลัยให้สูงขึ้น เพื่อไม่ให้แอร์แบกนั้นกระแทกเข้าท้อง เมื่อเกิดการทำงาน แต่ทั้งหมดนั้นคุรต้องให้สามารถควบคุมคันเร่งได้เหมือนเดิม 3.คาดเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกวิธี จงจำไว้ว่า แม้จะท้อง คุณก็ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย อย่าเอาความรู้สึกว่ามันจะอึดอัดคับพุงมาเป็นข้ออ้า งเพราะ เข็มขัดนิรภัยนี้ช่วยคุณและลูกในการไม่กระแทกกับพวงมาลัย ยามเกิดอุบัติเหตุ จริงสิงเมื่อคุณท้องใหญ่ขึ้นจากเดิม คงจะยากที่จะคาดเข็มขัดนิรภัย แต่วิธีคาดนั้นก็ไม่ยาก ให้เว้นสามเหลี่ยมนั้นระหว่างช่วงท้อง โดยสายบนนั้นควรอยู่ช่วงราวนมและคอ ส่วนสายล่างให้ปรับไม่ให้ตึงมากและวางไว้ใต้พุง 4.ลูกไม้แก้ปวดช่วยได้ หลายคนที่ขับรถขณะตั้งครรภ์คงจะต้องเคยเจออาการปวดหลัง ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรมากมายนัก การที่คุณมีน้องอยู่ที่หน้าท้อง แต่ปัญหานี้จะหมดไป ถ้าหาลูกไม้แก้ปวดมาติดตั้งไว้ที่เบาะ ซึ่งมันคืออุปกรณ์นวดหลังดีๆ และไม่มีปัญหาใดๆต่อเด็กในครรภ์ 5.อย่าใช้ความเร็ว เมื่อทุกอย่างพร้อมก็จำไว้ว่าคุณต้องขับรถไม่เร็วเกินไปส่วนหนึ่งคือเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น อีกส่วนหนึ่งคือลดอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งการใช้ความเร็วไม่มากนัก ทำให้คุณลดความเสี่ยงการแท้งลูก แต่ยังสามารถขับรถได้อย่างปลอดภัย ทั้ง 5 ข้อนี้น่าจะช่วยให้คุณสามรถขับรถช่วยตัวเองได้ในเรื่องการเดินทางยามคุณมีน้อง แต่จากคำแนะนำของแพทย์เรื่องสูตินารีเวชในสหรัฐก็เปิดเผยอีกว่า เมื่อย่างเข้าสู่เดือนที่ 7 หรือ 12 สัปดาห์ก่อนคลอดนั้น ควรงดกิจกรรมขับรถเพื่อความปลอดภัย |ขึ้นไป 2 บาท แล้ว สำหรับราคาน้ำมันตั้งแต่ปีใหม่ที่ผ่านมา ที่ทำให้หลายคนมานั่งหน้ามืดตามัวกันว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงมาแทบไม่ได้มีประโยชน์ กันเลย แต่ในเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามกลไกตลาด หรือว่าง่ายๆยังไง ก็ต้องยอมรับสภาพเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้น จึงเลี่ยงไม่ได้ที่เราควรจะมาเรียนรู้การขับประหยัดกัน ที่ผ่านมาเราก็พูดถึงเทคนิคการขับประหยัดไปหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เราจะมากล่าวถึงเทคนิดในขั้นที่สูงขึ้นจากเดิม ซึ่งหากวันนี้คุณกำลังมองหาวิธีประหยัด ก็ลองนำไปทำดู และค่อยๆลองปรับ จนชินในท้ายที่สุด 1.ดับเครื่องยนต์เมื่อรถไม่เคลื่อน น้อยคนนักที่จะเห็นว่าเขาดับเครื่องยนต์ ที่เห็นชัดนั้นก็ไม่พ้นรถตุ๊กๆ ทั้งหลาย แต่เทคนิคนี้อาจจะไม่ขั้นสูงมากนัก ทว่าก็มีการศึกษาวิจัยมาแล้วว่าการดับเครื่องยนต์ช่วยให้ประหยัดเงินในกระเป๋ามากขึ้น จนรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่นมีระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติช่วยสนับสนุนในเรื่องการประหยัดน้ำมัน 2.หลีกเลี่ยงหลุมบ่อ ต่างๆ ไม่เชื่อก็ต้อง ว่าการขับรถให้ประหยัดนั้น สิ่งหนึ่งนอกจากการเดินคันเร่งเรื่อยๆ ขับชิวๆ ช้าๆ แล้ว สภาพพื้นถนนที่เป็นหลุมบ่อ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการขับรถให้มีความประหยัดมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ถ้าเป็นได้ควรหลีกลี่ยงหลุมต่างๆหรือผิวจราจรที่ไม่ราบเรียบ แต่หากต้องใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ อาจจะลองหาเส้นทางเลี่ยงที่ไกลกว่าเดิมไม่มากนัก 3จำให้ดี แรงเฉื่อย ช่วยคุณได้ มีคนจำนวนน้อยมากที่รู้จักแรงเฉื่อย ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่เราไม่ได้มีการเร่งให้เครื่องยนต์ทำกำลังแล้ว ปัจจุบันเราสัมผัสกับแรงเฉื่อยบ่อยหรือที่เรียกว่าไหลรถ ซึ่งมีอยู่ในเกียร์อัตโนมัติ เฉกเช่นเดียวกับเกียร์รรมดา ซึ่งช่วยให้คุณใช้เบรคน้อยลง และยังช่วยรักษาระดับการทำงานของเครื่องยนต์ดีกว่า การใช้เบรคเลยในทีเดียว ทำให้ประหยัดน้ำมัน 4.เหยียบเผื่อเมื่อขึ้นทางชัน หลายครั้งที่เราตะลุยต่างจังหวัด อาจจะต้องเจอทางลาดชัน โดยเฉพาะเขา ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำอัตราประหยัด แต่กระนั้นก็ยังมีวิธีพิชิตมันได้ เพียงแค่ใช้แรงบิดให้เป็นประโยชน์เหยียบส่งลงเขาเพื่อใช้ โมเมนตัมของรถในการเพิ่มความเร็ว ทำให้ไม่จำเป็นต้องเร่งมากในการขึ้นเขา 5.ได้เวลามองพลังงานทางเลือก ถ้าหากทำทุกอย่างแล้ว เงินในกระเป๋ายังประหยัดไปไม่ไมาก สิ่งสำคัญต่อมาอย่างสุดท้ายคงต้องมองในเรื่องของพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่นั้นเกือบทุกยี่ห้อรองรับเชื้อเพลิง E20 ได้หรือถ้ารถใครสามารถเติม E85 ได้ ก็จะช่วยให้ประหยัดยิ่งขึ้น ทั้งหมด 5 ข้อที่กล่าวมานี้ บางข้อนั้นอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับพฤติกรรมการขับขี่เป็นระยะเวลานานพอสมควร แต่สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้ในการขับประหยัด คือรถต้องพร้อมและได้รับการตรวจสอบอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ |เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ดูเหมือนจะมีข่าวคราวไม่สู้ดีเกี่ยวกับท้องถนนออกมาพอสมควร โดยเฉพาะอุบัติเหตุ ที่หนึ่งในนั้นเกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่ และน่าจะประกอบกับประสบการณ์ที่ยังไม่มากในการขับขี่ทำให้เป็นเรื่องร้ายแรง จนเรานึกถึงว่าน่าจะมีอีกหลายคนที่ยังต่ำกว่าประสบการณ์และความรู้ในการขับขี่นั้นน่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย หลายคนที่เคยขับรถยนต์คงอยู่จะไม่ค่อยชอบใจนักกับการขับรถที่ยามค่ำคืนโดยเฉพาะในยามดึกสงัด เงียบสงบที่อาจจะชวนจิตหลอนได้ระหว่างทางแต่ถ้าคุณจะขับรถในยามค่ำคืน มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก และเรามีเทคนิคที่ช่วยให้คุณขับรถในยามราตรีได้อย่างปลอดภัย 01 รู้สถานะเนื้อตัวเองก่อนขับ เราไม่ได้บอกให้คุณตั้ง Status แต่การรู้ว่าเรากำลังเป็นอย่างไรก่อนขึ้นขับรถในยามค่ำคืนนั้นคือเรื่องสำคัญ โดยมาก สิ่งที่เลี่ยงได้ยากสำหรับการขับรถในยามค่ำกลับ คือการเหนื่อยล้า บรรยากาศที่เงียบขรึมสงบนั้นชวนหลายคน \&#8221;หลับใน\&#8221; ได้อย่างง่ายถางหญ้าโดยไม่ต้องสงสัย และถ้าคุณรู้สถานะตัวเองว่า เหนื่อย เพลีย อ่อนล้า ก็ทำให้เราหาทางแก้ เช่นการหาเพลงคึกๆมันส์ๆ ฟัง ช่วยให้กระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น ไม่มากก็น้อย ไม่ก็ถ้าไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ ก็จอดเบื้องทาง พักผ่อนสักนิด โดยเฉพาะ หากคุณเดินทางไกล ช่วยลดความเสี่ยงได้ 02 อย่าเข้าใกล้รถที่มีพฤติกรรมแปลกๆ เมื่อคุณเดินทางยามค่ำคืน สิ่งที่ควรจำคือ แม้คุณจะพร้อม แต่อย่างวางใจในเพื่อนร่วมทาง เพราะเพื่อนร่วมทางนี่แหละที่เอ้ที่สุด และบ่อยครั้งที่อุบัติเหตุนั้นมีเพื่อนร่วมทางเป็นส่วนสำคัญ สิ่งที่ต้องนึกตรองถึงเวลาขับรถยนต์ในยามค่ำคืนนั้น คงไม่พ้นการที่ต้องระแวดระวัง โดยเฉพาะรถยนต์ที่เดินทางไปกับเรา ซึ่งบางครั้งมีพฤติกรรมแปลกๆ เช่นขับเร็วผิดปกติ หรือมีอาการเลื้อย-ส่าย ขับรถไม่ตรงเลน/กินเลนและ เด็กแว้นซ์ จงพึงระวังและทางที่ดี ถ้าเจอเจ้าหน้าที่ด้านหน้า ให้บอกเจ้าหน้าที่ เพราะคุณอาจเป็นส่วนหนึ่งช่วยให้ถนนปลอดภัยมากขึ้นก็ได้ 03 มองให้ละเอียดก่อนใช้ความเร็ว หลายครั้งโดยเฉพาะในต่างจังหวัดนั้น ถนนจะขัดสนไฟส่องทาง และเมื่อความมืดเข้ามาเยือนนั้น มันก็ทำให้การสัญจรยิ่งอันตรายมากขึ้น และหลายครั้งความประมาทของอุบัติเหตุเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และความมืดถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญในการขับขี่ ดังนั้น พยายามมองให้ดี ถ้าไม่มีรถสวนไฟสูงก็สามารถช่วยได้ เช่นเดียวกับไฟตัดหมอก ที่ช่วยเพิ่มระยะการมองเห็นได้ โดยเฉพาะการขับขี่ในต่างจังหวัด 04 ระแวดระวังตามแยกต่างๆ ทางตัดและทางแยก ถือเป็นจุดสำคัญในการขับขี่ยามค่ำคืน เนื่องจากเมื่อการจราจรเบาบางจุดเหล่านี้นั้นมักจะกลายเป็นไฟเหลืองกระพริบ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสนใจ อันที่จริงไฟเหลืองที่ติดแทนการปล่อยสัญญาณไฟ คือการบอกให้ระวัง และจุดตัดต่างๆเหล่านี้ มันกลายเป็นจุดเกิดเหตุที่บ่อยๆพอๆ กับช่วงทางโค้งอันตราย ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการชะลอความเร็ว จะดีกว่า 05 เคารพกฏจราจรอย่าเคร่งครัด ยิ่งค่ำคืน แม้ถนนจะโล่งแต่สิ่งที่ละเลยไม่ได้คิอเรื่องของกฏจราจร หลายคนมักจะละเลยการปฏิบัติตามกฏทำให้บ่อยครั้งเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ หรือไม่ก็เกิดอุบัติเหตุเสียเอง ดังนั้นจำไว้ว่าเคารพกฏให้มากที่สุด เพราะหากคุณไร้ซึ่งกฏโอกาสเสี่ยงก็จะเยอะขึ้นโน่นเอง แน่นอนว่าทั้ง 5 ข้อนี้อาจจะเป็นเรื่องราวพื้นฐานของการขับรถ แต่เมื่อคุณขับรถในยามค่ำคืนการปฏิบัติตามสิ่งที่ควรจะปฏิบัติทั้ง 5 ก็ทำยื่นให้คุณปลอดภัยขึ้นไม่มากก็น้อย |ใกล้ขึ้นมาทุกทีแล้ว สำหรับเทศกาลวันหยุดยาวในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่หลายคนก็มีโครงการที่จะเดินทางไปพักผ่อนชาร์จแบตฯให้ชีวิต เติมไฟความคิดให้ลุกโชน ซึ่งทุกครั้งในช่วงวันหยุดยาวนั้นจะต้องมี คำว่า\&#8221; 7 วันอันตราย\&#8221; ที่หมายถึง การเดินทางที่มีผลแห่งการสุ่มเสี่ยงมากยิ่งขึ้นกว่าปกติ ทว่า เรื่องเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องง่ายๆ ถ้าคุณรู้จักการจัดที่ถูกต้อง หลายครั้งหลายหนการเดินทางในช่วงวันหยุดกลายเป็นหายนะ และแม้อุบัติเหตุจะเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถึงเราอาจจะไม่สามารถพูดได้เต็มปาก 100% ว่าสิ่งที่เราจะบอกต่อไปนี้ มันจะช่วยให้คุณพ้นภัย แต่อย่างเล็กน้อยมันก็น่าจะปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 1.ตรวจสอบรถ การเดินทางไกลนั้นคือการที่เราต้องขับรถยนต์เป็นระยะเวลานานมีการสึกหรอที่เกิดขึ้นระบิลต่อเนื่องต่อระบบต่างๆ ซึ่งการตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทางนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก ทั้งระบบเบรค ระบบเครื่องยนต์ ไปจนถึง หม้อน้ำ และการระบบปรับอากาศ ที่ควรจะพร้อมเพื่อให้การเดินทางนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น 2.ศึกษาข้อมูลเส้นทาง เมื่อรถพร้อมก็ควรจะมาทำการบ้านก่อนไปเที่ยวกันบ้าง ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าถึงข้อมูลได้ ลองศึกษาดูว่า จะไปทางไหนอย่างไรบ้างเพื่อป้องกันการหลงทางที่ทำให้เสียน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ เช่นเดียวกับ มองหาสถานที่สำคัญๆ และเบอร์โทรฉุกเฉินพกติดเอาไว้เพื่อเกิดปัญหา ระหว่างทาง 3.เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน การเดินทางไกลนั้นทุกอย่างสามารถเป็นไปได้ และการพกอุปกรณ์ฉุกเฉินเบื้องต้นเอาไว้ก็เป็นเรื่องดีเช่น ไฟฉาย ,ป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสง หรือ จะอุปกรณ์เติมลมพกพา และเครื่องมือประจำรถ ซึ่งช่วยให้คุณมีไว้ใช้ยามต้องการดีกว่าหาไม่ได้ 4.ศึกษาขั้นตอนฉุกเฉิน บางครั้งเราก็ต้องยอมรับว่า เหตุการณ์ฉุกเฉินอาจจะเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถเข้าใจมันได้ เช่น ยางระเบิดควรทำอย่างไร เมื่อกระจกแตกควรทำอย่างไร ลองหาประสบการณ์จากผู้รู้หรือคำชี้แนะไว้ประดับความรู้เล็กๆน้อยๆ ซึ่งช่วยให้สามารถปฏิบัติตัวได้ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย และลดความตื่นตกใจได้ไม่มากก็น้อย 5.อย่ามองข้ามที่วางศีรษะ มีหลายมักคิดว่าที่วางศีรษะที่ติดกับเบาะรถนั้นไม่มีความสำคัญ แต่นั่นนับเป็นเรื่องเข้าใจผิดมหันต์ เพราะเจ้าที่รองศรีษะนี้ ช่วยทั้งทำให้คุณไม่เมื่อยล้าในการขับรถเป็นเวลานานๆ เพราะทำให้กระดูกสันหลังจัดวางไว้ได้อย่างถูกต้อง เช่นเดียวกันกับเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เจ้าหมอนรองคอนี่แหละช่วยลดอาการบาดเจ็บของต้นคอจากอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี 6.เข็มขัดนิรภัยคาดไว้เสมอ เมื่อเดินทางเรื่องที่ควรต้องปฏิบัติอีกอย่างก็ไม่พ้นการคาดเข็มขัดนิรภัย ที่ควรจะทำให้ชินเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะในยามเกิดอุบัติเหตุจะผ่อนหนักเป็นเบาได้มาก และในรถที่มีถุงลมนิรภัย การคาดเข็มขัดจะทำให้การทำงานของถุงลมนิรภัยมีความปลอดภัยมากขึ้นด้วย 7.เตรียมพร้อมร่างกาย เมื่อต้องขับรถทางไกลควรเตรียมร่างกายให้พร้อมต่อการเดินทาง สิ่งสำคัญคือควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก่อนเดินทางไม่ควรพึ่งกาแฟ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง รวมทั้งพึ่งพาแอลกอฮอลล์ ก่อนออกเดินทาง เพราะทำให้อ่อนล้าได้ในระหว่างการเดินทาง เสี่ยงต่อการเกิดพลิกคว่ำ 8.เซทรถก่อนเดินทาง เมื่อจะเดินทางควรเซทรถให้พร้อม ทั้งการจัดแหมะสิ่งของที่บรรทุกไปด้วย จำไว้ว่าสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก ควรอยู่ด้านล่าง เพื่อป้องกันมันกลิ้งมาโดนผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับมันยังช่วยให้น้ำหนักกดทับลงไปบนช่วงล่างเพิ่มขึ้น และอย่าลืมเมื่อบรรทุกน้ำมักมากขึ้น ก็ควรต้องเติมลมยางเพิ่มขึ้นด้วย แต่ให้ตรวจสอบอย่าเกินอัตราที่กำหนดบนยาง 9.หยุดพักบ้างถ้าจำเป็น การหยุดพักนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นในการเดินทาง อย่ามองข้าม เพราะมันมีผลมาก ทั้งความอ่อนล้าต่อคุณและรถ ความจริงแล้ว การหยุดพักควรทำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อยืดเส้นสาย และช่วยยื่นให้คุณไม่เบื่อถนนมากเกินไป แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็พยายามจิบน้ำเปล่าบ่อยๆ ในระหว่างการเดินลาดเลา ช่วยผ่อนคลายความรู้สึกตึงเครียดได้ และลดการกระหายน้ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุการอ่อนล้า เพียง 9 ข้อนี้ การเดินทางในช่วงวันหยุดยาวนี้ก็น่าจะไม่สะดุดขลุกขลักระหว่างทาง ถึงที่หมายอย่างสบายใจ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคงไม่พ้นความไม่ \&#8221;ประมาท\&#8221; ที่อาจะป้นต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ขอให้โชคดีทุกคน |ใกล้จะผ่านพ้นไปเต็มทีแล้วสำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมประเทศไทย ที่หลายพื้นที่นั้นเริ่มดีขึ้นตามลำดับ และแม้ก่อนหน้านี้เราจะพูดถึงการซ่อมรถที่ประสบภัยพิบัติกันไปหลายต่อหลายครั้ง แต่ใครที่ยังรอดก็อย่าวางใจ โดยเฉพาะขาลุยจิตอาสาที่บุกฝ่าน้ำท่วม การขับรถลุยน้ำท่วมนั้นพูดกันตามความจริง ก็ต้องเรียกว่ามีแต่เสียกับเสีย แม้รถของเราจะไม่ตายกลางทางรอดออกมาเล่าเรื่องให้เพื่อนๆ ฟังได้ แต่การลุยน้ำท่วมนั้น โดยเฉพาะฐานะน้ำที่ลึกเกินกว่าครึ่งล้อรถหรือประมาณ 30 เซ็นติเมตร ขึ้นไปนั้น อาจจะส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆได้ ที่แม้จะไม่ใช่เรื่องราวที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์โดยตรง แต่เมื่อพ้นช่วงนี้ไปได้ สิ่งต่อไปนี้คือเรื่องที่คุณควรหาเวลาว่างไปตรวจเช็คกันบ้าง 1.ระบบเบรค ระบบเบรคถือเป็นอะไรที่สำคัญมาก และน้ำท่วมที่เกิดขึ้น น้ำที่มาดั่งเส้นธารให้เราลุยกันสนุกสนานนั้นก็ไม่ได้สะอาดอะไรมากนัก หากแต่ปนเปื้อนไปด้วยเศษขี้ผงต่าง ซึ่งสามารถเข้าไปติดขัดได้ในระบบเบรค อีกประการน้ำอาจจะทำให้ระบบเบรคนั้นเกิดขึ้นความชื้นได้ ทำให้มีประสิทธิภาพลดลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันเบรค ที่อาจเสื่อมคุณภาพได้ เช่นเดียวกับหน้าสัมผัสของชุดผ้าเบรคเองที่เกิดจากขี้ผงต่างๆ จนมุมเป็นรอยบนชุดจานเบรค สำหรับระบบดิสเบรค และในข้างของระบบแบบดรัมเบรคเองก็ต้องตรวจเช็คด้วยแม้จะมีผลกระทบน้อยกว่าก็ตาม 2.ลูกปืนล้อ หลายคนมักลืมไปต่อว่าชุดล้อรถยนต์ในปัจจุบันประกอบด้วยลูกปืนที่ช่วยอำนวยให้สามารถหมุนได้อย่างอิสระ ซึ่งภายในลูกปืนนั้นจะมีจาระบีคอยหล่อลื่นซึ่งอาจจะมลายหายไปกับน้ำ หรือาจจะเสื่อมคุณภาพเมื่อถูกน้ำ ซึ่งจะเป็นต้นตอของอาการลูกปืนดัง และอาจจะนำไปสู่ลูกปืนล้อแตก ซึ่งบางกรณีเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุร้ายแรงได้เช่นกัน 3.อักษะขับและเฟืองท้าย 2 รายการนี้น่าจักทำคู่กัน โดยเฉพาะใครที่ไปลุยแบบน้ำมิดใต้ท้องมานั้นห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด ยิ่งใครที่ก่อนหน้าน้ำท่วม พบว่ามีเสียงดังจากชุดเพลาอยู่แล้วหรืออาจจะไม่เคยดูแลเพลาขับ อาจหมายถึงยางหุ้มเพลาเสื่อมฉีกขาด มีอยู่โอกาสน้ำเข้ามาไปชะจาระบีที่อยู่เวลาในสูงพอตัว เช่นเดียวกันในกรณีกระบะ แม้ชุดเพลาจะเป็นคานแข็ง ซึ่งน้องน้ำอาจจะทำอะไรไม่ได้ แต่กับเฟืองท้ายนั้นอาจจะไม่เป็นแบบนั้น ยิ่งใครที่ฝ่าไปน้ำระดับสูงเฟืองท้ายอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการน้ำเข้ามา ซึ่งมันสามารถเล็ดเข้าไปให้ในท่อหายใจของน้ำมันเฟืองท้าย ดังนั้นมีโฉลกเปลี่ยนถ่ายของเหลวก็น่าจะดีกว่า 4.ระบบปรับอากาศ บางครั้งกลิ่นไม่พึงประสงค์ของน้ำท่วมนี้ติดแน่นทนนานกว่าที่เราคิดพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อเราไปลุยบ่อยๆ ก็คงไม่ต้องแปลกใจที่เราจะพบว่ารถของเรานั้นเหม็นสาปน้ำท่วม โดยมากหลายคนไม่นึกถึงข้อนี้ และแม้รถเราจะไม่ได้จมน้ำ แต่กลิ่นไม่พึงประสงค์นี้ก็ไม่ได้ทำให้รถเราต่างอะไรออกไป ฉะยั้ยเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจน้ำท่วมอย่าลืม ไปหาโอกาสกำจัดกลิ่นในระบบแอร์บ้าง 5.น้ำมันเครื่อง สิ่งสุดท้ายที่เราไม่น่าจะลืมในการตรวจหาสอบรถหลังลุยน้ำท่วมนั้นก็เป็นเรื่องของเครื่องยนต์ ยิ่งใครลุยน้ำสูงและบ่อยครั้ง ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเสียแต่เนิ่นๆ เพราะหากน้ำแอบเล็ดเข้าเครื่องไปยังในส่วนของน้ำมันเครื่องอาจจะสามารถสร้างความเสียหายได้อย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ความจริงแล้วยังมีรายละเอียดปลีกย่อยในส่วนต่างๆมากมายที่หากจะพูดให้หมดคงไม่จบแน่ แต่ที่สำคัญคือควรรีบปฏิบัติตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเสียหายต่อชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งคุณอาจจะไม่มีทางทราบจนวันที่มันตายกลางทาง |เมื่อช่วงหลายวันที่ผ่านมา เราได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสื่อด้วยกันให้ไปช่วยในการกู้รถที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งพี่ท่านจอดไว้ในย่านบางบัวทอง และที่นั่นเป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบภัยชั้นนำ ที่หลายคนยังเฝ้ารอความชัดเจนจากภาครัฐในการเยียวยา แต่ในนาทีนี้ใครช่วยตัวเองก็ทำไปก่อน การเข้าไปกู้รถนั้นเริ่มเป็นแนวคิดของคนมีรถหลายๆคนที่ต้องการจะใช้รถหลังจอดทิ้งกันมายาวนานนับเดือน ที่ความจริงแล้วการเข้าไปปลุกชีพรถของพวกท่านกลับคืนมานั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องรู้จักและการประเมินการที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเนื่อง 1.ประเมินสถานการณ์น้ำ ก่อนที่ท่านจะเข้าไปกู้รถของท่านจำไว้ว่า ควรประเมินภาวะน้ำให้ดี เพราะนี่เป็นเรื่องสำคัญมาก และอาจจะมากกว่าการดูความเสียหายรถของท่านเสียอีก การประเมินสถานการณ์น้ำนั้น จำเป็นต้องดูพื้นที่รอบข้าง ไปตลอดจนเส้นทางที่จะออกมายังพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งควรศึกษาก่อนตัดสินใจ ไปกู้ดีหรือไม่ เพราะบางครั้งพื้นที่ๆอยู่อาจจะปลอดภัยที่สุด 2.อย่าไปมือเปล่า เมื่อคุณตัดสินใจไปกู้รถแล้วอย่าลืมพก เครื่องช่างต่างติดตัวไปด้วยบ้าง เช่นน้ำมันหล่อลื่น พวก Sonax ประแจ ไขควง ต่างๆจัดมาให้ครบเซท เผื่อได้ใช้ตอนกุ้รถ ก้ยังดีหว่าไม่มีติดไป ที่สำคัญคือถ้ามีเพื่อนเป็นช่างก็พกไปด้วย เขาจะได้ช่วยคุณดู และตรวจสอบชิ้นส่วนต่างๆได้ 3.ประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่จริง เมื่อตัดสินใจว่าจะไปกู้แน่นอนแล้ว ก็ได้เวลาลงพื้นที่ ซึ่งระหว่างทางก็ควรศึกษาระดับน้ำไปด้วยว่าสูงมากน้อยเพียงใด และรถของเรานั้นจะสามารถผ่านจุดที่ลำบากไปได้หรือไม่ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการกู้ 4.ประเมินความเสียหาย เมื่อถึงรถของคุณสิ่งที่แรกที่ต้องทำคือประเมินความเสียหายของรถก่อน โดยอาศัยดูจากคราบน้ำที่ทิ้งเอาไว้ โดยมองดูจุดสูงสุดที่ น้องน้ำเราฝากรอยรักเอาไว้ ซึ่งแบ่งเป็นระดับๆต่างๆ ดังนี้ 4.1.รถจมน้ำ ในกรณีรถจมน้ำหมายถึงรถของเราท่วมมิดหลังคา ไปจนกระทั่งเกินครึ่งประตูรถนั้น ถือว่าเป็นความเสียหายที่หนักหน่วงที่สุด ในกรณีนี้คุณไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากหาตัวช่วยอย่างรถสไลด์หรือรถยก มาเอารถคุณออกไปจากพื้นที่ และส่งตรงไปยังอู่ทันที เพราะมีโอกาสที่ระบบเครื่องยนต์จะได้รับความเสียหาย 4.2.เสียหายเล็กน้อย ในการประเมินว่ารถเสียหายเล็กน้อยนั้น เราใช้วิธีการสังเกตระดับคราบน้ำเช่นกัน โดยฐานะน้ำสูงสุดนั้น ไม่ควรพ้นขอบประตูด้านล่าง หรือเต็มที่คือไม่เกิน 3 ใน 4 ของประตูบน ซึ่งระดับดังกล่าวนั้น เป็นดับที่เครื่องยนต์จะไม่ได้รับความสิ้นอายุขัยหาย แต่จะมีน้ำไหลเข้าไปในท่อบ้าง เช่นเดียวกับกบิลเบรคที่อาจจะมีการติดขัด เนื่องจากแช่น้ำเป็นระยะเวลานาน 5.ได้เวลากู้รถ เมื่อคุณทราบความเสียหายแล้วก็ได้เวลาที่เราจะกู้รถยนต์กันเสียที การกู้รถนั้นในขั้นตอนนี้ผมจะขอข้ามในหมวดรถที่จมน้ำจาก เพราะ รถกลุ่มนั้นจะต้องเป็นเรื่องของการยกไปสู่อู่จัดการเป้นขั้นตอน ตามที่ผมเคยได้พูดไปในเรื่อง ดูแลรถหลังน้ำท่วม ที่สามารถกดอ่านได้ที่นี่ แต่สิ่งที่ผมจะพูดต่อไป คือการกู้ความเสียหายส่วนน้อยที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง 5.1 เปิดประตูดูภายในรถ เมื่อตรวจหาเช็คภายนอกกันเสร็จแล้ว ก่อนจะกู้รถ คุณก็ต้องตรวจสอบภายใน ดูว่ามีน้ำซึมเข้ามาบ้างหรือไม่ และมาก-น้อยเพียงใด ถ้าไม่ก็แล้วไป จากนั้น ตรวจสอบระบบปรับอากาศ รวมถึง เปิดประตูทั้ง 4 บาน หาความเป็นไปได้ที่อาจจะมีเพื่อนร่วมทาง เช่นหนู หรือ งู ที่อาจจะมากับน้ำได้ 5.2 เปิดฝากระโปรง เมื่อตรวจสอบภายในรถเสร็จ ก็เปิด ประตูทิ้งไว้ก่อนเพื่อระบายอากาศ และกลิ่น ต่อมาที่การเช็คอัพในห้องเครื่องยนต์ โดยดูระดับน้ำสูงสุดเช่นกัน โดยดูจากคราบสนิมขาวที่อาจจะเกิดขึ้น หรือคราบสนิม ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นระดับน้ำสูงสุด แล้วอย่าลืมชักที่วัดน้ำมันเครื่องดูว่า น้ำมันเครื่องมีลักษณะเป็นโคลนหรือไม่ ถ้าเป็น อย่าสตาร์ทเครื่อง แสดงว่ามีน้ำเข้าเครื่องยนต์ 5.3 ได้เวลาลุ้น ถ้าตรวจเช็คเครื่องยนต์เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาสตาร์ทเครื่องยนต์ เมื่อสตาร์ทติดแล้วให้ดูอาการของเครื่องยนต์ฟังเสียงว่ามีความปิดปกติหรือไม่ ถ้าไม่มีให้เดินเบาทิ้งเอาไว้ก่อน และคอยตรวจสอบ บางครั้ง เครื่องยนต์อาจจะมีบ้างที่เดินกระพือแต่ก็ไม่ต้องตกใจไป ถ้าดับให้สตาร์ทใหม่ พร้อมตรวจท่อไอเสียด้วยว่า มีน้ำไหลออกมามากน้อยเพียงใด และหลังจากเดินเบาสักระยะ 3-5 นาที ลองเร่งดูบ้างตามความเหมาะสม แต่ไม่ต้องเร่งเยอะมาก สัก 2000- 3000 รอบ ก็พอ 5.4 ลองเลื่อนรถ ถ้าเครื่องยนต์ดูแล้วปกติ ก็ได้เวลาลองเลื่อนรถดูว่า รถคุณมีความผิดปกติ ด้านการขับขี่หรือไม่ โดยมาก เราพบว่า รถส่วนใหญ่อาจจะพบปัญหาเบรกติด โดยเฉพาะรถที่เป็นระบบดรัมเบรก ลองขยับดูก่อนสัก 2-3 ที อาจจะดีขึ้น ทั้งนี้การกู้รถที่เสียหายเล็กน้อยนั้นควรทำโดยไว เพราะ รถที่จอดทิ้งไว้นานหลังน้ำลดเสี่ยงต่อการเกิดสนิมและความเสียหายต่อชิ้นส่วนต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการแช่น้ำเป็นระยะเวลานาน และ อย่าลืม เมื่อน้ำลดแล้ว ควรรีบทำการตรวจสอบสมรรถนะของภาพ เจีดเวลาไปหาช่างบ้าง อย่างใช้อย่างเดียว |กลายเป็นเวรกรรมที่ไม่จบไม่สิ้นสำหรับคนมีรถที่นอกจากจะต้องนำรถหนีน้ำท่วม ตามที่เราได้เคยคุยกันไปหลายต่อหลายครั้ง แล้ว แต่เคราะซ้ำกรรมซัดก็ยังไม่วายตามมาหลอกหลอนโดยเฉพาะคอกระบะ ที่ถือโอกาสทดสอบรถดำน้ำท่ามกลางน้ำท่วมที่เกิดขึ้น และมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หลายมางะจังงัง เมื่อพบว่าป้ายทะเบียนหายไป..!!! \&#8221;แฟชั่นป้ายหลุด\&#8221; นี้เป็นการในทุกพื้นที่หย่อมหญ้าของที่ใดก็ตามที่มีน้ำท่วมและมันก็ไม่น่าแปลกใจนักที่ป้ายทะเบียนจะอำลารถคุณ โดยเฉพาะลุยจอมโหดที่ชอบขับรถแรงๆ ไม่เว้นกระทั่งตัวผมเองที่เผลอแปปเดียวก็ตามเทรนด์เขาไปอีกคน 55 แต่วันนี้ไม่ต้องกังวล เพราะป้ายหายไม่ใช่เรื่องใหญ่โตนัก และง่ายๆ สามารถทำได้ไม่ต้องกังวลจิตใจไปออกตามหาให้ยากเย็น 1.มองป้ายหาย ไม่ว่ายามใดที่คุณพบว่าป้ายทะเบียนหายไปนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือพยายามมองหาดูก่อน ว่าเราหามันเจอไหม บางครั้งเราอาจจะโชคดีเจอคนใจดีเก็บไว้ให้แต่ก็ไม่บ่อยนัก เอาเป็นว่าถ้าไป-มากลับทางเดิม ก็ลองมองๆดูหน่อยอาจจะได้ไม่เสียเงินกัน 2.หายจริง สน.โลด เมื่อพบว่าไม่สามารถหาป้ายทะเบียนรถยนต์เจอนั้นสิ่งที่ต้องทำก็คือ การบอกกล่าวเรื่องกับทางการหรือเจ้าหน้าที่ และเราหมายถึงตำรวจ อย่ารีรอในการที่จะแวะเวียนไปสน.ใกล้เคียง หรือจุดรับแจ้งเอกสารหายต่างๆ โดยคุณจำเป็นต้องพกบัตรประชาชน พร้อมกับให้รายละเอียดวัน-เวลา สถานที่ ให้ถูกต้อง และอย่าลืม กท.รถของคุณ ว่าตัวอักษรและหมายเลขอะไรที่ถูกต้อง ที่เหลือเจ้ากิจการงานรับทราบและคุณชำระค่าแจ้งความ 20 บาท เท่านั้น 3. ได้เวลาทำป้าย ตามกฏหมายจากนั้นเมื่อป้ายหาย เจ้าของรถมีหน้าที่ในการขอทะเบียนใหม่ในระยะเวลาไม่เกิน 15 วัน นับตังแต่แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เราต้องยอมรับว่า ด้วยกระบวนการที่ซับซ้อนนั้น อาจจะทำยื่นให้ล่าช้า ดังนั้นในเบื้องต้นให้คุณถ่ายสำเนาใบแจ้งความแล้วพกติดรถไว้เผื่อพี่ตำรวจถามหา จะได้มีหลักฐานยืนยัน ในระหว่างนั้นให้เราไปติดต่อตามขั้นตอนโดยแยกเป็นกรณีดังนี้ 1.รถติดไฟแนนซ์ ถ้ารถคุณยังติดไฟแนนซนั้น ทุกอย่างจะ So Easy สำหรับเพื่อนๆ เพราะ เจ้าของรถที่แท้จริงคือไฟแนนซ์ เราทั้งหลายนั้นถือเป็นผู้หุ้มครอง ถ้าไม่เชื่อก็เปิดดูในสำเนาทะเบียนรถได้ ครับ เรื่อง่ายๆ เช่นเราก็แค่ติดต่อไปทางการเงิน แล้วแจ้งว่าป้ายรถหาย ให้ดำเนินการขอใหม่ให้เรา ซึ่งตามปกติแล้วการขอป้ายใหม่นั้นจะมีค่าแบบแผนของป้าย ฉบับละ 100 บาท และมีค่าอากรแสตมป์ 5 บาท ที่เหลือก็เป็นค่าดำเนินการของไฟแนนซ์ ซึ่งโดยมากจะไม่เกิน 1000 บาท แล้วแต่บริษัท 2.รถไม่ติดไฟแนนซ์ ในกรณีรถคุณปลดหนี้มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็วางใจได้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับสามารถดำเนืนการได้ด้วยตนเองตามสำนักงานขนส่งจังหวัด ซึ่งรถของคุณนั้นใช้หมายเลขป้ายทะเบียนอยู่ ซึ่งถ้าเป็นเขตกรุงเทพฯ ก็ไปได้ที่ที่ทำการงานขนส่งพื้นที่ 1-5 แล้วแต่ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น แต่ถ้ารถคุณอยู่ตจว.ก็ต้องออกทริปเดินลาดเลาไปขอ กัน เพราะระบบออนไลน์จะใช้ได้ในกรณีต่อภาษีเท่านั้น ****ในกรณีไปทำเองนั้นให้เตรียมเอกสารต่อไปนี้ไปด้วย คือ 1.สำเนาเบัตรประชาชน (เจ้าของรถ) + ผู้รับมอบอำนาจ(ถ้ามี) 2.สำเนาทะเบียนบ้าน (เจ้าของรถ) 3.สมุดทะเบียนประจำรถ (ตัวจริง) 4.ใบมอบอำนาจ (กรณีรับมอบอำนาจ) ส่วนค่าธรรมเนียมนั้นเท่ากับเบื้องต้นคือ ฉบับละ 100 บาท และค่าอากร 5 บาท ซึ่งกรณีใครอยากไปผจญขนส่งด้วยตัวเอง ก็ต้องทำเรื่องกับทางไฟแนนซ์ โดยต้องมีค่ามัดจำเล่มออกมา 3000-5000 บาท แล้วแต่ไฟแนนซ์ ที่เหลือก็เพียงแต่รอป้าย โดยมากจะไม่นานนัก แล้วแต่กระนั้นจำนวนคนที่มาทำ ซึ่งหลายคนมักกังวลว่าป้ายหาจะยุ่งยาก แต่ความจริงง่ายกว่าที่คิดเสียอีก ***4.อย่าทำป้ายปลอม มีคนจำนวนไม่น้อยมักจักหาทางเลี่ยงโดยการทำป้ายปลอมเพื่อใช้งาน ซึ่งเข้าข่ายปลอมแปลงเอกสารราชการ มีโทษค่อนข้างรุนแรงทั้งปรับตั้งแต่ 1000-10000 บาท และจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน &#8211; 5 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ยังไงก็คิดให้ดีก่อน หรือใครเก็บป้ายได้นำไปสวมก็ผิดตามข้อนี้เช่นกัน 5.ป้ายกราฟฟิกทำยังไง ใครที่มีเลขทะเบียนสวยๆนั้นก็ไม่ยุ่งยากทุกอย่างยังเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป เพียงแต่คุณต้องเสียค่าป้ายเพิ่มจะฉบับละ 100 บาท เป็นครั้งละ 1200 บาท แต่มาเป็นแพ็คเกจคู่ 2 แผ่น อย่างช่วยไม่ได้ ดังนั้น ก็ไม่ต้องกังวลใจไป ทั้งนี้ นี่คือขั้นตอนการปฏิบัติตนเมื่อป้ายทะเบียนหาย รู้ไว้ใช่ว่า ใครที่หายแล้วก็รีบจัดการด่วนก่อนพี่หัวปิงปองจะถามหา เพราะ ป้ายหายอนุโลมได้แต่ไม่เกิน 15 วันนะ ตัวเอง ..(ยึดตามกการแจ้งความครั้งแรกครับพี่น้อง)|ช่วงนี้เรารู้ว่ามากคนประสบภัยพิบัติน้ำท่วมที่ทำให้เราหลายคนคิดอยากจจะปกป้องทรัพย์สินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงและหนึ่งในนั้นก็คงไม่พ้นรถยนต์ จนกลายเป็นมหกรรมหนีน้ำระดับชาติ ที่แม้แต่ฝรั่งยังร้อวโอ้แม่เจ้ากันเลยทีเดียว การจอดรถหนีน้ำท่วมนั้นถือเป็นทางออกที่ดีอย่างหนุ่งในการปกป้องยานยนต์สุดที่รักไม่ยื่นให้ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ที่แม้ประกันชั้น 1 จะจ่ายให้เพื่อซ่อมแซม แต่โดยมากเราก็จะได้รับคำแนะนำให้นำรถออกจากจุดเสี่ยงแต่เนิ่นๆ และที่สูงคือพื้นที่หมายปองของเราหลายๆ จนทำให้ตะพานข้ามแยกต่างๆหรือแม้แต่ทางด่วนกลายเป็นที่จอดรถขนาดใหญ่ โดยที่หลายคนไม่สนใจว่าจะทำความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้ทางท่านอื่นหรือกวนการจราจรใช่ไหมก็|หรือไม่ก็}ไม่นอกจากตัวเอง พฤติกรรมที่เรากำลังพูดถึงนี้จักบอกว่าเห็นแก่ตัวก็คงไม่ใช่ เพราะส่วนหนึ่งคงไม่มีใครอยากนำรถมาทิ้งไว้ถ้าไม่มีความจำเป็นจริงๆ แต่ถ้าวันนี้คุณเป็นคนหนึ่งที่ไปจอดรถหนีน้ำท่วมตามที่สาธารณะต่างๆ นี่เป็นคำแนะนำจากเรา ที่อยากให้ปฏิบัติ ที่จะทำยื่นให้ทรัพย์สินปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 1.อย่าจอดทางโค้ง เมื่อเร็วๆนี้มีข่าวที่อาจจะไม่ได้ออกหน้าหนังสือพิมพ์หรือสื่อต่างๆ แต่ มันก็เป็นเหตุหารณ์หนึ่งสุดสลด เมื่อรถมอเตอร์ไซค์เสยรถที่หยุดรถหนีน้ำท่วมบนตะพานแห่งหนึ่ง ไม่แน่ใจว่า ที่ไหน แต่ที่มั่นใจ คือคนขับมอเตอร์ไวค์เสียชีวิตคาที่ ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเกิดขึ้น เมื่อคุณกำลังเดือดร้อน แต่มาทำให้คนอื่นเดือดร้อนเที่ยวไปเคลื่อนที่|เจียร|จากไป}ด้วย ทางที่ดีหากเป็นไปได้ให้งดเว้นการจอดรถในทางโค้ง ซึ่งเป็นจุดอับในการขับขี่ 2.จอดรถในจุดที่มี ภาสสว่างพอ เราหลายคนอาจจะแตกตื่นโกลาหลกับน้ำท่วม แต่หากคุณต้องอพยพรถสุดที่รักการเลือกที่จอดนั้นก็สำคัญอย่าสับแต่ว่าหนีเอาตัวรอด มองหาแสงสว่างจากไฟถนนสักกระจิดริด จะช่วยให้รถคณปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ จากเพื่อนร่วมทางในยามค่ำคืน 3. หลีกเลี่ยงการจอดซ้อนคัน เรารู้ว่าทุกคนเดือดร้อนและปฏิเสธไม่ได้ในเรื่องดังกล่าว ทว่าเมื่อคุณจอดรถหนีน้ำพยายามหลีกเลี่ยงการจอดซ้อนคันบนทาง ซึ่งทำยื่นให้สูญเสียช่องทางการจราจร ซึ่งผุ้ใช้ทางต้องมาชะลอความเร็วแล้ว ที่สำคัญรถข้างในเขาก็ออกไม่ได้ และมันเป็นที่มาของรอยไม่พึงประสงค์ ดังนั้น ทางที่ดีหากต้องจอดซ้อนคันจริง ปลดเกียร์ว่าง และ ควรหากระดาษรายละเอียดเกี่ยวกับตัวคุณมาติด โดยเฉพาะเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ทั้งนี้เราเองก็ไม่แนะนำให้เพื่อไร้ระเบียบวินัยไปจอดรถอย่างสุรุ่ยสุร่ายตามสะพานหรือทางสาธารณะต่างๆ เหมือนที่มีภาพได้เห็นๆกันมา แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยก็ให้ทำอย่างมีสติและรีบกลับมาย้ายรถของท่านไปยังที่อื่นที่ปลอดภัยมากกว่าทางสาธารณะ |อ่วมไปตามกันเลยทีเดียวสำหรับ วิกฤตการณ์น้ำท่วมระดับชาติครั้งใหญ่ในรอบหลายปี จนบางคนนั้นบอกว่า นี่เป็น \&#8221;มหาภัยสึนามิน้ำจืด\&#8221; ที่ทำให้หลายคนนั้นต้องตกอยู่ภายใต้ภัยพิบัติอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่หวั่นอันตรายในการเข้าไปช่วยพื้นที่ประสบภัย เมื่อก่อนหน้านี้ เราเคยพูดถึงการขับรถลุยน้ำท่วมไปแล้วกับข้อปฏิบัติที่ควรจะทำเมื่อคุณต้องลุยเส้นทางน้ำท่วม แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังมีหลายคนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจในการขับรถลุยน้ำ แต่เอาเป็นว่าถ้าคุณกำลังต้องผ่านทางลุยน้ำท่วมระดับสูง สิ่งเหล่านี้คือข้อห้ามระหว่างขับขี่ในน้ำท่วม 1.ห้ามขับรถเร็ว เส้นทางน้ำท่วมนั้นนับเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่ท้าทายอย่างมากสำหรับนักขับ และสิ่งที่สำคัญเมื่อคุณใช้เส้นทางที่เต้มไปด้วยน้ำนั้นคือห้ามขับรถเร็ว เหตุผลที่เราไม่แนะนำให่คุณขับรถเร็วนั้น ก็เพราะ 1.น้ำอาจจะกระเด็นใส่คนอื่นๆ หรือ เพื่อนคลุกคลีทาง ซึ่งคุณอาจจะโดนสาบแช่งตามหลังได้ และ 2.เพื่อป้องกันพลิกคว่ำ เนื่องจากน้ำท่วมนั้น อาจทำให้การเบรกให้หยุดนั้นมีประสิทธิภาพลดลง เช่นเดียวกับระยะเบรค ที่เกิดจากการสัมผัสผิวถนนนั้นทำได้ยากขึ้น ทำให้ลื่นยิ่งขึ้น 2.อย่าเร่งเครื่องแรง ในการลุยพื้นทีน้ำท่วมนั้น ตามปกติของการลุยอุปสรรคทั้งหลายนั้น เรามักจะใช้กำลังเครื่องเดินเบามากกว่าใช้การเร่งเครื่องเพื่อผ่านอุปสรรค ซึ่งการเดินเบานี้เราเรียกว่า Walking Speed ซึ่งตามหลักการทำงานของเครื่องยนต์แล้ว ยิ่งเราเร่งเครื่องมาก เครื่องยนต์ก็จะยิ่งต้องการอากาศมากเพื่อไปใช้ผสมกับอัตราการจ่ายน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และถ้าคุณลุยน้ำในระดับสูง แล้วเร่งเครื่องรอบสูงผลก็คือ เครื่องยนต์อาจจะดูดน้ำเข้าไป และท้ายที่สุดเครื่องยนต์อาจจะดับได้ 3.พยายามอย่าใช้เบรก เบรกรถนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญในการเดินทางและในพื้นที่น้ำท่วมนั้นพยายามลดการใช้เบรค แต่ให้ใช้แรงเฉื่อยของเครื่องยนต์ในการหยุดรถหรือชะลอเรื่องเร็ว ยิ่งเมื่อรวมกับมวลของน้ำแล้วนั้น เราก็จะพบว่า การลดความเร็วในพื้นที่น้ำท่วมนั้นสามารถทำได้ง่าย แม้ไม่ใช้เบรค ที่สำคัญอย่าวิ่งติดกับคันหน้า ควรเว้นระยะห่างสัก2 ช่วงคัน รถ เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะ ในกรณีที่คันหน้าอาจจะเสีย เราจะได้ไม่ติดท่ามกลางสายน้ำ 4.พยายามอย่าใช้คลัทช์ คลัทช์นั้นเป้นตัวตัดต่อกำลังเคร่องยนต์ และ แม้คลัทช์จะเป็นอุปกรณ์ภายในที่อยู่ระหว่างท้ายเครื่องยนต์และชุดเกียร์ แต่ก ใครที่ขับรถเกียร์ธรรมดาในน้ำท่วมแล้วคิดจะต้องย้ำคลัทช์เพื่อให้ให้รถดับนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เนื่องจากทุกครั้งที่ย้ำคลัทช์ เครื่องจะเร่งแรงเพิ่มขึ้นทำให้ เครื่องอาจจะดูดน้ำเข้าไปได้ และอีกประการคือ น้ำมีแรงดันซึ่งอยู่ที่ล้อ ยิ่งน้ำลึก ยิ่งทำให้ยากต่อการหมุน ซึ่งหมายถึงคลัทช์จะต้องรับแรงในการเชื่อมต่อมากขึ้นจากเดิม ซึ่งผลคือสามารถทำให้คลัทช์รถนั้นไหม้ได้ ดังนั้นทางที่ดีเปลี่ยนเกียร์ที่เหมาะสมก่อนลงน้ำ ครับ 5.อย่าสร้างคลื่นน้ำ คลื่นน้ำคือตัวอันตรายที่สำคัญที่สุดในการทำให้รถนั้นสามารถดับกลางอากาศได้ระหว่างลุยน้ำท่วม และนับเป็นเรื่องสำคัญมากๆ การที่เราวิ่งรถในพื้นที่น้ำท่วมนั้น เราไม่ปฏิเสธว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการทำให้ไม่เกิดคลื่นไม่ได้ แต่เราสามารถรถผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่ากับรถตัวเอง หรือรถคันอื่นๆก็ตาม และทางที่ดี เมื่อพบว่ามีรถสวน ก็ให้ลดความเร็วลง ถ้าเห็นว่ารถคันที่สวนมามาเร็ว ลิฟไฟส่งสัญญาณสักนิด ก็ดีใช่น้อย แต่หาก รถอีกคันมาแรงคืล่นมาสูงมาก ให้เราเร่งความเร็วเพิ่ม เพื่อทำให้เกิดคลื่นปะทะ ก่อนที่หน้ารถเราจะผ่านคลื่นน้ำนั้น อย่าเหวี่ยงรถหนี เพราะ คลื่นสามารถดันรถยนต์ อาจทำให้คว่ำได้โดยเฉพาะรถยกสูง 6.อย่าเหวี่ยงรถกะทันหัน หลายครั้งที่เราขับรถในพื้นที่น้ำท่วมนั้น เราไม่ปฏิเสธว่า อาจจะมีเซอร์ไพร์ส กับหลุมที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของน้ำ แต่ถ้าคุณเห็นในระยะกระชั้นชิดแล้วเตรียมที่จะหักหลบหนี อย่าทำโดยเด็ดขาด เพราะพื้นถนนมีแรงยึดเกาะต่ำ ยิ่งถ้าคุณมาเร็วมาก อาจจะเป็นต้นเหตุทำให้รถคว่ำเอาได้ง่ายๆ ทั้ง 6 ข้อนี้เป็นคำแนะนำจากเราที่อยากให้ปฏิบัติ เมื่อขับรถลุยพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการขับรถลุยน้ำท่วมนั้น คือการเชื่อมั่นในรถ และเชื่อมั่นในตัวเอง อย่าหวั่นวิตกกับอุปสรรคบนเส้นทางข้างหน้าครับ } ทวีคูณจอสัมผัสมาให้ได้ใช้งานกันระบิลลงตัว แลับ้างทันสมัยสั่งง่ายด้วยการเปล่งเสียง \&#8221;เครื่องเสียงติดรถยนต์\&#8221; ในปัจจุบัน กลายเป็นของแถมที่มาอย่างครบครันกับตัวรถ แต่แม้มันจะเป็นเรื่องที่ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าแต่งเครื่องเสียงเพิ่มเติม แต่การฟังเครื่องเสียนงในรถนั้น ก้มีน้อยคนนักที่จะคิดว่ามันอันตราย เรื่องจริงที่แฝงอยู่กับสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้สมัยนี้ใครก็ฟังวิทยุในรถทั้ง แม้ \&#8221;เครื่องเสียง\&#8221; จะเป็นสิ่งที่ให้ความเพลิดเพลิน เพื่อแก้เหงาสำหรับใครที่ชิบสันโดดในการขับรถ ทั่วยังให้การรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ แต่ในผลดีทีมีอย่างมากมาย ถ้าใช้เกินความจำเป็นก็อาจจะเป็นผลร้ายก็ได้ ตามปกติแล้วในขณะที่รถยนต์วิ่งนั้นย่อมจะมีเสียงรบกวนจากภายนอกอยู้ว ทั้งจากเครื่องยนต์ก็ดี หรือเสียงยางที่สัมผัสกับพื้นถนน ตลอดจน เสียงเศษดินกรวดต่างๆที่มาจากธรรมดา ทว่าเสียงที่น้อยนิดเหล่านี้กลับเป้นอุปสรรคต่อความบันเทิงในห้องโดยสาร วึ่งการเอาชนะเสียงเหล่านี้ได้ คุณจะต้องเร่งความเข้มของเสียงหรือ หมุน Volume ให้ดังมากขึ้นเพื่อกลบเสียงที่เกิดขึ้นจากภายนอก การ้ร่งเสียงที่เพิ่มขึ้นเพื่อกลบเสียงภายนอกนี่แหละที่เป้นบ่อเกิดของปัญหา เพราะเมื่อเกิดสิงในสภาวะฉุกเฉินการเปิดเครื่องเสียงให้มีเสียงดังกว่าปกติหนีบเป็นอันตรายอย่างยิ่งยวดต่อการแก้ไขสถานการณ์ เช่นการได้ยินเสียงแตรจากเพื่อนร่วมทาง ไปจนถึงเสียงของความผิดปกติต่างๆของระบบต่างๆของรถ ซึ่งจะส่งผลตรงต่อการแก้ไขสถานการณ์ระหว่างรอดอย่างหวุดหวิด หรือเจอจังๆก็ได้ ทั้งนี้จากการวิจัยของ Populus ในเกาะอังกฤษที่มีผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 2000 คน เมื่อ ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ยังให้ผลการค้นพบที่น่าสนใจ โดยระบุว่า ขาร๊อคหลังพวงมาลัยมักจะมีพฤติกรรมขับขี่ที่เร้าร้อนหลังได้ ฟัง ในขณะที่คนขับที่ฟังเพลงคลาสสิคและเพลงป๊อป ขณะขับขี่จะช่วยให้ผ่อนคลาย เช่นเดียวกันกับเพลงแจ๊ส ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ระบุว่า เสียงของรถยนต์ที่สามารถใช้งานบนถนนปัจจุบัน ต้องมีระดับเสียงที่ต่ำกว่า 100 เดซิเบลเอ ในระยะ 0.5 เมตร ซึ่งหมายความว่าหากต้องการกลบเสียงรถยนต์ที่เราวิ่งอยู่นั้นอาจจะต้องเร่งเสียงวิทยุมากถึง 100 เดซิเบลเลยทีเดียว ตามปกติ แล้วเสียงที่เราได้ยินและเริ่มเป็นอันตรายต่อโสตประสาททางด้านการได้ยิน ของหูนั้นจะมีระดับอยู่ที่ 85-90 เดซิเบล และถ้าเสียงที่ได้ยินมากกว่า 140 เดซิเบล ก็อาจจะเสี่ยงหูดับถาวร ซึ่งคิดง่ายๆว่าการที่เราเร่งเสียงที่ต้องเอาชนะเสียงรถที่มีอย่างมากที่สุด 100 เดซิเบล และการเอาชนะได้นั้นต้องมีการเพิ่มความเข้มของเสียงขั้นต่ำอีก 20 เดซิเบล นั่นหมายถึง คุณต้องใช้เสียงมากที่สุดถึง 120 เดซิเบลในรถธรรมดาทั่วไปในการฟังเพลงให้สะใจวัยโจ๋ เสียงที่ดังเกินขนาดย่อมไม่ส่งผลดีทั้งต่อความปลอดภัยของผู้อื่นบนถนน เช่นเดียวกับสุขภาพหุของผู้ขับขี่ แต่ในขณะที่เราอาจจะเลี่ยงไม่ได้ในการผ่อนคลายขณะขับขี่ด้วยเสียงเพลง ขับรถเย็นนี้ลองลดเสียงลงสักนิดว่าเพื่อหูที่ได้ยินต่อไปอีกยาวนาน| ทุกวันนี้ในสังคมเมืองที่มีความวุ่นวายมากมายหลายแบบแล้วนอกจากโจรขโมยรถ ทุบกระจกฉกทรัพย์สิน แล้ว เรื่องความกวนเมืองของเหล่าวัยรุ่นมือบอนดูเป็นอีกเรื่องที่มาแรงแม้จะไม่มีกระแสข่าวออกมาอย่างชัดเจน แต่ก็อาจจะพาคุณปวดเศียรเวียนเกล้าได้ เมื่อเห็นสภาพรถที่เครอะเปรอะเปื้อน บางทีอาจแถมคำหยาบต่างๆมาเป็นของฝากด้วย ความจริงปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ถ้าคุณรู้วิธีแก้ไข และแม้มันน่าจะจับคนพ่นมาตีมือ แต่วันนี้ถ้าคุณบังเอิญเกิดโชคร้ายเจอสีสเปรย์ประทับที่รถ หรือเจอพวกเม็ดสีที่ลอยมากับลมของเพื่อนบ้านงานช่าง วันนี้เราก็มีวิธีขจัดสีสเปรย์ให้รถคุณที่เละเทะกลับมาเงางามมากฝากกัน 1.ยาขัด &#8230; ในขั้นแรกของทุกอย่างนั้นไม่ว่างานเล็กงานใหญ่จำไว้ว่า Rubbish Compound หรือที่ช่างทั้งมากเรียกว่า \&#8221;ยาขัด\&#8221; นั้นสามารถใช้ได้ผลเสมอ ยาขัดนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ยาขัดละเอียด ซึ่งเราจะรู้จักจากแบรนด์ชั้นนำตามร้านเครื่องมือช่าง คือ Cana และ ยาขัดหยาบ ซึ่งมักจะมีเนื้อครีมเหนียวกว่าทำให้สามารถขจัดคราบต่างๆบนผิวแล็คเกอร์ได้ดีกว่า รวมถึงสีเปรย์ของเหล่านักพ่นมือบอนด้วย ยิ่งได้ใช้เครื่องขัดมียิ่งขจัดง่ายไม่เหนื่อยแรง 2.น้ำยาทำความสะอาดเบรก หลายคนอาจจะสงสัยว่าน้ำยาทำความสะอาดเบรกมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องราวของสีรถยนต์ด้วย แต่ทราบไหมครับผมว่า น้ำยาทำความสะอาดเบรกนั้น เป็นน้ำยาทำละลายเพื่อใช้ทำความสะอาดประเภทหนึ่ง ที่เน้นในการขจัดคราบน้ำมันและจาระบี ซึ่งสีสเปรย์ก็มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับที่กล่าวมาสามารถใช้ได้อย่างแน่นอน 3.Acetone ใครที่ปวดหัวไม่หายกับสีสเปรย์แม้จะลอง 2 ข้อที่ผ่านมาแล้วนั้น หากสีสเปรย์เกาะแน่นทนทานต้องลองอะซิโทน ซึ่งสามารถหาซื้อได้จากร้านเครื่องมือช่างเช่นกัน อะซิโทนนั้นเป็นสารทำละลายที่ใช้ทำความสะอาดพื้นผิวชนิดหนึ่งที่เป็นสารละลายอินทรีย์ สามารถใช้ทำความสะอาดบนพื้นผิวได้ แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ห้ามนำอะซินโทนราดบนพื้นผิวโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้สีด้านได้ ให้ใช้วิธีชุบแล้วเช็ด เรื่อยๆจนกว่าสีจะออก 4.น้ำมันเบนซิน .. หากคุณเจองานใหญ่ชนิดว่าเล่นซะรถแทบจะเปลี่ยนสีทั้งคันนั้น งานนี้มันต้องเจอน้ำมันเบนซินกันบ้าง น้ำมันเบนซินนั้นไม่ได้มีดีแค่เติมใส่รถให้วิ่งได้ แต่มันยังมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนอีกด้วย การใช้น้ำมันเบนซินนั้นต้องทำด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะพวกฟืนไฟทั้งหลาย และการใช้เบนซินนั้นกัดชั้นแลคเกอร์อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการขจัดสีสเปรย์ อย่างไรก็ดีเมื่อคุณขจัดสีสเปรย์ได้แล้วอาจจะพบว่า สีรถดูไม่เงางามเหมือนเดิม ก็ไม่ต้องกังวลใจให้นำยาขัดละเอียดหรือ Cana มาเก็บงานอีกทีหนึ่ง จากนั้นลงเงาหรือ WAX เคลือบผิวเล็คเกอร์เหมือนเดิม แล้วล้างรถตามปกติ และถ้าเป็นไปได้ ให้หาน้ำยาขัดประเภทผสมน้ำมาเช็ดรอบคัน เพียงเท่านี้รับรองต่อว่ารถกลับมาแจ่มเหมือนเดิมอย่างแน่นอน ด้วยวิธีง่ายๆ และความรู้เรื่องช่างนิดๆหน่อย เห็นไหมครับว่า การขจัดสีสเปร์ยก็สามารถทำได้เองโดยไม่ต้องง้ออู่ไม่ต้องไปเสียเงินอะไรมากมาย ส่วนใครที่เคยได้ยินว่าทินเนอร์นั้นสามารถช่วยได้นั้นก็เป็นเรื่องจริง แต่ถ้าใช้โดยไม่ชำนาญแล้วอาจจะทำให้สีปูดบวมได้ในภายหลังครับ&#8230;ไม่แนะนำ| ทุกวันนี้ด้วยความที่คนมากขึ้นบนถนนที่การจราจรวุ่นวาย จึงไม่แปลกที่เราจะพบเห็นเรื่องแปลกๆ บนท้องถนน แต่เหล่าคำกล่าวที่ว่าแปลกนี้บางครั้งก็อันตราย เพราะหลายครั้งความสะเพร่านี่เองที่ทำให้เป็นต้นตออุบัติเหตุที่ทำให้เกิดความเดือดร้อน ทั้งต่อตนเองและเพื่อนร่วมทาง หลากเรื่องอันตรายที่เกิดขึ้นบนถนนนั้นบางครั้งก็ต้องยอมรับว่ามาด้วยเหตุจากที่เราไม่สังเกต และเมื่อความไม่รู้บวกกับความสะเพร่า บางครั้งก็ทำเอาคนอื่นหวาดเสียว ที่วันนี้เรามี 4 เรื่องที่ขอมาตอกย้ำเพื่อนๆ ที่ใช้รถกันว่า อะไรบ้างที่ห้ามลืมก่อนการออกรถ 1.ประตูต่างๆ นี่เป็นเรื่องที่เราเจอสดๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านกับรถที่ประตูปิดไม่สนิท ซึ่งความจริงแล้วดูเหมือนว่าจะไม่อันตราย ทว่าในต่างประเทศก็เคยมีอุบติเหตุร้ายแรงมาแล้วจากความสะเพร่าในเรื่องของการปิดประตูไม่สนิท การปิดประตูไม่สนิทนั้นฟังดูอาจจะไม่อันตรายแต่ เมื่อประตูไม่ได้ถูกลงล็อกอย่างถูกต้อง โอกาสที่มันจะเปิดออกเองได้ก็มีมาก และเรื่องนี้สามารถป้องกันได้ เพียงสังเกตจากจากเสียงรบกวนที่เข้ามาสู่ห้องโดยสาร และปัจจุบันรถหลายรุ่นมีตัว door indicator ที่ช่วยบอกว่าประตูปิดครบทุกบานหรือไม่ 2.ฝากระโปรงท้าย อันนี้เจอบ่อยเหมือนกันแต่ไม่อันตรายเท่าประตู ทว่าถ้าคุณไม่อยากไปถึงที่แล้วพบว่า OMG!!! ของที่นำมาวางไว้ที่ฝาท้ายหายไป ก็ควรต้องเช็คให้ดี อันตรายของการปิดฝาท้ายไม่สนิทนั้นไม่เคยได้ยินข่าวแต่ เอาเป็นว่าตรวจให้ดีละกันถ้าไม่อยากเสียทรัพย์ 3.ยางรถยนต์ ยางก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญที่ควรตรวจเช็คก่อนออกเดินทาง ไม่ว่าใกล้หรือไกล เพราะทั้งหมดของรถสุดท้ายยางคือตัวเกาะถนน ดังนั้นหากเมื่อไรที่พบเห็นว่ายางของคุณรั่ว แบน หรือ ลมอ่อน อย่าวางใจเดินทางให้นำไปตรวจสอบก่อน เพราะสภาพที่ไม่สมบูรณ์ของยางนั้นสามารถเป็นต้นตอของอุบัติเหตุได้ 4.ค่าผิดปกติบนหน้าปัด เชื่อหรือไม่ครับว่าหน้าปัดบอกอะไรได้มากกว่าที่เราคิด และหลายครั้งที่อาการผิดปกติสามารถตรวจสอบได้ที่นี่ โดยเฉพาะ ไฟเตือนที่เรียกว่า Malfunction light หากไฟนี้ติดขึ้น คือความผิดปกติของระบบเครื่องยนต์ ซึ่งแน่นอนมันอาจจะไม่อันตรายมากนัก แต่ถ้าพบไฟนี้เมื่อไรก็ควรรีบไปตรวจสอบครับว่ารถของคุณมีความผิดปกติอะไรก่อนเสียเงินมากกว่าที่ควรจะเป็น เพราะความที่คุณไม่ได้ดูแลรถ ทั้ง4 ข้อนี้บางเรื่องก้ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้โดยสารในรถ ทว่าแค่เพียงคุณสอดส่องดูแลรายละเอียดเล็ๆน้อยๆก่อนออกรถ เท่านี้ก็ช่วยให้มันใจได้มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกล เรื่องเล็กน้อยๆนั้น บางทีก็สำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เราขับรถไปบนถนนวิภาวดี แต่กลับเห็นรถปิดประตูไม่สนิทขับอย่างเร็วลองคิดดุสิครับว่า ถ้าสมมุติประตูเปิดขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น คงดึไม่จืดเลยทีเดียว ฉะนั้น รายละเอียดพวกนี้หลายครั้งก็สำคัญครับ | ถ้าหากพูดถึงการเดินทางโดยสภาพรถยนต์ที่ไม่พร้อมแล้ว เหตุรถเสียนั้นถือเป็นเรื่องที่แทบไม่สามารจะเลี่ยงได้ โดยเฉพาะเมื่อปัญหาทางด้านเครื่องยนต์ไม่สามารถซ่อมได้ข้างถนน ที่ทั้งอันตราย การนำรถสู่ที่ปลอดภัยจึงเป็นหนทางที่น่าจะดีกว่า \&#8221;การลากรถ\&#8221; นั้น เป็นวิธีหนึ่งที่เราหลายคนมักจะทำประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการนำรถไปยังที่ปลอดภัยชั่วคราวหรือเพื่อเดินทางไปพบช่างผู้ชำนาญการ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้นไม่ให้ต้องนั่งตบยุงท่ามกลางความเปลี่ยวของถนน ตามปกติแล้วพวกเราคนเมืองหลวงมักไม่ค่อยได้ลากรถกันมากนัก เนื่องจากความสะดวกที่ถูลู่ถูกังไปทั้งยังงั้นไม่นานก็อาจจะเจออู่ที่เป็นงานหรือไม่ก็มีรถยกบริการที่พร้อมให้คุณเรียกใช้สะดวก แต่ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่เดินทางค่อนข้างบ่อยและรถแม้จะมีสภาพสมบูรณ์แต่ก็เริ่มอายุมาก คุณเองควรเรียนรู้วิธีลากรถด้วยตัวเองเอาไว้ ที่ง่ายๆไม่ยากมากมายนัก 1.อุปกรณ์ต้องพร้อม ข้อสำคัญของการลากรถนั้นไม่ได้อยู่ที่วิธีแต่มันขึ้นอยู่กับความพร้อมของตัวเอง ที่การลากรถนั้นจำเป็นต้องใช้ สิ่งของที่จะทำให้รถ 2 คันสามารถพ่วงเข้าหากันไปด้วยกันมาด้วยกัน ซึ่ง ปัจจุบันที่นิยมมีเชือก สลิง และ แป๊บลาก แต่เราอยากแนะนำให้ใช้สลิงดีกว่า เนื่องจากเชือกขาดง่าย ส่วนแป๊ปเหล็กนั้น สามารถสร้างความเสียหายให้ตัวรถได้ถ้าไม่ชำนาญการ 2.หาตัวช่วย เมื่อพร้อมแล้ว ก็ได้เวลาที่คุณต้องหาคนช่วยเหลือ โดยเฉพาะเมื่อทางออกที่ควรจะเลือกคือรถกระบะ เนื่องจากรถกระบะมีแรงบิดในรอบต่ำที่ดีจากเครื่องยนต์ดีเซลทำให้ลากได้ง่ายกว่า รถเก๋งด้วยกัน ส่วนในเมืองนั้นแท็กซี่ก็พอจัดให้จัดหามา แต่แนะว่าต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป 3.ได้เวลาลุย เมื่อคุณได้ทั้ง 2 อย่างครบแล้ว ก็ได้เวลาพ่วงรถคุณกับตัวช่วยเข้าด้วย ตามปกติแล้ว รถปัจจุบันแทบทุกรุ่นจะมีจุดลากมาให้ซึ่งจะเป็นห่วงเล็กๆ ที่ยึดเข้ากับแชสซีโดยตรงทำให้มีความแข็งแรงและไม่ทำความเสียหายต่อตัวรถ แต่หากไม่มีให้ยึดกับจุดใดก็ได้ที่เป็นแชสซีสิ่งของรถหรือไม่ก็ต้องเป็นชิ้นส่วนที่ติดกับโครงสร้างหลักโดยตรง 4.รู้วิธีขับข้อนี้สำคัญสุด การลากรถอาจจะฟังเหมือนง่ายแต่เอาเข้าจริงมันหวนกลับทำยากกว่าที่พูด เพราะการกระทำแบบนี้ถือเป็นการเสี่ยงและจริงก็ไม่ค่อยอยากแนะนำแต่อย่างบอกบางครั้งเราเดินทางมันก็ไม่มีทางเลือกมากมายอะไรนัก การขับรถเราโดยที่ถูกลากอยู่นั้นถือเป็นข้อสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเราต้องจับจังหวะให้ได้ โดยเฉพาะการใช้เชือกหรือสลิงจะลำบากกว่าใช้แป๊ปเล็กน้อย เพราะต้องคอยกะยุคสมัยว่าเมื่อไรเชือกตึงหรือกำลังผ่อน หลักการง่ายๆคือให้สังเกตระดับไฟหน้ารถเรากับคันที่ลากว่าเราความชิดมากแค่ไหน แต่จำไว้ว่าอย่าใกล้มากขนาดนั้น เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่สามารถหยุดได้ทัน และอีกเรืองที่สำคัญ หากใช้เชือก/สลิงอย่าให้เกิดการกระตุกแรงๆเพราะมันอาจขาดได้แม้จะมีความหนาเพียบพอที่จะลากรถได้ก็ตาม ทั้งนี้หากคุณมีปัญหากลางทางและไม่ค่อยมีประสบการณ์มากนักทางที่ดี ควรจะโทรหาหน่วยงานฉุกเฉิน/ตำรวจในพื้นที่เพื่อประสานงานรถยกไปยังอู่ที่ใกล้เคียงก่อนเพื่อตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น แต่หากปัญหาหนักจริงควรกลับมาซ่อมที่อู่ซึ่ง เราสามารถวางใจได้ การลากรถนั้นไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการเคลื่อนย้ายรถ แต่บางครั้งมันก็เป็นวีธีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงที่ห่างไกล แต่จำไว้ว่าควรใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น| ทุกวันนี้รถยนต์นั้นนับเป็นอีกหนึ่งในวัตถุสำคัญ โดยเฉพาะการเดินทางที่คนจำนวนมากต่างเริ่มมีโอกาสมากขึ้นในการใช้รถใช้ถนนจนวุ่นวาย แต่การใช้รถใช้ถนนของคนที่เพิ่มมากขึ้นนี้กลับขาดคุณภาพ และมีหลายปัญหาที่พบเจอกันเป็นประจำ หลายคนที่ขับรถเป็นประจำคงจักเคยเจอพฤติกรรมแปลกๆ บนถนนที่ล้วนแต่ชวนให้น่าปวดหัวหรืออารมณ์เสีย แต่หนึ่งในหลายๆปัญหานั้นก็ไม่พ้นพฤติกรรม \&#8221;ขับๆเบรคๆ\&#8221; ของคนจำนวนเอ็ดบนพิถีที่ เราอยากมาพูดคุยกันเสียเล็กน้อย เรื่องการขับๆเบรคๆ เป็นเรื่องที่เราหลายคนเคยเจอ แต่ก็ไม่มีอะไรดีเยี่ยมเท่ากับได้เรียนรู้พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ ที่ล่าสุดเราก็มีโอกาสได้ไปสัมผัสจากรุ่นพี่ท่านหนึ่งระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว จนรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุของพฤติกรรมที่อาจจะเป็นอันตรายต่อเพื่อนร่วมทางและตัวผู้ขับขี่คนดังกล่าวเอง พฤติกรรมการขับรถแบบ \&#8221; ขับๆเบรคๆ\&#8221; เป็นพฤติกรรมที่ผิดอย่างยิ่งในการขับรถแม้คุณอาจจะเถียงว่ากรมการขนส่งออกใบอนุญาตให้มีสิทธิในการขับขี่ถูกต้อง ทว่าความจริงแล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับกรมขนส่งแต่เป็นเรื่องที่ควรรู้ในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งคนเหล่านี้ต้องการที่จะรักษาระดับความเร็วให้คงที่ตามต้องการ เพียงแต่พวกเขาไม่รู้วิธีการที่ถูกต้อง \&#8221;การรักษาระดับความเร็ว\&#8221; นั้นเป็นเรื่องสำคัญขั้นพื้นฐานในการขับขี่ ที่ว่าด้วยการรักษาระดับความเร็วที่ต้องการของผู้ขับขี่ให้เป็นไปตามความต้องการในการเดินทาง ซึ่งนอกจากจะทำให้การขับขี่ราบรื่นและไม่ชวนเหนื่อยล้าทั้งผู้โดยสารและตัวผู้ขับเองแล้ว ข้อสำคัญที่สุดของเรื่องนี้คือตัวเลขประหยัดน้ำมันที่จะดีขึ้นทันตาเห็น หลายคนมีวิธีรักษาระดับความเร็วที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพยายามคงที่ความเร็วในการเดินทางซึ่งตามปกติแล้วเราควรใช้คันเร่งเป็นตัวกำหนดความเร็ว และวันนี้เรามี 4 ข้อแนะนำมาบอกกล่าว ที่น่าจะช่วยให้คุณเลิกพฤติกรรมขับๆเบรคๆ ได้ 1. \&#8221;เบรคมีไว้หยุดและชะลอ\&#8221; เท่านั้น จากที่สังเกตเกี่ยวกับการขับขี่ของคนที่มีความประพฤติขับๆเบรคๆ นั้น ข้อสำคัญที่เราเห็นได้ชัดคือคนเหล่านี้เชื่อมั่นในเบรคมากกว่าการควบคุมรถด้วยคันเร่ง ซึ่งถือว่าเป็นความคิดที่ผิดเพราะเบรคนั้นมีไว้เพื่อหยุดรถ หรือลดความเร็ว แต่แม้เราจะบอกว่ามันใช้ลดความเร็วก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะใช้ควบคุมความเร็วได้ผล เพราะ ทุกครั้งที่คุณเหยียบเบรกไฟเบรกด้านท้ายรถจะติดตามจากด้วย ทั้งยังเป็นการสั่งให้เครื่องยนต์ทำงานช้าลงด้วยการดูดลมจากไอดีไปเสริมแรงกดเบรก ซึ่งอาจจะทำให้คุณเสี่ยงโดยเฉพาะในภาวะฉุกเฉิน ดังนั้นลองเปลี่ยนมาผ่ิอนคันเร่งดูก่อนหากกระชั้นชิดจริงค่อยเบรค 2.ควบคุมคันเร่ง เรื่องง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง ข้อสำคัญในการขับรถนั้นเราหลายคนอาจจะรู้ดีว่า คันเร่งคือตัวเร่งที่ทำให้รถพุ่งทะยานไปข้างหน้า แต่นอกเคลื่อนมันจะทำให้รถขับเคลื่อนแล้วนั้น เรายังต้องรู้จักควบคุมให้พอเหมาะพอดีในการเดินทาง ซึ่งคุณต้องรู้จักเร่งและผ่อนอย่างเหมาะสม ยิ่งในการเดินทางไกลหากใช้คันเร่งน้อยเท่าไร โดยที่ความเร็วยังคงที่ตามความต้องการนั้นหมายความว่า คุณกำลังขับประหยัดมากขึ้นเท่านั้น 3.ขับๆเบรคๆ ทำแบบนี้มีแต่ข้อเสีย หลายคนอาจจะไม่ทราบ แต่เชื่อหรือไม่ครับว่า พฤติกรรมการขับขี่ ด้วยวิธีเร่งๆพอทั้งๆ ที่ความเร็วก็เบรคแล้วก็เร่งอีกนั้น ล้วนมีแต่ข้อเสีย โดยเฉพาะการสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆ เร็วกว่ากำหนด เช่น เบรก เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง สำหรับรถเกียร์อัตโนมัติ นอกจากนี้ทำให้เกิดความร้อนสะสมโดยไม่จำเป็น ซึ่งทันทีที่คุณเลิกพฤติกรรมดังกล่าวก็จะพบว่าการสึกหรอต่างๆน้อยลง เปลี่ยนผ้าเบรค ช้าลง และยังมีอัตราประหยัดน้ำมันที่น่าประทับใจขึ้นอีกด้วย 4.นึกถึงจิตใจเพื่อนร่วมทาง..ที่คุณเป็นอยู่มันอันตราย เราเชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอการขับขี่แบบขับๆเบรคๆ มามากมาย แต่ถ้าวันนี้ท่านผู้อ่านคนใดทำพฤติกรรมดังกล่าวอยู่นั้น เราอยากให้ท่านลองปรับเปลี่ยน โดยนึกถึงเพื่อนร่วมเดินทางท่านอื่นๆ เป็นสำคัญ ข้อสำคัญที่อันตรายที่สุดของพฤติกรรม \&#8221;ขับๆเบรคๆ\&#8221; นั้น คือการสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้ขับขี่ท่านอื่นๆที่ทันทีที่คุณเหยียบเบรค ไฟเบรคด้านท้ายจะติดขึ้นเพื่อบอกเป็นสัญญาณหยุด ทั้งๆที่จริงๆความต้องการของคุณเพียงแค่รักษาระดับความเร็ว แล้วลองนึกดูสิครับว่า ถ้าเป็นคุณตามหลังรถที่ขับแล้วไฟเบรคเดี๋ยวติด เดี๋ยวดับตลอดทาง ..คุณจะอารมณ์เสียหรือไม่ ทั้ง 4 เหตุผลสำคัญนี้ น่าจะพอบอกได้ว่าทำไมพฤติกรรมขับๆเบรคๆ ถึงเป็นอันตรายทั้งต่อตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทาง ซึ่งความจริงแล้วทั้งหมดนี้ไม่ได้มีข้อดีเลยสักอย่างและเพียงวันนี้คุณรู้จักเรียนรู้ \&#8221;การรักษาความเร็ว\&#8221; ที่ถูกต้อง คุณก็ช่วยส่งเสียส่งมอบ|ยกให้|เอื้ออำนวย|ถวาย|ประทาน|ยื่นให้|กำนัล|จ่าย|แยกออก|แบ่งออก|ปันออก}ถนนในวันนี้น่าขับขี่มากยิ่งขึ้น| ถ้าถามถึงการซื้อขายรถยนต์แล้ว \&#8221;เซลล์\&#8221; ถือเป็นอาชีพที่เราใกล้ชิดมากที่สุดเลย ก็ว่าได้ โดยเฉพาะเมื่อหน้าที่ของพวกเขาคือการสานฝันของพวกเราให้กลายเป็นจริง ที่วันนี้คนจำนวนมากต่างยึดอาชีพนี้ในการทำมาหากิน แต่ในคนหมู่มากก็มีทั้งคนดีและไม่ดีปะปนกันไป ซึ่งก็ไม่ต่างจากการจับสลากว่าเราจะได้ใครมาดูแลให้การของเราสามารถสำเร็จลุล่วงได้ ในหลายเดือนที่ผ่านมา เราเคยได้พูดถึงอาชีพเซลล์ไประดับหนึ่ง ในด้านแง่การปฏิบัติตัวยามเข้าไปเลือกซื้อหารถ ซึ่งการแนะนำของเรานั้นไม่ใช่การจะดูหมิ่นคนในอาชีพนี้ แต่เป็นการบอกกล่าวให้รู้เท่าทัน ไม่ใช่เพราะว่าเซลล์ไม่จริงใจ เนื่องคนซื้อก็อยากได้รถ เซลล์ก็อยากได้ยอดและผลงาน แต่เมื่อสังคมซับซ้อนขึ้น เรื่องที่ง่ายๆก็กลับกลายเป็นเรื่องเข้าใจยาก ที่วันนี้เราจะไปดูกลยุทธ์การขายแบบล้วงลึกที่คุณควรจะรู้เท่าทัน 1.แจก-และแถม เรื่องปกติของการขาย ใครบ้างที่ไม่อยากได้ของดีราคาถูกคุ้มทุน เป็นมั่นเป็นเหมาะนอนเราหลายคนเดินเข้าโชว์รูมหลายแห่ง จนขาขวิดเพื่อหาข้อเสนอที่ดีสุด แต่จำไว้ครับว่ารถแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ต่างมีค่าการตลาด หรือที่ศัพท์วงในเรียกว่า Market Margin ที่เท่ากัน เพียงแต่ข้อเสนออาจแตกต่างกัน แต่อย่างเพิ่งไปท้วงติงอะไร ถ้าคุณยังคิดว่ามันไม่ใช่ข้อเสนอที่ดีที่สุด แต่ลองหานำมาเทียบกัน เพื่อดูว่าแบบไหนที่เหมาะสมกับเราที่สุด 2.พูดให้น้อยแล้วฟังให้มาก การเข้ามาซื้อรถในโชว์รูมนั้น ก็ไม่ต่างอะไรจากการซื้อขายทั่วไปที่เซลล์ ต้องพยายามดันให้คุณรับข้อกล่าวถึง และนั่นหมายถึง \&#8221;การวางจอง\&#8221; ซึ่งเซลล์จะพยายามหาจุดอ่อนของคุณ เพราะนั่นคือหน้าที่ของพวกเขา ว่า คุณต้องการอะไร ในความหมายการพูดน้อยของเราไม่ใช่ไปนั่งนิ่งๆแบบแพลงค์กิ้ง แต่มีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบ โดยมองชั้นเชิงทางการพูด อย่าเวียรเผยกลเม็ดว่าคุณอยากมีอยู่รถใจจะขาดลุ่ย เพราะเมื่อนั่น เซลล์จะคุมเกมทันที 3.โปรโมชั่นชวนเชื่อ..ระวังไว้ให้ดี ความจริงเราพูดคำว่า \&#8221;ชวนเชื่อ\&#8221; อาจจะฟังจากนั้นแรงไปสักนิด แต่ปัจจุบันการซื้อรถสิ่งของพวกเรานั้น บางครั้งไม่ได้มาจากความต้องการที่แท้จริง แต่มาจากข่าวสารที่ประชาสัมพันธ์ผลักดันให้คุณเข้าโชว์รูม จำพวกข้อเสนอพิเศษต่างๆ ซึ่งบางครั้งเราไม่สามารถพูดอะไรได้มาก หากแต่อยู่ที่ผู้บริโภคจะต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ต่อว่ามีมากน้อยเพียงใด หรือว่านี่เป็นแค่กลยุทธหลอกไปเที่ยวโชว์รูมกันแน่!! 4.เสน่ห์เซลล์ &#8230;ห้ามหลงโดยเด็ดขาด เราเชื่อว่าข้อนี้น่าจะพูดไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เราก็เอามาย้ำกันอีกรอบว่าเซลล์ขายรถไม่ใช่ของแถมที่มาพร้อมกับรถยนต์เมื่อเจ้าขับขี่รถคลอดจากโชว์รูม แม้แต่พวกเขาเป็นเพียงผู้ให้คำปรึกษาเท่านั้น ฉะนั้นอย่าไปคิดฝันหวานกับเซลล์อะไรมาก แม้จะสวยหยาดเยิ้มน่ารักเท่าไร แต่ท้ายที่สุด \&#8221;ทั้งหมดนั้นมันแผลบก็แค่งาน\&#8221; 5.ลูกดักให้จับจ่ายใช้สอย..มุตตานี้ควรชาคริต! ใครที่อ่านอาจจะงงว่า อะไรคือลูกล่อให้ซื้อ แต่กลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์หาลำไพ่พิเศษของเซลล์ในการปล่อยสินค้าที่มีอยู่อย่างจำนวนจำกัด โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่รถบางรุ่นไม่สามารถส่งมอบได้ สบโอกาสให้เซลล์พยายามเพิ่มมูลค่าสินค้า อย่าง ซื้อของแต่งเพิ่มจะได้รถเร็ว ทั้งที่จริงๆแล้วค่ายรถยนต์ไม่มีนโยบายดังกล่าว ยกเว้นการลด/เพิ่มโปรโมชั่นต่างๆเท่านั้น ..ข้อนี้สำคัญมาก ทั้ง 5 ข้อนี้เป็นข้อควรระวังที่คุณควรใช้วิจารณญาณอย่างยิ่ง ที่นอกจากเลือกรถแล้วการเลือกศูนย์บริการและเซลล์ผู้ให้คำปรึกษาก็นับว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน จำไว้ครับว่า พวกเรามีสิทธิที่จะเลือกอย่าไปกังวลข้อผูกมัด เพียงเพราะเชื่อตามคำพูดของเซลล์ขายรถยนต์ ความจริงแล้ว เซลล์ขายรถยนต์ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมายนัก เพียงแต่คุณควรจะรู้เท่าทันกลยุทธ์ต่างๆ ซึ่งมีมากมายที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถ และนั่นเป็นหน้าที่เราควรจะต้องเรียนรู้เอาไว้ ..ให้เข้าใจว่าพวกเขาต้องการอะไร เหมือนดั่งที่พวกเราพยายามเสาะหาว่า เขาต้องการอะไร} พบเรื่องประหลาดอย่างหนึ่งของคนใช้รถกันในปัจจุบัน ที่ไม่เคยนึกว่าจะเจอ มีหลายคนโดยเฉพาะผู้ใหญ่รุ่นเดอะในวงการเล่าสู่กันฟังเชื่อมโยงกับการจราจรในสมัยนี้ว่า มันขาดสิ่งที่เรียกว่า \&#8221;น้ำใจบนท้องถนน\&#8221; และนำมาสู่เรื่องราวแห่งความขัดแย้ง ซึ่งบางครั้งก็มาจากต้นปัญหาเล็กๆ ที่หนึ่งในพฤติกรรมสุดแย่ในปัจจุบันนั้น ก็ยังไม่พ้นการจอดรถ รถยนต์ถือเป็นสิ่งที่หามาด้วยความยากลำบาก บางคนอาจจะมีคนซื้อให้ หลายคนอาจจะได้มรดกตกทอดมาอีกที แต่ทั้งหมดนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้รถจำเป็นต้องรู้จักดูแลรักษา ไม่ใช่เพียงแค่ขัดสี ทำความสะอาด หรือ แอร์เย็นเพลงเพราะเท่านั้น แต่มันยังหมายถึงความปลอดภัย ที่ต้องสอดส่องก่อนเดินจาก มิฉะนั้นการจอดรถแบบสุ่มสี่สุ่มห้า อาจเป็นบทเรียนราคาแพง ซึ่งวันนี้เรามี 5 ข้อแนะนำสำหรับใครที่ยังใหม่ในการใช้รถใช้ถนนมาฝาก และถือเป็นการทบทวนสำหรับพวกเราที่ใช้รถใช้ถนนกันอย่างเชี่ยวชาญด้วย 1. จอดในช่องถ้าเป็นไปได้ ที่จอดรถนั้นไม่ว่าที่ไหนหรือที่ใดก็ตาม โดยมากแล้วจะมีการตีเส้นช่องจอดไว้เพื่ออำนวยความสะดวก และเมื่อรวมกับเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน อย่างเช่น กล้องมองถอยหลังนั้น ผนวกกับเซนเซอร์ ก็ช่วยให้ง่ายยิ่งขึ้น การจอดรถในช่องที่กำหนดนั้น ล้วนมีแต่ข้อดีอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทั้งความเป็นระเบียบไปจนถึงความปลอดภัย ซึ่งเราควรจะจอดในช่องถ้าเป็นไปได้ 2. จอดขวางต้องเข้า N และไม่ล็อคเบรกมือ ข้อ 2 นี้เป็นเรื่องที่ชวนหัวเสียกันประจำ ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าของรถ ทั้งคนทำ และผู้ที่ถูกกระทำ ที่บางครั้งการทำให้คนอื่นเสียเวลาจากความไม่รับผิดชอบ ก็เป็นเรื่องราวกันมานักต่อนักแล้ว การจอดรถขวางคันอื่นนั้น บางครั้งเรายอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ด้วยส่วนหนึ่งจากจำนวนรถที่มากขึ้นทุกวัน แต่หากจะขวางคนอื่นอย่าลืม!!! **** ต้องปลดเกียร์ว่าง หรือตำแหน่ง N ของเกียร์ออโต้ และไม่ควรดึงเบรคมือ*** 3. ชิดที่สุดและพับกระจกข้าง ช่วยได้ บางครั้งเราก็ไม่เข้าใจว่า เทคโนโลยีที่ดีขึ้น อาจจะไม่ได้ช่วยทำอะไรให้คนมีจิตสำนึกขึ้นเลย หลายครั้งที่เราผ่านไปมาบนลานจอดรถมีความรู้สึกว่า รถหลายคันสามารถทำให้การจราจรคล่องตัวได้มากขึ้น เพียงแค่กดสวิทช์พับกระจกมองข้าง ซึ่งเป็นออพชั่นของรถหลายรุ่น โดยเฉพาะรถเก๋ง ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการสัญจร อีกหน่อย ซึ่งตราบใดบวกกับการหยุดชิดทางก็จะทำให้มีพื้นที่อีกมากถึง 10-15 เซนติเมตร ซึ่งช่วยให้คนอื่นผ่านไปได้ง่ายขึ้น ***ดังนั้นถ้ารถคุณมีปุ่มพับกระจกข้าง ควรทำทุกกาล** เมื่อจอดรถให้ติดเป็นนิสัย 4.หัวมุม-ทางคอด ที่นี้อโคจร หลายคนทั่วที่รู้ก็รู้ว่าที่ๆ ตัวเองทำการเสียบรถจอดเข้าไปนั้นไม่ปลอดภัย แต่ก็ยังจะทำ โดยเฉพาะระบิลยิ่ง!! หัวมุม ทางโค้ง และ ทางแคบ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ล้วนเป็นพื้นเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุอย่างมาก ที่นอกจจะทำให้เสียเวลา เสียทรัพย์แล้ว คุณไม่ควรจะไปโทษรถคันที่มาชน แต่ควรจะอธิกรณ์ตัวเองที่จอดรถเกะกะกีดขวางการจราจร ในที่ซึ่งไม่สมควรจะจอด 5. ที่คนพิการ..จอดกันทำไมมิทราบ เมื่อไม่นานมานี้เรามีโอกาสไปยังโรงหนังดังย่านแครายที่ที่จอดรถนั้นน้อยนิดเมื่อเทียบกับคนที่เข้ามาใช้บริการ แต่ถ้านับว่าอะไรเป็นพฤติกรรมที่แย่ที่สุดในการจอดรถ คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่า การจอดรถในที่คนพิการที่ห้างจัดเตรียมไว้ &#8230; จริงอยู่คุณอาจจะมีสตางค์ที่พอจะฟาดหัวใครก็ได้ แต่ก็ควรเคารพสิทธิคนพิการบ้าง ซึ่งแม้พวกเขาอาจจะมีจำนวนไม่มากนัก แต่รถคนพิการในปัจจุบัน ก็มีการใช้รถใช้ถนนอยู่ ซึ่งบางครั้ง ที่จอดสำหรับคนพิการไม่ได้หมายความว่ารถคันนั้นต้องมีคนพิการขับ แต่ยังรวมถึงรถที่มีผู้ขึ้นรถหรือคนขับที่อาจเดินเหินไม่สะดวก ซึ่งหากคุณอยู่ในภาวะดังกล่าวเช่นแฟนขาหัก หรือคุณย่านั่งรถเข็น ก็สามารถไปจอดตรงที่คนพิการได้ โดยสะกิดพี่ยามแล้วให้เหตุผลไป ซึ่งพวกเขาก็พร้อมบริการอย่างเต็มที่ เพียง 5 ข้อนี้ การจอดรถของคุณก็จะปลอดภัยขึ้น แล้วไม่ต้องมานั่งกังวลใจไปช๊อปให้สบาย ที่นอกจากนี้ ยังช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ามากขึ้นว่ากลับมาจะไม่เจอ กระดาษโพสท์อิท เขียนต่อว่าหรือ รถเป็นรอยขีดยาว ที่จะทำให้เสียอารมณ์ การจอดรถนั้น ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะทุกครั้งที่คุณจากรถไป จะไม่มีทางทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับมันบ้าง ซึ่งทางที่ดีเราควรเริ่มต้นในการป้องกัน หลีกเลี่ยงเรื่องเสี่ยง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ และมันทำให้รถของคุณนั้นปลอดภัยจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน| สัตว์เลี้ยงนับเป็นเพื่อนที่แสนดี ในขณะเดียวกันก็อาจจะพาคุณวุ่นวายได้เช่นกัน ถ้าหากเขาได้รับการดูแลไม่ดีมากพอ ที่มันน่าชวนปวดเศียนเวียนเกล้าอย่างมาก ถ้าคุณต้องเดินทางกับเพื่อนร่วมทางที่ไม่รู้ภาษามนุษย์ และอีฉันเองไม่เข้าใจความต้องการของพวกเขา สิ่งที่น่าปวดหัวของคนมีสัตว์เลี้ยงมากที่สุดนั้น คือการนำสัตว์เหล่านี้ร่วมเดินทางไปด้วยไม่ว่าจะยามสบายดีหรือป่วยไข้ ที่หากคุณจำเป็นจะต้องขับรถยนต์คนเดียว โดยมีเพื่อนเป็นหมา-แมวนั้น มันคงไม่สนุกเลยที่จะต้องห่วงหน้าห่วงหลังว่าจะเป็นอย่างไร และมันยังอาจทำให้คุณเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง และวันนี้เรามี 9 คำแนะนำที่ควรทำหากต้องไปกับสัตว์เลี้ยงมาฝากกัน 1.วางแผนก่อนเดินทาง มีคนจำนวนมากไม่วางแผนก่อนเดินทางแล้วคิดว่า สัตว์เลี้ยงขอเราก็เหมือนคน ทว่าสัตว์อย่างไรก็คือสัตว์วันยังค่ำไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้ และถ้าคุณกำลังจะเดินทางจงวางแผนอย่างรอบคอบ สอบถามต่อว่า โรงแรมหรือที่ๆคุณจะไปอนุญาตให้สัตว์เลี้ยงไปด้วยหรือไม่ ถ้าไม่สะดวกก็จับมันเฝ้าบ้านหรือฝากโรงแรมสัตว์ดีกว่า 2. เตรียมพร้อม สิ่งมีชีวิตเลี้ยงก็เหมือนรถที่คุณใช้ ถ้าคุณจะเอาเขาไปด้วย อย่าลืม! ที่จะเตรียมพร้อมก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ อย่างการกำจัดเห็บหมัด และให้เขาทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อนเดินทาง แล้วอย่าลืมติดเอกสารทางสุขภาพไปเผื่อในกรณีฉุกเฉินด้วย 3.คาดเข็มขัดให้สัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงก็เหมือนคน แล้วยิ่งถ้าคุณรักเขาเป็นพิเศษ อย่าปล่อยให้วิ่งพล่านทั่วรถ หัดจับฝึกคาดเข็มขัดนิรภัย โดยอาจใช้เชือกจูงล่ามกับเข็มขัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัย ซึ่งหากสัตว์เลี้ยงของคุณทั้งเป็นพวกชอบตื่นเต้น หาอะไรกั้นระหว่างเบาะหลังกับเบาะหน้าก็เป็นแนวคิดที่ดี เพราะไม่งั้นสัตว์เลี้ยงแสนรักอาจกลายตัวต้นเหตุที่พาคุณเกิดอุบัติเหตุได้ไม่รู้ตัว 4.เคลียร์พื้นที่ ปัจจุบันรถส่วนใหญ่มีห้องโดยสารรถยนต์ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นพรม ผ้า และหนัง ซึ่งปัญหาของวัสดุเหล่านี้คืออาจจะชำรุดได้ง่ายและ บางอย่างยังเก็บฝุ่นซึ่งเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอย่างดี ดังนั้นก่อนเดินทางควรหาผ้าปูเพื่อป้องกันภายในของคุณโดยเฉพาะหนังและพรมในรถ 5.สูดอากาศสักนิดเพื่อลดกลิ่น เราส่วนใหญ่เวลาขับรถมักจะชอบเปิดแอร์ซึ่งมันก็ดีที่ไม่ร้อน แต่อย่าลืมว่าสัตว์เลี้ยงนั้นมันอาจจะไม่ชิน แล้วยิ่งเมื่อตัวมันเองอาจจะมีกลิ่น ที่อาจทำให้การเดินทางไม่สนุกนัก แนวทางแก้ปัญหาหนึ่งคือการลดกระจกสักนิดเพื่อให้ลมสามารถผ่านได้ และสัตว์บางประเภทอย่างสุนัขก็ชอบเสียด้วย แต่การลดกระจกนั้นต้องทำแบบพอดีไม่มากเกินไป จนสามารถยื่นหัวไปข้างนอกได้ หรือน้อยเกินไปที่อากาศก็ไม่ถ่ายเท แล้วที่สำคัญอย่าลืมล็อคกระจกเมื่อเปิดด้วยเพื่อป้องกันกระจกเลื่อนลงเอง อันนี้สำคัญมาก 6.น้ำเรื่องสำคัญเช่นกัน เวลาเราขับรถทางไกลเรามักจะกระหายน้ำกันใช่ไหม แน่นอนเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงของคุณเช่นกัน ซึ่งพวกเขาต้องการน้ำยามเดินทาง แต่ถ้าคุณไม่ะสะดวกนักในการเตรียมน้ำ ก็ใช้วิธีแวะปั้ม ทุกๆ 1 ชั่วโมงโดยประมาณ ก็จะทำให้การเดินทางราบลื่นยิ่งขึ้น 7.อาหารปัจจัยนี้ก็สำคัญ เราเองยังมีของว่างสัตว์เลี้ยงก็เช่นกัน แต่โดยมากแล้วเราหลายคนมักจะคิดว่า นอกสถานที่หาอะไรก็ได้ให้สัตว์เลี้ยง ทว่านั้นเป็นเรื่องที่ผิดถนัด เพราะการเปลี่ยนอาหารอาจทำให้เกิดการปั่นป่วนต่อพฤติกรรมการกินในอนาคต ทางที่ดีนำอาหารที่ให้ประจำที่บ้านไปด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนยามเดินทาง 8.ห้าม! ทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในรถ หลายคนมักคิดว่าเดี๋ยวเดียวคงไม่เป็นไร แต่ทราบหรือไม่ว่าการทิ้งสัตว์เลี้ยงจะทำให้มันกระวนกระวาย และรู้สึกไม่ปลอดภัย แถมยังเป็นการทรมาณมันทางอ้อม โดยเฉพาะถ้าคุณจอดรถท่ามกลางอากาศร้อน ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่คุณลงจากรถก็ควรจะนำมันลงไปด้วยจะได้ยืดเส้นยืดสาย 9. ถ้าทุกอย่างล้มเหลว,อย่าย่อท้อ..คุณยังมีทางเลือก มีหลายครั้งที่การพาสัตว์เลี้ยงมาด้วยกลายเป็นหายนะไปโดยไม่รู้ตัว และมันทำให้ทุกคนหมดสนุกไปโดยปริยาย แน่นอนทุกปัญหามีทางออกและการนำไปฝากเลี้ยงไว้กับโรงแรมสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ใกล้ๆกับที่พักของคุณก็เป็นทางออกที่ดีไม่น้อย ซึ่งบางแห่งนอกจากบริการดูแลให้แล้ว ยังอาจทำให้เจ้าปุยของคุรมีสุขภาพดีด้วย การเดินทางกับสัตว์เลี้ยงนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก สำคัญคือการที่คุณต้องเข้าใจสัญชาติญาณและคอยสังเกต รวมถึงเตรียมพร้อมอย่างละเอียดถี่ถ้วน ที่เพียงเท่านี้การนำสัตว์เลี้ยงออนทัวร์ก็เป็นเรื่องง่ายกว่าแผ่นดินคุณคิด ข้อหนึ่งที่เราอยากเพิ่มคือการปกป้องสัตว์เลี้ยงจากผู้ขับขี่ที่มักเป็นปัญหาอย่างมากกับการเดินทาง ซึ่งอาจจะนำไปสู่ปอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางตามลำพัง บางครั้งรักสัตว์อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่จำเป็นต้องรอบคอบทางด้านความปลอดภัยด้วย| ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ เรารู้ดีว่าหลายคนมีภาระมากมาย แม้ปัจจุบันนี้รถยนต์จะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในการเดินทางของคนไทย แต่วันนี้ถ้าคุณมีรถแล้วมันเกิดไม่สบาย การซ่อมมันกลับมาใช้ มั่นใจแค่ไหนว่ามันจะคุ้มค่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายคนไม่คิด ซึ่งส่วนหนึ่งมันมาจากลูกเกรงใจของคนไทย ที่มักจะเออออห่อหุ้มหมก โดยไม่คิดก่อนที่จะทำอะไร ทำให้บางครั้งกลายเป็นปัญหา แทนที่จะได้รถเก่าแสนดีมาใช้งานแบบเสียเงินครั้งเดียวแล้วลาเคลื่อนช่างที่อู่กลับกลายต้องเวียนว่ายไปทุกวัน วันนี้ถ้าคุณกำลัง มีปัญหาใหญ่กับรถคันเก่าสุดเก๋า ลองคิดตาม 4 ข้อ ต่อไปนี้ ว่าซ่อมจากนั้นมันจะคุ้มค่าหรือไม่ 1.ปัญหานี้แก้ได้หายขาดหรือไม่ ปัญหามากมายสามารถเกิดขึ้นได้กับรถเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกกลไกต่างๆที่ทุกอย่างมีอายุการใช้งานของมันเอง จนบางครั้งคุณต้องตกระกำลำบาก(นั่งทานข้าวลิงข้างทาง)อาจจะจะมาจากอายุการใช้งาน ปัญหาของรถนั้นมีหลายสาเหตุ ที่คุณสามารถเข้าใจได้แต่ที่สำคัญ คุณต้องรู้ว่ามันจะซ่อมให้หายขาดได้หรือไม่ด้วย โดยเฉพาะเมื่อเสียเงินแล้ว ต้องเสียให้คุ้มกับการใช้งานในอนาคตข้างหน้า อย่างเช่นเครื่องพัง การยกเครื่องใหม่อาจเป็นทางออกที่ดีกว่า หรือเป็นไปได้ลองศึกษาดูว่ามีอะไหล่รถรุ่นไหนสามารถทดแทนกันได้หรือไม่ แล้วลองคิดตามว่าถ้าทำมันจะหายจากอาการที่เป็นหรือเปล่า ซึ่งส่วนหนึ่งต้องปรึกษาผู้รู้ที่ไม่ใช่ช่างที่คุณนำรถไปซ่อม 2. ราคาค่าใช้จ่าย ทุกครั้งที่รถเสียมันหมายถึงเงิน และในยุคนี้มันก็จัดหายากเสียด้วย ซึ่งคุณจำเป็นจำเป็นจะต้องศึกษาดูถึงค่าใช้จ่ายที่การซ่อม ว่าราคานี้เป็นราคาที่รับได้หรือไม่ อะไรที่จะถูกเปลี่ยนใหม่ อะไรที่จะยังใช้ของเก่า ของแบบนี้ต้องศึกษาให้ดี ที่สำคัญอย่าวางใจให้อู่ทำงานแล้วเช็คบิลทีหลัง อู่ที่ได้มาตรฐานจะประมาณการงบประมาณได้ก่อนทำงาน ซึ่งตรงนี้อาจจะประวิงเวลาให้คุณคิดก่อนตัดสินใจซ่อมแซมรถสุดที่รัก และพยายามสอบถามจากผู้ใช้รถรุ่นเดียวกันกับคุณหรือเพื่อนที่เคยมีประสบการณ์ ว่าราคาที่ได้มาสมเหตุผลหรือไม่ 3. ผลที่ตามมาหลังซ่อม ในข้อแรกเราให้คุณเรียนถามว่าหายขาดหรือไม่ แน่บรรทมบางอย่างสามารถทำได้แล้วหายเป็นปลิดทิ้งแถมดีกว่าเสียอีก แต่ข้อหนึ่งที่ไม่ยอมรับไม่ได้ก็คือว่า เมื่อมีงานแปลงบางอย่างอาจไม่เป็นไปอย่างที่คิด และบางครั้งอาจนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายภายหลัง เช่น วางเครื่อง คุณอาจต้องเซทช่วงล่างเพิ่ม เพราะน้ำหนักเครื่องมากกว่าที่ช่วงล่างจะรับได้ เป็นต้น ซึ่งเรื่องแบบนี้อู่มักไม่เตือน แต่เมื่อคุณทำการดัดแปลงไปแล้วรถคันนั้นจะราคาตกทันที เพราะฉะนั้นควรคิดรอบคอบถึงผลระยะยาวด้วย 4. คันนี้ใช้คุ้มพอรึยัง หลายคนมักจะคิดว่าตัวเองยังใช้รถไม่คุ้มค่า ที่บางคนรถหลาย 10 ปี ก็ซ่อมแล้วซ่อมอีก จนสุดท้ายเหนื่อยซ่อมนำไปสู่การขายทิ้งซื้อใหม่ในอนาคตอันใกล้อีกอยู่ดี แน่นอนเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วมากมาย เราเลยอยากให้มองว่ารถคันนี้คุ้มทุนแล้วหรือยัง โดยเฉพาะ ถ้ารถคันนั้นมีอายุ เกิน 7 ปี หรือมีระยะทางเกิน 1.5 แสนกิโลเมตร มันอาจถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนรถใหม่ หลายคนมักคิดว่าเพิ่งผ่อนหมดจบหนี้ทำไมต้องบึ่งให้ซื้อรถใหม่ ทว่ารถเก่าก็เหมือนคนแก่ ที่ต้องได้รับการดูแลทั้งเป็นประจำสม่ำเสมอในทุกชิ้นส่วน และยิ่งถ้าเจ้าเป็นคนไม่ค่อยมีเวลาหรือไม่น้อยถนัดเกี่ยวกับรถยนต์นัก การนำมันไปแลกเปลี่ยนคันใหม่มาขับแบบสบายใจ แล้วคิดว่าไม่ต้องมีปัญหาวุ่นวายกับอู่ ที่อาจทดแทนด้วยค่าผ่อนรถรายเดือน มันน่าจะคุ้มกว่าไหม แถมรถใหม่ๆยังมีสมรรถนะที่ดีขึ้นและประหยัดมากขึ้นด้วย 4 ข้อนี้เป็นเรื่องที่ต้องคิดให้หนักมากๆ โดยเฉพาะเมื่อรถคุณต้องซ่อมหนัก ไม่ว่าจะระบบเครื่องยนต์หรืออื่นๆที่จักทำให้รถคันนั้นอยู่ในสภาพจำเริญ ซึ่งนอกจากคุณจะไม่ต้องเสียเวลา วิ่งเข้า-ออกอู่ให้วุ่นวายและรถใหม่ๆประหยัดมากขึ้นแล้ว คุณยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นจากสมรรถนะที่ดีขึ้นของรถคันใหม่ เราเองเจอหลายคนมีปัญหาคำกล่าวรถ โดยเฉพาะยิ่งรถเก่ายิ่งหนักใจ แต่บางคนไม่ศึกษาอย่างจริงจัง จนนำไปสู่ปัญหาเรื้อรัง ที่ทำให้ต้องขายรถในท้ายที่สุด สิ่งเหล่านี้สามารถแก้ไขได้เพียงแค่คุณมองให้ขาดแล้วคิดว่ามันคุ้มหรือเปล่า ซึ่งสิ่งสำคัญไม่ใช่คำถามข้างต้น แต่อยู่ที่การตัดสินใจที่ต้องคิดให้ถี่ถ้วนก่อนลงมือทำ }<br />
<b>ประกันภัยรถยนต์</b> ทุกวันนี้เมื่อพูดถึงรุ่นเอี่ยมที่วางจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว เจ้า \&#8221;ไฟตัดเมฆ\&#8221; ดูจะทั้งเป็นสิ่งมที่เปลี่ยนแปลงมาเป็นเกณฑ์ใหม่ของรถยนต์ทุกวันนี้ ด้วยอำนาจการให้ไฟที่ส่องสว่างขึ้นมากกว่าเดิม จนกลายเป็นที่พูดต่อกันอย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสมทางด้านการใช้งานว่า สรุปแล้ว ไฟตัดหมอกนั้นมีดีหรือโทษมากกว่ากัน เมื่อช่วงปีที่ผ่นมานั้น เราได้เคยพูดถึงเรื่องราวของ \&#8221;ไฟตัดหมอก\&#8221; ไปบ้างในแง่ของการใช้งาน ที่เราสามารถเลือกที่จะปิดหรือเปิดตามต้องการได้ ทว่าด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการของคนขับ ที่ใช้มันอย่างพร่ำเพรื่อ วันนี้ไฟตัดหมอกได้กลายมาเป็นภัยร้ายเอี่ยมบนถนน ที่อาจจะแฝงตัวเข้ามาโดยที่คุณไม่ทันสังเกต และแม้ชุดไฟตัดหมอกนี้จะอยู่ต่ำกว่าไฟหน้าปกติ แต่ก็มีพิษสงที่ร้ายกาจเช่นกัน ไม่นานมาที่ประเทศอังกฤษได้มีการวิจัยที่น่าสนใจของบริษัท ประกันภัยแดนผู้ดีที่ชื่อว่า Swift Cover ที่มุ่งศึกษาประเด็นดังกล่าวในหัวข้อ \&#8221;Reckless fog light Driver\&#8221; โดยเน้นในการศึกษาเกี่ยวกับผุ้ขับขี่ที่เปิดไฟตัดหมอกเป็นประจำบนถนน โดยจากการวิจัยพบว่า ในช่วง 12 เดือนที่ลอดมามีอุบัติเหตุกว่า 300,000 ครั้ง ในอังกฤษที่อาจจะมีสาเหตุมาจากไฟตัดหมอก และผู้ขับขี่ที่มีอายุน้อยส่วนประเสริฐ มักจะบอกว่า \&#8221;มันดูเท่ห์\&#8221; กว่าบนถนน จากการศึกษาในกรุงลอนดอนพบว่า อุบัติเหตุกว่าครึ่งในนครได้รับการระบุว่า รถคู่กรณีนั้นมักจะใช้ไฟตัดหมอกนอกสภาวะการณ์ที่เหมาะ ในขณะที่ swift cover เองก็ผ่านพบว่า ผู้ใช้รถกว่า 21 % เปิดใช้ไฟตัดหมอกไม่ถูกต้อง โดยผู้ขับส่วนใหญ่มักให้เหตุว่า ไฟหน้าสิ่งของพวกเขาส่องสว่างไม่เพียงพอ รวมถึงช่วยเพิ่มระยะการเหล่เห็นเมื่อกระทบกันเส้นไฟจราจร และไฟตัดหมอกยังช่วยลดการจี้ตูดด้วย แม้บางเหตุผลอาจจะพอที่จะเข้าใจได้แต่จากการวิจัยนี้พบว่า 14% ของผู้ที่อ้าไฟตัดหมอกเอาไว้ ให้เหตุผลว่า มันช่วยให้รถดูดียามขับขี่ โดยผู้ที่ตอบด้วยเหตุผลนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ขับขี่ที่มีอายุระหว่าง 18 -34 ปี และมีเพียง 3% ที่มีอายุระหว่าง 35-54 ปี ที่กล่าวถึงเรื่อง \&#8221;ไฟตัดหมอก\&#8221; ด้วยเหตุผลเดียวกัน ด้านนาย โรบิน รีเมส หัวหน้าฝ่ายเคลมค่าสินไหมของ Swift cover เปิดเผยว่า ความคิดของวัยรุ่นที่คิดว่าการเปิดไฟตัดหมอกนั้นเท่ห์ อาจจะทำให้เป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่คนอื่นได้ ไฟตัดหมอกถูกออกแบบมาให้ใช้เพื่อเพิ่มคตวามสามารถในการมองเห็นในบางสถานการณ์ วึ่งการใช้งานอย่างไม่ถูกต้องนั้น จะทำให้แยงตาและรบกวนสมาธิผู้ใช้ถนนคนอื่น และนำไปสู่อุบติเหตุ ซึ่งพิสูจน์ได้จาการวิจัยในครั้งนี้ และถ้ายังสามารถมองเห้นได้ในระยะที่มากกว่า 100 เมตร ไฟตัดหมอกก็ควรจะถูกปิดเสีย แม้ไฟตัดหมอกจะดูไม่อันตรายมาก แต่การออกแบบให้มันมีความสามารถทะลุทะวงอุปสรรคด้วยการกระจายแสงในแนวนอน ก็ทำให้มันอาจจะเป็นอันตรายได้เช่นกัน ซึ่งตามปกติแล้ว เราอยากแนะนำว่า การเปิดไฟตัดหมอกที่ถูกตั้องนั้น ควรใช้ในสถานการณที่มีฝนตก,หมอกลงหน้าจัด ตลอดจน สภาวะฝุ่นหรือควัน และรวมถึงการขับขี่ฝ่าสภาวะหิมะตก ซึ่งแม้ไฟตัดหมอกอาจจะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ในความคิดหลายๆคน แต่การคิดถึงเพื่อนร่วมถนน ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน |ต้องเรียกว่าเป็นวัฏจักรที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับผู้หญิงทุกคน ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องมีงานแต่งงาน และตามมาด้วยการมีทายาท พร้อมกับหลายคนแผ่นดินเป็นหนักหนาขับตัวยงนั้น ก็มักจะเกร็งยามที่เรามีน้อง อาจจะไม่เหมาะแก่การขับรถ แต่ความจริงแล้ว เรื่องนี้อาจจะไม่ได้น่ากลัวกันอย่างที่เราคิดก็จัดหามา ประเด็นเรื่องการขับรถของคนท้องนั้น ไม่ได้อยู่ที่พฤติกรรมในการขับขี่ หากแต่อยู่ที่ความเหมาะสมในการขับรถที่อาจจะไม่สะดวกสบาย เมื่อคุณมีอีกชีวิตร่วมเดินทางไปกับคุณ และวันนี้ เรามาหลากเทคนิคดีๆ ที่จะมาบอกเล่ากันอีกครั้ง 1.รู้ความเสี่ยง ไม่ว่าคุณอ่านต่อไปแล้วจะทำยังไง ในการขับรถ จำไว้ว่าการขับรถมีความเสี่ยงและเมื่อคุณมีครรภ์ความเสี่ยงก็จะตกอยู่กับลูกสิ่งของคุณด้วย มีวิจัยใมนสหรัฐอเมริกาที่ระบุว่า คุณมีโอกาสแท้งลูก 3 เท่าและ เลือดตกในถึง 2 เท่ หากเกิดพลิกคว่ำในขณะขับขี่และแม้จะชนไม่จัด ก็ยังมีโอกาสแท้งลูก 5% แต่จากการศึกษาล่าสุด พบว่า ในจำนวนดังกล่านั้น มีกว่า 68% ที่ไม่นับถือคาดเข็มขัดในขณะขับขี่ และเฉลี่ยท่านั่งไม่ถูกต้อง 2.ท่านั่งที่เปลี่ยนไป คุณต้องเข้าว่าไม่ได้ขับคนเดียว เมื่อคุณคิดและมุ่งมั่นแน่จากนั้นว่าจะขับรถขณะมีท้อง จำไว้ว่าทุกสิ่งที่จำเป็นจะต้องปฏิบัตินั้นให้ยึดหลักต่อว่า มีอีกคนอยู่กับเรา ที่คงต้องเริ่มตั้งแต่ท่านั่งลงให้ปรับถอยหลังจากเดิมห่างพวงมาลัยมาขึ้นราวๆ 10 เซนติเมตร ห้ามนั่งใกล้พวงมาลัย และปรับเบาะเอนเล็กน้อย รวมถึงปรับพวงมาลัยให้สูงขึ้น เพื่อไม่ให้แอร์แบกนั้นกระแทกเข้าท้อง เมื่อเกิดการทำงาน แต่ทั้งหมดนั้นคุรต้องให้สามารถควบคุมคันเร่งได้เหมือนเดิม 3.คาดเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกวิธี จงจำไว้ว่า แม้จะท้อง คุณก็ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย อย่าเอาความรู้สึกว่ามันจะอึดอัดคับพุงมาเป็นข้ออ้า งเพราะ เข็มขัดนิรภัยนี้ช่วยคุณและลูกในการไม่กระแทกกับพวงมาลัย ยามเกิดอุบัติเหตุ จริงสิงเมื่อคุณท้องใหญ่ขึ้นจากเดิม คงจะยากที่จะคาดเข็มขัดนิรภัย แต่วิธีคาดนั้นก็ไม่ยาก ให้เว้นสามเหลี่ยมนั้นระหว่างช่วงท้อง โดยสายบนนั้นควรอยู่ช่วงราวนมและคอ ส่วนสายล่างให้ปรับไม่ให้ตึงมากและวางไว้ใต้พุง 4.ลูกไม้แก้ปวดช่วยได้ หลายคนที่ขับรถขณะตั้งครรภ์คงจะต้องเคยเจออาการปวดหลัง ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรมากมายนัก การที่คุณมีน้องอยู่ที่หน้าท้อง แต่ปัญหานี้จะหมดไป ถ้าหาลูกไม้แก้ปวดมาติดตั้งไว้ที่เบาะ ซึ่งมันคืออุปกรณ์นวดหลังดีๆ และไม่มีปัญหาใดๆต่อเด็กในครรภ์ 5.อย่าใช้ความเร็ว เมื่อทุกอย่างพร้อมก็จำไว้ว่าคุณต้องขับรถไม่เร็วเกินไปส่วนหนึ่งคือเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น อีกส่วนหนึ่งคือลดอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งการใช้ความเร็วไม่มากนัก ทำให้คุณลดความเสี่ยงการแท้งลูก แต่ยังสามารถขับรถได้อย่างปลอดภัย ทั้ง 5 ข้อนี้น่าจะช่วยให้คุณสามรถขับรถช่วยตัวเองได้ในเรื่องการเดินทางยามคุณมีน้อง แต่จากคำแนะนำของแพทย์เรื่องสูตินารีเวชในสหรัฐก็เปิดเผยอีกว่า เมื่อย่างเข้าสู่เดือนที่ 7 หรือ 12 สัปดาห์ก่อนคลอดนั้น ควรงดกิจกรรมขับรถเพื่อความปลอดภัย |ขึ้นไป 2 บาท แล้ว สำหรับราคาน้ำมันตั้งแต่ปีใหม่ที่ผ่านมา ที่ทำให้หลายคนมานั่งหน้ามืดตามัวกันว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงมาแทบไม่ได้มีประโยชน์ กันเลย แต่ในเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามกลไกตลาด หรือว่าง่ายๆยังไง ก็ต้องยอมรับสภาพเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้น จึงเลี่ยงไม่ได้ที่เราควรจะมาเรียนรู้การขับประหยัดกัน ที่ผ่านมาเราก็พูดถึงเทคนิคการขับประหยัดไปหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เราจะมากล่าวถึงเทคนิดในขั้นที่สูงขึ้นจากเดิม ซึ่งหากวันนี้คุณกำลังมองหาวิธีประหยัด ก็ลองนำไปทำดู และค่อยๆลองปรับ จนชินในท้ายที่สุด 1.ดับเครื่องยนต์เมื่อรถไม่เคลื่อน น้อยคนนักที่จะเห็นว่าเขาดับเครื่องยนต์ ที่เห็นชัดนั้นก็ไม่พ้นรถตุ๊กๆ ทั้งหลาย แต่เทคนิคนี้อาจจะไม่ขั้นสูงมากนัก ทว่าก็มีการศึกษาวิจัยมาแล้วว่าการดับเครื่องยนต์ช่วยให้ประหยัดเงินในกระเป๋ามากขึ้น จนรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่นมีระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติช่วยสนับสนุนในเรื่องการประหยัดน้ำมัน 2.หลีกเลี่ยงหลุมบ่อ ต่างๆ ไม่เชื่อก็ต้อง ว่าการขับรถให้ประหยัดนั้น สิ่งหนึ่งนอกจากการเดินคันเร่งเรื่อยๆ ขับชิวๆ ช้าๆ แล้ว สภาพพื้นถนนที่เป็นหลุมบ่อ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการขับรถให้มีความประหยัดมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ถ้าเป็นได้ควรหลีกลี่ยงหลุมต่างๆหรือผิวจราจรที่ไม่ราบเรียบ แต่หากต้องใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ อาจจะลองหาเส้นทางเลี่ยงที่ไกลกว่าเดิมไม่มากนัก 3จำให้ดี แรงเฉื่อย ช่วยคุณได้ มีคนจำนวนน้อยมากที่รู้จักแรงเฉื่อย ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่เราไม่ได้มีการเร่งให้เครื่องยนต์ทำกำลังแล้ว ปัจจุบันเราสัมผัสกับแรงเฉื่อยบ่อยหรือที่เรียกว่าไหลรถ ซึ่งมีอยู่ในเกียร์อัตโนมัติ เฉกเช่นเดียวกับเกียร์รรมดา ซึ่งช่วยให้คุณใช้เบรคน้อยลง และยังช่วยรักษาระดับการทำงานของเครื่องยนต์ดีกว่า การใช้เบรคเลยในทีเดียว ทำให้ประหยัดน้ำมัน 4.เหยียบเผื่อเมื่อขึ้นทางชัน หลายครั้งที่เราตะลุยต่างจังหวัด อาจจะต้องเจอทางลาดชัน โดยเฉพาะเขา ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำอัตราประหยัด แต่กระนั้นก็ยังมีวิธีพิชิตมันได้ เพียงแค่ใช้แรงบิดให้เป็นประโยชน์เหยียบส่งลงเขาเพื่อใช้ โมเมนตัมของรถในการเพิ่มความเร็ว ทำให้ไม่จำเป็นต้องเร่งมากในการขึ้นเขา 5.ได้เวลามองพลังงานทางเลือก ถ้าหากทำทุกอย่างแล้ว เงินในกระเป๋ายังประหยัดไปไม่ไมาก สิ่งสำคัญต่อมาอย่างสุดท้ายคงต้องมองในเรื่องของพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่นั้นเกือบทุกยี่ห้อรองรับเชื้อเพลิง E20 ได้หรือถ้ารถใครสามารถเติม E85 ได้ ก็จะช่วยให้ประหยัดยิ่งขึ้น ทั้งหมด 5 ข้อที่กล่าวมานี้ บางข้อนั้นอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับพฤติกรรมการขับขี่เป็นระยะเวลานานพอสมควร แต่สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้ในการขับประหยัด คือรถต้องพร้อมและได้รับการตรวจสอบอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ |เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ดูเหมือนจะมีข่าวคราวไม่สู้ดีเกี่ยวกับท้องถนนออกมาพอสมควร โดยเฉพาะอุบัติเหตุ ที่หนึ่งในนั้นเกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่ และน่าจะประกอบกับประสบการณ์ที่ยังไม่มากในการขับขี่ทำให้เป็นเรื่องร้ายแรง จนเรานึกถึงว่าน่าจะมีอีกหลายคนที่ยังต่ำกว่าประสบการณ์และความรู้ในการขับขี่นั้นน่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย หลายคนที่เคยขับรถยนต์คงอยู่จะไม่ค่อยชอบใจนักกับการขับรถที่ยามค่ำคืนโดยเฉพาะในยามดึกสงัด เงียบสงบที่อาจจะชวนจิตหลอนได้ระหว่างทางแต่ถ้าคุณจะขับรถในยามค่ำคืน มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก และเรามีเทคนิคที่ช่วยให้คุณขับรถในยามราตรีได้อย่างปลอดภัย 01 รู้สถานะเนื้อตัวเองก่อนขับ เราไม่ได้บอกให้คุณตั้ง Status แต่การรู้ว่าเรากำลังเป็นอย่างไรก่อนขึ้นขับรถในยามค่ำคืนนั้นคือเรื่องสำคัญ โดยมาก สิ่งที่เลี่ยงได้ยากสำหรับการขับรถในยามค่ำกลับ คือการเหนื่อยล้า บรรยากาศที่เงียบขรึมสงบนั้นชวนหลายคน \&#8221;หลับใน\&#8221; ได้อย่างง่ายถางหญ้าโดยไม่ต้องสงสัย และถ้าคุณรู้สถานะตัวเองว่า เหนื่อย เพลีย อ่อนล้า ก็ทำให้เราหาทางแก้ เช่นการหาเพลงคึกๆมันส์ๆ ฟัง ช่วยให้กระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น ไม่มากก็น้อย ไม่ก็ถ้าไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ ก็จอดเบื้องทาง พักผ่อนสักนิด โดยเฉพาะ หากคุณเดินทางไกล ช่วยลดความเสี่ยงได้ 02 อย่าเข้าใกล้รถที่มีพฤติกรรมแปลกๆ เมื่อคุณเดินทางยามค่ำคืน สิ่งที่ควรจำคือ แม้คุณจะพร้อม แต่อย่างวางใจในเพื่อนร่วมทาง เพราะเพื่อนร่วมทางนี่แหละที่เอ้ที่สุด และบ่อยครั้งที่อุบัติเหตุนั้นมีเพื่อนร่วมทางเป็นส่วนสำคัญ สิ่งที่ต้องนึกตรองถึงเวลาขับรถยนต์ในยามค่ำคืนนั้น คงไม่พ้นการที่ต้องระแวดระวัง โดยเฉพาะรถยนต์ที่เดินทางไปกับเรา ซึ่งบางครั้งมีพฤติกรรมแปลกๆ เช่นขับเร็วผิดปกติ หรือมีอาการเลื้อย-ส่าย ขับรถไม่ตรงเลน/กินเลนและ เด็กแว้นซ์ จงพึงระวังและทางที่ดี ถ้าเจอเจ้าหน้าที่ด้านหน้า ให้บอกเจ้าหน้าที่ เพราะคุณอาจเป็นส่วนหนึ่งช่วยให้ถนนปลอดภัยมากขึ้นก็ได้ 03 มองให้ละเอียดก่อนใช้ความเร็ว หลายครั้งโดยเฉพาะในต่างจังหวัดนั้น ถนนจะขัดสนไฟส่องทาง และเมื่อความมืดเข้ามาเยือนนั้น มันก็ทำให้การสัญจรยิ่งอันตรายมากขึ้น และหลายครั้งความประมาทของอุบัติเหตุเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และความมืดถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญในการขับขี่ ดังนั้น พยายามมองให้ดี ถ้าไม่มีรถสวนไฟสูงก็สามารถช่วยได้ เช่นเดียวกับไฟตัดหมอก ที่ช่วยเพิ่มระยะการมองเห็นได้ โดยเฉพาะการขับขี่ในต่างจังหวัด 04 ระแวดระวังตามแยกต่างๆ ทางตัดและทางแยก ถือเป็นจุดสำคัญในการขับขี่ยามค่ำคืน เนื่องจากเมื่อการจราจรเบาบางจุดเหล่านี้นั้นมักจะกลายเป็นไฟเหลืองกระพริบ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสนใจ อันที่จริงไฟเหลืองที่ติดแทนการปล่อยสัญญาณไฟ คือการบอกให้ระวัง และจุดตัดต่างๆเหล่านี้ มันกลายเป็นจุดเกิดเหตุที่บ่อยๆพอๆ กับช่วงทางโค้งอันตราย ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการชะลอความเร็ว จะดีกว่า 05 เคารพกฏจราจรอย่าเคร่งครัด ยิ่งค่ำคืน แม้ถนนจะโล่งแต่สิ่งที่ละเลยไม่ได้คิอเรื่องของกฏจราจร หลายคนมักจะละเลยการปฏิบัติตามกฏทำให้บ่อยครั้งเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ หรือไม่ก็เกิดอุบัติเหตุเสียเอง ดังนั้นจำไว้ว่าเคารพกฏให้มากที่สุด เพราะหากคุณไร้ซึ่งกฏโอกาสเสี่ยงก็จะเยอะขึ้นโน่นเอง แน่นอนว่าทั้ง 5 ข้อนี้อาจจะเป็นเรื่องราวพื้นฐานของการขับรถ แต่เมื่อคุณขับรถในยามค่ำคืนการปฏิบัติตามสิ่งที่ควรจะปฏิบัติทั้ง 5 ก็ทำยื่นให้คุณปลอดภัยขึ้นไม่มากก็น้อย |ใกล้ขึ้นมาทุกทีแล้ว สำหรับเทศกาลวันหยุดยาวในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่หลายคนก็มีโครงการที่จะเดินทางไปพักผ่อนชาร์จแบตฯให้ชีวิต เติมไฟความคิดให้ลุกโชน ซึ่งทุกครั้งในช่วงวันหยุดยาวนั้นจะต้องมี คำว่า\&#8221; 7 วันอันตราย\&#8221; ที่หมายถึง การเดินทางที่มีผลแห่งการสุ่มเสี่ยงมากยิ่งขึ้นกว่าปกติ ทว่า เรื่องเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องง่ายๆ ถ้าคุณรู้จักการจัดที่ถูกต้อง หลายครั้งหลายหนการเดินทางในช่วงวันหยุดกลายเป็นหายนะ และแม้อุบัติเหตุจะเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถึงเราอาจจะไม่สามารถพูดได้เต็มปาก 100% ว่าสิ่งที่เราจะบอกต่อไปนี้ มันจะช่วยให้คุณพ้นภัย แต่อย่างเล็กน้อยมันก็น่าจะปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 1.ตรวจสอบรถ การเดินทางไกลนั้นคือการที่เราต้องขับรถยนต์เป็นระยะเวลานานมีการสึกหรอที่เกิดขึ้นระบิลต่อเนื่องต่อระบบต่างๆ ซึ่งการตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทางนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก ทั้งระบบเบรค ระบบเครื่องยนต์ ไปจนถึง หม้อน้ำ และการระบบปรับอากาศ ที่ควรจะพร้อมเพื่อให้การเดินทางนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น 2.ศึกษาข้อมูลเส้นทาง เมื่อรถพร้อมก็ควรจะมาทำการบ้านก่อนไปเที่ยวกันบ้าง ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าถึงข้อมูลได้ ลองศึกษาดูว่า จะไปทางไหนอย่างไรบ้างเพื่อป้องกันการหลงทางที่ทำให้เสียน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ เช่นเดียวกับ มองหาสถานที่สำคัญๆ และเบอร์โทรฉุกเฉินพกติดเอาไว้เพื่อเกิดปัญหา ระหว่างทาง 3.เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน การเดินทางไกลนั้นทุกอย่างสามารถเป็นไปได้ และการพกอุปกรณ์ฉุกเฉินเบื้องต้นเอาไว้ก็เป็นเรื่องดีเช่น ไฟฉาย ,ป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสง หรือ จะอุปกรณ์เติมลมพกพา และเครื่องมือประจำรถ ซึ่งช่วยให้คุณมีไว้ใช้ยามต้องการดีกว่าหาไม่ได้ 4.ศึกษาขั้นตอนฉุกเฉิน บางครั้งเราก็ต้องยอมรับว่า เหตุการณ์ฉุกเฉินอาจจะเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถเข้าใจมันได้ เช่น ยางระเบิดควรทำอย่างไร เมื่อกระจกแตกควรทำอย่างไร ลองหาประสบการณ์จากผู้รู้หรือคำชี้แนะไว้ประดับความรู้เล็กๆน้อยๆ ซึ่งช่วยให้สามารถปฏิบัติตัวได้ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย และลดความตื่นตกใจได้ไม่มากก็น้อย 5.อย่ามองข้ามที่วางศีรษะ มีหลายมักคิดว่าที่วางศีรษะที่ติดกับเบาะรถนั้นไม่มีความสำคัญ แต่นั่นนับเป็นเรื่องเข้าใจผิดมหันต์ เพราะเจ้าที่รองศรีษะนี้ ช่วยทั้งทำให้คุณไม่เมื่อยล้าในการขับรถเป็นเวลานานๆ เพราะทำให้กระดูกสันหลังจัดวางไว้ได้อย่างถูกต้อง เช่นเดียวกันกับเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เจ้าหมอนรองคอนี่แหละช่วยลดอาการบาดเจ็บของต้นคอจากอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี 6.เข็มขัดนิรภัยคาดไว้เสมอ เมื่อเดินทางเรื่องที่ควรต้องปฏิบัติอีกอย่างก็ไม่พ้นการคาดเข็มขัดนิรภัย ที่ควรจะทำให้ชินเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะในยามเกิดอุบัติเหตุจะผ่อนหนักเป็นเบาได้มาก และในรถที่มีถุงลมนิรภัย การคาดเข็มขัดจะทำให้การทำงานของถุงลมนิรภัยมีความปลอดภัยมากขึ้นด้วย 7.เตรียมพร้อมร่างกาย เมื่อต้องขับรถทางไกลควรเตรียมร่างกายให้พร้อมต่อการเดินทาง สิ่งสำคัญคือควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก่อนเดินทางไม่ควรพึ่งกาแฟ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง รวมทั้งพึ่งพาแอลกอฮอลล์ ก่อนออกเดินทาง เพราะทำให้อ่อนล้าได้ในระหว่างการเดินทาง เสี่ยงต่อการเกิดพลิกคว่ำ 8.เซทรถก่อนเดินทาง เมื่อจะเดินทางควรเซทรถให้พร้อม ทั้งการจัดแหมะสิ่งของที่บรรทุกไปด้วย จำไว้ว่าสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก ควรอยู่ด้านล่าง เพื่อป้องกันมันกลิ้งมาโดนผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับมันยังช่วยให้น้ำหนักกดทับลงไปบนช่วงล่างเพิ่มขึ้น และอย่าลืมเมื่อบรรทุกน้ำมักมากขึ้น ก็ควรต้องเติมลมยางเพิ่มขึ้นด้วย แต่ให้ตรวจสอบอย่าเกินอัตราที่กำหนดบนยาง 9.หยุดพักบ้างถ้าจำเป็น การหยุดพักนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นในการเดินทาง อย่ามองข้าม เพราะมันมีผลมาก ทั้งความอ่อนล้าต่อคุณและรถ ความจริงแล้ว การหยุดพักควรทำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อยืดเส้นสาย และช่วยยื่นให้คุณไม่เบื่อถนนมากเกินไป แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็พยายามจิบน้ำเปล่าบ่อยๆ ในระหว่างการเดินลาดเลา ช่วยผ่อนคลายความรู้สึกตึงเครียดได้ และลดการกระหายน้ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุการอ่อนล้า เพียง 9 ข้อนี้ การเดินทางในช่วงวันหยุดยาวนี้ก็น่าจะไม่สะดุดขลุกขลักระหว่างทาง ถึงที่หมายอย่างสบายใจ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคงไม่พ้นความไม่ \&#8221;ประมาท\&#8221; ที่อาจะป้นต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ขอให้โชคดีทุกคน |ใกล้จะผ่านพ้นไปเต็มทีแล้วสำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมประเทศไทย ที่หลายพื้นที่นั้นเริ่มดีขึ้นตามลำดับ และแม้ก่อนหน้านี้เราจะพูดถึงการซ่อมรถที่ประสบภัยพิบัติกันไปหลายต่อหลายครั้ง แต่ใครที่ยังรอดก็อย่าวางใจ โดยเฉพาะขาลุยจิตอาสาที่บุกฝ่าน้ำท่วม การขับรถลุยน้ำท่วมนั้นพูดกันตามความจริง ก็ต้องเรียกว่ามีแต่เสียกับเสีย แม้รถของเราจะไม่ตายกลางทางรอดออกมาเล่าเรื่องให้เพื่อนๆ ฟังได้ แต่การลุยน้ำท่วมนั้น โดยเฉพาะฐานะน้ำที่ลึกเกินกว่าครึ่งล้อรถหรือประมาณ 30 เซ็นติเมตร ขึ้นไปนั้น อาจจะส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆได้ ที่แม้จะไม่ใช่เรื่องราวที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์โดยตรง แต่เมื่อพ้นช่วงนี้ไปได้ สิ่งต่อไปนี้คือเรื่องที่คุณควรหาเวลาว่างไปตรวจเช็คกันบ้าง 1.ระบบเบรค ระบบเบรคถือเป็นอะไรที่สำคัญมาก และน้ำท่วมที่เกิดขึ้น น้ำที่มาดั่งเส้นธารให้เราลุยกันสนุกสนานนั้นก็ไม่ได้สะอาดอะไรมากนัก หากแต่ปนเปื้อนไปด้วยเศษขี้ผงต่าง ซึ่งสามารถเข้าไปติดขัดได้ในระบบเบรค อีกประการน้ำอาจจะทำให้ระบบเบรคนั้นเกิดขึ้นความชื้นได้ ทำให้มีประสิทธิภาพลดลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันเบรค ที่อาจเสื่อมคุณภาพได้ เช่นเดียวกับหน้าสัมผัสของชุดผ้าเบรคเองที่เกิดจากขี้ผงต่างๆ จนมุมเป็นรอยบนชุดจานเบรค สำหรับระบบดิสเบรค และในข้างของระบบแบบดรัมเบรคเองก็ต้องตรวจเช็คด้วยแม้จะมีผลกระทบน้อยกว่าก็ตาม 2.ลูกปืนล้อ หลายคนมักลืมไปต่อว่าชุดล้อรถยนต์ในปัจจุบันประกอบด้วยลูกปืนที่ช่วยอำนวยให้สามารถหมุนได้อย่างอิสระ ซึ่งภายในลูกปืนนั้นจะมีจาระบีคอยหล่อลื่นซึ่งอาจจะมลายหายไปกับน้ำ หรือาจจะเสื่อมคุณภาพเมื่อถูกน้ำ ซึ่งจะเป็นต้นตอของอาการลูกปืนดัง และอาจจะนำไปสู่ลูกปืนล้อแตก ซึ่งบางกรณีเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุร้ายแรงได้เช่นกัน 3.อักษะขับและเฟืองท้าย 2 รายการนี้น่าจักทำคู่กัน โดยเฉพาะใครที่ไปลุยแบบน้ำมิดใต้ท้องมานั้นห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด ยิ่งใครที่ก่อนหน้าน้ำท่วม พบว่ามีเสียงดังจากชุดเพลาอยู่แล้วหรืออาจจะไม่เคยดูแลเพลาขับ อาจหมายถึงยางหุ้มเพลาเสื่อมฉีกขาด มีอยู่โอกาสน้ำเข้ามาไปชะจาระบีที่อยู่เวลาในสูงพอตัว เช่นเดียวกันในกรณีกระบะ แม้ชุดเพลาจะเป็นคานแข็ง ซึ่งน้องน้ำอาจจะทำอะไรไม่ได้ แต่กับเฟืองท้ายนั้นอาจจะไม่เป็นแบบนั้น ยิ่งใครที่ฝ่าไปน้ำระดับสูงเฟืองท้ายอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการน้ำเข้ามา ซึ่งมันสามารถเล็ดเข้าไปให้ในท่อหายใจของน้ำมันเฟืองท้าย ดังนั้นมีโฉลกเปลี่ยนถ่ายของเหลวก็น่าจะดีกว่า 4.ระบบปรับอากาศ บางครั้งกลิ่นไม่พึงประสงค์ของน้ำท่วมนี้ติดแน่นทนนานกว่าที่เราคิดพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อเราไปลุยบ่อยๆ ก็คงไม่ต้องแปลกใจที่เราจะพบว่ารถของเรานั้นเหม็นสาปน้ำท่วม โดยมากหลายคนไม่นึกถึงข้อนี้ และแม้รถเราจะไม่ได้จมน้ำ แต่กลิ่นไม่พึงประสงค์นี้ก็ไม่ได้ทำให้รถเราต่างอะไรออกไป ฉะยั้ยเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจน้ำท่วมอย่าลืม ไปหาโอกาสกำจัดกลิ่นในระบบแอร์บ้าง 5.น้ำมันเครื่อง สิ่งสุดท้ายที่เราไม่น่าจะลืมในการตรวจหาสอบรถหลังลุยน้ำท่วมนั้นก็เป็นเรื่องของเครื่องยนต์ ยิ่งใครลุยน้ำสูงและบ่อยครั้ง ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเสียแต่เนิ่นๆ เพราะหากน้ำแอบเล็ดเข้าเครื่องไปยังในส่วนของน้ำมันเครื่องอาจจะสามารถสร้างความเสียหายได้อย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ความจริงแล้วยังมีรายละเอียดปลีกย่อยในส่วนต่างๆมากมายที่หากจะพูดให้หมดคงไม่จบแน่ แต่ที่สำคัญคือควรรีบปฏิบัติตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเสียหายต่อชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งคุณอาจจะไม่มีทางทราบจนวันที่มันตายกลางทาง |เมื่อช่วงหลายวันที่ผ่านมา เราได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสื่อด้วยกันให้ไปช่วยในการกู้รถที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งพี่ท่านจอดไว้ในย่านบางบัวทอง และที่นั่นเป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบภัยชั้นนำ ที่หลายคนยังเฝ้ารอความชัดเจนจากภาครัฐในการเยียวยา แต่ในนาทีนี้ใครช่วยตัวเองก็ทำไปก่อน การเข้าไปกู้รถนั้นเริ่มเป็นแนวคิดของคนมีรถหลายๆคนที่ต้องการจะใช้รถหลังจอดทิ้งกันมายาวนานนับเดือน ที่ความจริงแล้วการเข้าไปปลุกชีพรถของพวกท่านกลับคืนมานั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องรู้จักและการประเมินการที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเนื่อง 1.ประเมินสถานการณ์น้ำ ก่อนที่ท่านจะเข้าไปกู้รถของท่านจำไว้ว่า ควรประเมินภาวะน้ำให้ดี เพราะนี่เป็นเรื่องสำคัญมาก และอาจจะมากกว่าการดูความเสียหายรถของท่านเสียอีก การประเมินสถานการณ์น้ำนั้น จำเป็นต้องดูพื้นที่รอบข้าง ไปตลอดจนเส้นทางที่จะออกมายังพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งควรศึกษาก่อนตัดสินใจ ไปกู้ดีหรือไม่ เพราะบางครั้งพื้นที่ๆอยู่อาจจะปลอดภัยที่สุด 2.อย่าไปมือเปล่า เมื่อคุณตัดสินใจไปกู้รถแล้วอย่าลืมพก เครื่องช่างต่างติดตัวไปด้วยบ้าง เช่นน้ำมันหล่อลื่น พวก Sonax ประแจ ไขควง ต่างๆจัดมาให้ครบเซท เผื่อได้ใช้ตอนกุ้รถ ก้ยังดีหว่าไม่มีติดไป ที่สำคัญคือถ้ามีเพื่อนเป็นช่างก็พกไปด้วย เขาจะได้ช่วยคุณดู และตรวจสอบชิ้นส่วนต่างๆได้ 3.ประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่จริง เมื่อตัดสินใจว่าจะไปกู้แน่นอนแล้ว ก็ได้เวลาลงพื้นที่ ซึ่งระหว่างทางก็ควรศึกษาระดับน้ำไปด้วยว่าสูงมากน้อยเพียงใด และรถของเรานั้นจะสามารถผ่านจุดที่ลำบากไปได้หรือไม่ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการกู้ 4.ประเมินความเสียหาย เมื่อถึงรถของคุณสิ่งที่แรกที่ต้องทำคือประเมินความเสียหายของรถก่อน โดยอาศัยดูจากคราบน้ำที่ทิ้งเอาไว้ โดยมองดูจุดสูงสุดที่ น้องน้ำเราฝากรอยรักเอาไว้ ซึ่งแบ่งเป็นระดับๆต่างๆ ดังนี้ 4.1.รถจมน้ำ ในกรณีรถจมน้ำหมายถึงรถของเราท่วมมิดหลังคา ไปจนกระทั่งเกินครึ่งประตูรถนั้น ถือว่าเป็นความเสียหายที่หนักหน่วงที่สุด ในกรณีนี้คุณไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากหาตัวช่วยอย่างรถสไลด์หรือรถยก มาเอารถคุณออกไปจากพื้นที่ และส่งตรงไปยังอู่ทันที เพราะมีโอกาสที่ระบบเครื่องยนต์จะได้รับความเสียหาย 4.2.เสียหายเล็กน้อย ในการประเมินว่ารถเสียหายเล็กน้อยนั้น เราใช้วิธีการสังเกตระดับคราบน้ำเช่นกัน โดยฐานะน้ำสูงสุดนั้น ไม่ควรพ้นขอบประตูด้านล่าง หรือเต็มที่คือไม่เกิน 3 ใน 4 ของประตูบน ซึ่งระดับดังกล่าวนั้น เป็นดับที่เครื่องยนต์จะไม่ได้รับความสิ้นอายุขัยหาย แต่จะมีน้ำไหลเข้าไปในท่อบ้าง เช่นเดียวกับกบิลเบรคที่อาจจะมีการติดขัด เนื่องจากแช่น้ำเป็นระยะเวลานาน 5.ได้เวลากู้รถ เมื่อคุณทราบความเสียหายแล้วก็ได้เวลาที่เราจะกู้รถยนต์กันเสียที การกู้รถนั้นในขั้นตอนนี้ผมจะขอข้ามในหมวดรถที่จมน้ำจาก เพราะ รถกลุ่มนั้นจะต้องเป็นเรื่องของการยกไปสู่อู่จัดการเป้นขั้นตอน ตามที่ผมเคยได้พูดไปในเรื่อง ดูแลรถหลังน้ำท่วม ที่สามารถกดอ่านได้ที่นี่ แต่สิ่งที่ผมจะพูดต่อไป คือการกู้ความเสียหายส่วนน้อยที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง 5.1 เปิดประตูดูภายในรถ เมื่อตรวจหาเช็คภายนอกกันเสร็จแล้ว ก่อนจะกู้รถ คุณก็ต้องตรวจสอบภายใน ดูว่ามีน้ำซึมเข้ามาบ้างหรือไม่ และมาก-น้อยเพียงใด ถ้าไม่ก็แล้วไป จากนั้น ตรวจสอบระบบปรับอากาศ รวมถึง เปิดประตูทั้ง 4 บาน หาความเป็นไปได้ที่อาจจะมีเพื่อนร่วมทาง เช่นหนู หรือ งู ที่อาจจะมากับน้ำได้ 5.2 เปิดฝากระโปรง เมื่อตรวจสอบภายในรถเสร็จ ก็เปิด ประตูทิ้งไว้ก่อนเพื่อระบายอากาศ และกลิ่น ต่อมาที่การเช็คอัพในห้องเครื่องยนต์ โดยดูระดับน้ำสูงสุดเช่นกัน โดยดูจากคราบสนิมขาวที่อาจจะเกิดขึ้น หรือคราบสนิม ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นระดับน้ำสูงสุด แล้วอย่าลืมชักที่วัดน้ำมันเครื่องดูว่า น้ำมันเครื่องมีลักษณะเป็นโคลนหรือไม่ ถ้าเป็น อย่าสตาร์ทเครื่อง แสดงว่ามีน้ำเข้าเครื่องยนต์ 5.3 ได้เวลาลุ้น ถ้าตรวจเช็คเครื่องยนต์เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาสตาร์ทเครื่องยนต์ เมื่อสตาร์ทติดแล้วให้ดูอาการของเครื่องยนต์ฟังเสียงว่ามีความปิดปกติหรือไม่ ถ้าไม่มีให้เดินเบาทิ้งเอาไว้ก่อน และคอยตรวจสอบ บางครั้ง เครื่องยนต์อาจจะมีบ้างที่เดินกระพือแต่ก็ไม่ต้องตกใจไป ถ้าดับให้สตาร์ทใหม่ พร้อมตรวจท่อไอเสียด้วยว่า มีน้ำไหลออกมามากน้อยเพียงใด และหลังจากเดินเบาสักระยะ 3-5 นาที ลองเร่งดูบ้างตามความเหมาะสม แต่ไม่ต้องเร่งเยอะมาก สัก 2000- 3000 รอบ ก็พอ 5.4 ลองเลื่อนรถ ถ้าเครื่องยนต์ดูแล้วปกติ ก็ได้เวลาลองเลื่อนรถดูว่า รถคุณมีความผิดปกติ ด้านการขับขี่หรือไม่ โดยมาก เราพบว่า รถส่วนใหญ่อาจจะพบปัญหาเบรกติด โดยเฉพาะรถที่เป็นระบบดรัมเบรก ลองขยับดูก่อนสัก 2-3 ที อาจจะดีขึ้น ทั้งนี้การกู้รถที่เสียหายเล็กน้อยนั้นควรทำโดยไว เพราะ รถที่จอดทิ้งไว้นานหลังน้ำลดเสี่ยงต่อการเกิดสนิมและความเสียหายต่อชิ้นส่วนต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการแช่น้ำเป็นระยะเวลานาน และ อย่าลืม เมื่อน้ำลดแล้ว ควรรีบทำการตรวจสอบสมรรถนะของภาพ เจีดเวลาไปหาช่างบ้าง อย่างใช้อย่างเดียว |กลายเป็นเวรกรรมที่ไม่จบไม่สิ้นสำหรับคนมีรถที่นอกจากจะต้องนำรถหนีน้ำท่วม ตามที่เราได้เคยคุยกันไปหลายต่อหลายครั้ง แล้ว แต่เคราะซ้ำกรรมซัดก็ยังไม่วายตามมาหลอกหลอนโดยเฉพาะคอกระบะ ที่ถือโอกาสทดสอบรถดำน้ำท่ามกลางน้ำท่วมที่เกิดขึ้น และมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หลายมางะจังงัง เมื่อพบว่าป้ายทะเบียนหายไป..!!! \&#8221;แฟชั่นป้ายหลุด\&#8221; นี้เป็นการในทุกพื้นที่หย่อมหญ้าของที่ใดก็ตามที่มีน้ำท่วมและมันก็ไม่น่าแปลกใจนักที่ป้ายทะเบียนจะอำลารถคุณ โดยเฉพาะลุยจอมโหดที่ชอบขับรถแรงๆ ไม่เว้นกระทั่งตัวผมเองที่เผลอแปปเดียวก็ตามเทรนด์เขาไปอีกคน 55 แต่วันนี้ไม่ต้องกังวล เพราะป้ายหายไม่ใช่เรื่องใหญ่โตนัก และง่ายๆ สามารถทำได้ไม่ต้องกังวลจิตใจไปออกตามหาให้ยากเย็น 1.มองป้ายหาย ไม่ว่ายามใดที่คุณพบว่าป้ายทะเบียนหายไปนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือพยายามมองหาดูก่อน ว่าเราหามันเจอไหม บางครั้งเราอาจจะโชคดีเจอคนใจดีเก็บไว้ให้แต่ก็ไม่บ่อยนัก เอาเป็นว่าถ้าไป-มากลับทางเดิม ก็ลองมองๆดูหน่อยอาจจะได้ไม่เสียเงินกัน 2.หายจริง สน.โลด เมื่อพบว่าไม่สามารถหาป้ายทะเบียนรถยนต์เจอนั้นสิ่งที่ต้องทำก็คือ การบอกกล่าวเรื่องกับทางการหรือเจ้าหน้าที่ และเราหมายถึงตำรวจ อย่ารีรอในการที่จะแวะเวียนไปสน.ใกล้เคียง หรือจุดรับแจ้งเอกสารหายต่างๆ โดยคุณจำเป็นต้องพกบัตรประชาชน พร้อมกับให้รายละเอียดวัน-เวลา สถานที่ ให้ถูกต้อง และอย่าลืม กท.รถของคุณ ว่าตัวอักษรและหมายเลขอะไรที่ถูกต้อง ที่เหลือเจ้ากิจการงานรับทราบและคุณชำระค่าแจ้งความ 20 บาท เท่านั้น 3. ได้เวลาทำป้าย ตามกฏหมายจากนั้นเมื่อป้ายหาย เจ้าของรถมีหน้าที่ในการขอทะเบียนใหม่ในระยะเวลาไม่เกิน 15 วัน นับตังแต่แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เราต้องยอมรับว่า ด้วยกระบวนการที่ซับซ้อนนั้น อาจจะทำยื่นให้ล่าช้า ดังนั้นในเบื้องต้นให้คุณถ่ายสำเนาใบแจ้งความแล้วพกติดรถไว้เผื่อพี่ตำรวจถามหา จะได้มีหลักฐานยืนยัน ในระหว่างนั้นให้เราไปติดต่อตามขั้นตอนโดยแยกเป็นกรณีดังนี้ 1.รถติดไฟแนนซ์ ถ้ารถคุณยังติดไฟแนนซนั้น ทุกอย่างจะ So Easy สำหรับเพื่อนๆ เพราะ เจ้าของรถที่แท้จริงคือไฟแนนซ์ เราทั้งหลายนั้นถือเป็นผู้หุ้มครอง ถ้าไม่เชื่อก็เปิดดูในสำเนาทะเบียนรถได้ ครับ เรื่อง่ายๆ เช่นเราก็แค่ติดต่อไปทางการเงิน แล้วแจ้งว่าป้ายรถหาย ให้ดำเนินการขอใหม่ให้เรา ซึ่งตามปกติแล้วการขอป้ายใหม่นั้นจะมีค่าแบบแผนของป้าย ฉบับละ 100 บาท และมีค่าอากรแสตมป์ 5 บาท ที่เหลือก็เป็นค่าดำเนินการของไฟแนนซ์ ซึ่งโดยมากจะไม่เกิน 1000 บาท แล้วแต่บริษัท 2.รถไม่ติดไฟแนนซ์ ในกรณีรถคุณปลดหนี้มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็วางใจได้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับสามารถดำเนืนการได้ด้วยตนเองตามสำนักงานขนส่งจังหวัด ซึ่งรถของคุณนั้นใช้หมายเลขป้ายทะเบียนอยู่ ซึ่งถ้าเป็นเขตกรุงเทพฯ ก็ไปได้ที่ที่ทำการงานขนส่งพื้นที่ 1-5 แล้วแต่ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น แต่ถ้ารถคุณอยู่ตจว.ก็ต้องออกทริปเดินลาดเลาไปขอ กัน เพราะระบบออนไลน์จะใช้ได้ในกรณีต่อภาษีเท่านั้น ****ในกรณีไปทำเองนั้นให้เตรียมเอกสารต่อไปนี้ไปด้วย คือ 1.สำเนาเบัตรประชาชน (เจ้าของรถ) + ผู้รับมอบอำนาจ(ถ้ามี) 2.สำเนาทะเบียนบ้าน (เจ้าของรถ) 3.สมุดทะเบียนประจำรถ (ตัวจริง) 4.ใบมอบอำนาจ (กรณีรับมอบอำนาจ) ส่วนค่าธรรมเนียมนั้นเท่ากับเบื้องต้นคือ ฉบับละ 100 บาท และค่าอากร 5 บาท ซึ่งกรณีใครอยากไปผจญขนส่งด้วยตัวเอง ก็ต้องทำเรื่องกับทางไฟแนนซ์ โดยต้องมีค่ามัดจำเล่มออกมา 3000-5000 บาท แล้วแต่ไฟแนนซ์ ที่เหลือก็เพียงแต่รอป้าย โดยมากจะไม่นานนัก แล้วแต่กระนั้นจำนวนคนที่มาทำ ซึ่งหลายคนมักกังวลว่าป้ายหาจะยุ่งยาก แต่ความจริงง่ายกว่าที่คิดเสียอีก ***4.อย่าทำป้ายปลอม มีคนจำนวนไม่น้อยมักจักหาทางเลี่ยงโดยการทำป้ายปลอมเพื่อใช้งาน ซึ่งเข้าข่ายปลอมแปลงเอกสารราชการ มีโทษค่อนข้างรุนแรงทั้งปรับตั้งแต่ 1000-10000 บาท และจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน &#8211; 5 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ยังไงก็คิดให้ดีก่อน หรือใครเก็บป้ายได้นำไปสวมก็ผิดตามข้อนี้เช่นกัน 5.ป้ายกราฟฟิกทำยังไง ใครที่มีเลขทะเบียนสวยๆนั้นก็ไม่ยุ่งยากทุกอย่างยังเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป เพียงแต่คุณต้องเสียค่าป้ายเพิ่มจะฉบับละ 100 บาท เป็นครั้งละ 1200 บาท แต่มาเป็นแพ็คเกจคู่ 2 แผ่น อย่างช่วยไม่ได้ ดังนั้น ก็ไม่ต้องกังวลใจไป ทั้งนี้ นี่คือขั้นตอนการปฏิบัติตนเมื่อป้ายทะเบียนหาย รู้ไว้ใช่ว่า ใครที่หายแล้วก็รีบจัดการด่วนก่อนพี่หัวปิงปองจะถามหา เพราะ ป้ายหายอนุโลมได้แต่ไม่เกิน 15 วันนะ ตัวเอง ..(ยึดตามกการแจ้งความครั้งแรกครับพี่น้อง)|ช่วงนี้เรารู้ว่ามากคนประสบภัยพิบัติน้ำท่วมที่ทำให้เราหลายคนคิดอยากจจะปกป้องทรัพย์สินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงและหนึ่งในนั้นก็คงไม่พ้นรถยนต์ จนกลายเป็นมหกรรมหนีน้ำระดับชาติ ที่แม้แต่ฝรั่งยังร้อวโอ้แม่เจ้ากันเลยทีเดียว การจอดรถหนีน้ำท่วมนั้นถือเป็นทางออกที่ดีอย่างหนุ่งในการปกป้องยานยนต์สุดที่รักไม่ยื่นให้ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ที่แม้ประกันชั้น 1 จะจ่ายให้เพื่อซ่อมแซม แต่โดยมากเราก็จะได้รับคำแนะนำให้นำรถออกจากจุดเสี่ยงแต่เนิ่นๆ และที่สูงคือพื้นที่หมายปองของเราหลายๆ จนทำให้ตะพานข้ามแยกต่างๆหรือแม้แต่ทางด่วนกลายเป็นที่จอดรถขนาดใหญ่ โดยที่หลายคนไม่สนใจว่าจะทำความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้ทางท่านอื่นหรือกวนการจราจรใช่ไหมก็|หรือไม่ก็}ไม่นอกจากตัวเอง พฤติกรรมที่เรากำลังพูดถึงนี้จักบอกว่าเห็นแก่ตัวก็คงไม่ใช่ เพราะส่วนหนึ่งคงไม่มีใครอยากนำรถมาทิ้งไว้ถ้าไม่มีความจำเป็นจริงๆ แต่ถ้าวันนี้คุณเป็นคนหนึ่งที่ไปจอดรถหนีน้ำท่วมตามที่สาธารณะต่างๆ นี่เป็นคำแนะนำจากเรา ที่อยากให้ปฏิบัติ ที่จะทำยื่นให้ทรัพย์สินปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 1.อย่าจอดทางโค้ง เมื่อเร็วๆนี้มีข่าวที่อาจจะไม่ได้ออกหน้าหนังสือพิมพ์หรือสื่อต่างๆ แต่ มันก็เป็นเหตุหารณ์หนึ่งสุดสลด เมื่อรถมอเตอร์ไซค์เสยรถที่หยุดรถหนีน้ำท่วมบนตะพานแห่งหนึ่ง ไม่แน่ใจว่า ที่ไหน แต่ที่มั่นใจ คือคนขับมอเตอร์ไวค์เสียชีวิตคาที่ ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเกิดขึ้น เมื่อคุณกำลังเดือดร้อน แต่มาทำให้คนอื่นเดือดร้อนเที่ยวไปเคลื่อนที่|เจียร|จากไป}ด้วย ทางที่ดีหากเป็นไปได้ให้งดเว้นการจอดรถในทางโค้ง ซึ่งเป็นจุดอับในการขับขี่ 2.จอดรถในจุดที่มี ภาสสว่างพอ เราหลายคนอาจจะแตกตื่นโกลาหลกับน้ำท่วม แต่หากคุณต้องอพยพรถสุดที่รักการเลือกที่จอดนั้นก็สำคัญอย่าสับแต่ว่าหนีเอาตัวรอด มองหาแสงสว่างจากไฟถนนสักกระจิดริด จะช่วยให้รถคณปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ จากเพื่อนร่วมทางในยามค่ำคืน 3. หลีกเลี่ยงการจอดซ้อนคัน เรารู้ว่าทุกคนเดือดร้อนและปฏิเสธไม่ได้ในเรื่องดังกล่าว ทว่าเมื่อคุณจอดรถหนีน้ำพยายามหลีกเลี่ยงการจอดซ้อนคันบนทาง ซึ่งทำยื่นให้สูญเสียช่องทางการจราจร ซึ่งผุ้ใช้ทางต้องมาชะลอความเร็วแล้ว ที่สำคัญรถข้างในเขาก็ออกไม่ได้ และมันเป็นที่มาของรอยไม่พึงประสงค์ ดังนั้น ทางที่ดีหากต้องจอดซ้อนคันจริง ปลดเกียร์ว่าง และ ควรหากระดาษรายละเอียดเกี่ยวกับตัวคุณมาติด โดยเฉพาะเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ทั้งนี้เราเองก็ไม่แนะนำให้เพื่อไร้ระเบียบวินัยไปจอดรถอย่างสุรุ่ยสุร่ายตามสะพานหรือทางสาธารณะต่างๆ เหมือนที่มีภาพได้เห็นๆกันมา แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยก็ให้ทำอย่างมีสติและรีบกลับมาย้ายรถของท่านไปยังที่อื่นที่ปลอดภัยมากกว่าทางสาธารณะ |อ่วมไปตามกันเลยทีเดียวสำหรับ วิกฤตการณ์น้ำท่วมระดับชาติครั้งใหญ่ในรอบหลายปี จนบางคนนั้นบอกว่า นี่เป็น \&#8221;มหาภัยสึนามิน้ำจืด\&#8221; ที่ทำให้หลายคนนั้นต้องตกอยู่ภายใต้ภัยพิบัติอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่หวั่นอันตรายในการเข้าไปช่วยพื้นที่ประสบภัย เมื่อก่อนหน้านี้ เราเคยพูดถึงการขับรถลุยน้ำท่วมไปแล้วกับข้อปฏิบัติที่ควรจะทำเมื่อคุณต้องลุยเส้นทางน้ำท่วม แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังมีหลายคนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจในการขับรถลุยน้ำ แต่เอาเป็นว่าถ้าคุณกำลังต้องผ่านทางลุยน้ำท่วมระดับสูง สิ่งเหล่านี้คือข้อห้ามระหว่างขับขี่ในน้ำท่วม 1.ห้ามขับรถเร็ว เส้นทางน้ำท่วมนั้นนับเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่ท้าทายอย่างมากสำหรับนักขับ และสิ่งที่สำคัญเมื่อคุณใช้เส้นทางที่เต้มไปด้วยน้ำนั้นคือห้ามขับรถเร็ว เหตุผลที่เราไม่แนะนำให่คุณขับรถเร็วนั้น ก็เพราะ 1.น้ำอาจจะกระเด็นใส่คนอื่นๆ หรือ เพื่อนคลุกคลีทาง ซึ่งคุณอาจจะโดนสาบแช่งตามหลังได้ และ 2.เพื่อป้องกันพลิกคว่ำ เนื่องจากน้ำท่วมนั้น อาจทำให้การเบรกให้หยุดนั้นมีประสิทธิภาพลดลง เช่นเดียวกับระยะเบรค ที่เกิดจากการสัมผัสผิวถนนนั้นทำได้ยากขึ้น ทำให้ลื่นยิ่งขึ้น 2.อย่าเร่งเครื่องแรง ในการลุยพื้นทีน้ำท่วมนั้น ตามปกติของการลุยอุปสรรคทั้งหลายนั้น เรามักจะใช้กำลังเครื่องเดินเบามากกว่าใช้การเร่งเครื่องเพื่อผ่านอุปสรรค ซึ่งการเดินเบานี้เราเรียกว่า Walking Speed ซึ่งตามหลักการทำงานของเครื่องยนต์แล้ว ยิ่งเราเร่งเครื่องมาก เครื่องยนต์ก็จะยิ่งต้องการอากาศมากเพื่อไปใช้ผสมกับอัตราการจ่ายน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และถ้าคุณลุยน้ำในระดับสูง แล้วเร่งเครื่องรอบสูงผลก็คือ เครื่องยนต์อาจจะดูดน้ำเข้าไป และท้ายที่สุดเครื่องยนต์อาจจะดับได้ 3.พยายามอย่าใช้เบรก เบรกรถนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญในการเดินทางและในพื้นที่น้ำท่วมนั้นพยายามลดการใช้เบรค แต่ให้ใช้แรงเฉื่อยของเครื่องยนต์ในการหยุดรถหรือชะลอเรื่องเร็ว ยิ่งเมื่อรวมกับมวลของน้ำแล้วนั้น เราก็จะพบว่า การลดความเร็วในพื้นที่น้ำท่วมนั้นสามารถทำได้ง่าย แม้ไม่ใช้เบรค ที่สำคัญอย่าวิ่งติดกับคันหน้า ควรเว้นระยะห่างสัก2 ช่วงคัน รถ เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะ ในกรณีที่คันหน้าอาจจะเสีย เราจะได้ไม่ติดท่ามกลางสายน้ำ 4.พยายามอย่าใช้คลัทช์ คลัทช์นั้นเป้นตัวตัดต่อกำลังเคร่องยนต์ และ แม้คลัทช์จะเป็นอุปกรณ์ภายในที่อยู่ระหว่างท้ายเครื่องยนต์และชุดเกียร์ แต่ก ใครที่ขับรถเกียร์ธรรมดาในน้ำท่วมแล้วคิดจะต้องย้ำคลัทช์เพื่อให้ให้รถดับนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เนื่องจากทุกครั้งที่ย้ำคลัทช์ เครื่องจะเร่งแรงเพิ่มขึ้นทำให้ เครื่องอาจจะดูดน้ำเข้าไปได้ และอีกประการคือ น้ำมีแรงดันซึ่งอยู่ที่ล้อ ยิ่งน้ำลึก ยิ่งทำให้ยากต่อการหมุน ซึ่งหมายถึงคลัทช์จะต้องรับแรงในการเชื่อมต่อมากขึ้นจากเดิม ซึ่งผลคือสามารถทำให้คลัทช์รถนั้นไหม้ได้ ดังนั้นทางที่ดีเปลี่ยนเกียร์ที่เหมาะสมก่อนลงน้ำ ครับ 5.อย่าสร้างคลื่นน้ำ คลื่นน้ำคือตัวอันตรายที่สำคัญที่สุดในการทำให้รถนั้นสามารถดับกลางอากาศได้ระหว่างลุยน้ำท่วม และนับเป็นเรื่องสำคัญมากๆ การที่เราวิ่งรถในพื้นที่น้ำท่วมนั้น เราไม่ปฏิเสธว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการทำให้ไม่เกิดคลื่นไม่ได้ แต่เราสามารถรถผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่ากับรถตัวเอง หรือรถคันอื่นๆก็ตาม และทางที่ดี เมื่อพบว่ามีรถสวน ก็ให้ลดความเร็วลง ถ้าเห็นว่ารถคันที่สวนมามาเร็ว ลิฟไฟส่งสัญญาณสักนิด ก็ดีใช่น้อย แต่หาก รถอีกคันมาแรงคืล่นมาสูงมาก ให้เราเร่งความเร็วเพิ่ม เพื่อทำให้เกิดคลื่นปะทะ ก่อนที่หน้ารถเราจะผ่านคลื่นน้ำนั้น อย่าเหวี่ยงรถหนี เพราะ คลื่นสามารถดันรถยนต์ อาจทำให้คว่ำได้โดยเฉพาะรถยกสูง 6.อย่าเหวี่ยงรถกะทันหัน หลายครั้งที่เราขับรถในพื้นที่น้ำท่วมนั้น เราไม่ปฏิเสธว่า อาจจะมีเซอร์ไพร์ส กับหลุมที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของน้ำ แต่ถ้าคุณเห็นในระยะกระชั้นชิดแล้วเตรียมที่จะหักหลบหนี อย่าทำโดยเด็ดขาด เพราะพื้นถนนมีแรงยึดเกาะต่ำ ยิ่งถ้าคุณมาเร็วมาก อาจจะเป็นต้นเหตุทำให้รถคว่ำเอาได้ง่ายๆ ทั้ง 6 ข้อนี้เป็นคำแนะนำจากเราที่อยากให้ปฏิบัติ เมื่อขับรถลุยพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการขับรถลุยน้ำท่วมนั้น คือการเชื่อมั่นในรถ และเชื่อมั่นในตัวเอง อย่าหวั่นวิตกกับอุปสรรคบนเส้นทางข้างหน้าครับ } ทวีคูณจอสัมผัสมาให้ได้ใช้งานกันระบิลลงตัว แลับ้างทันสมัยสั่งง่ายด้วยการเปล่งเสียง \&#8221;เครื่องเสียงติดรถยนต์\&#8221; ในปัจจุบัน กลายเป็นของแถมที่มาอย่างครบครันกับตัวรถ แต่แม้มันจะเป็นเรื่องที่ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าแต่งเครื่องเสียงเพิ่มเติม แต่การฟังเครื่องเสียนงในรถนั้น ก้มีน้อยคนนักที่จะคิดว่ามันอันตราย เรื่องจริงที่แฝงอยู่กับสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้สมัยนี้ใครก็ฟังวิทยุในรถทั้ง แม้ \&#8221;เครื่องเสียง\&#8221; จะเป็นสิ่งที่ให้ความเพลิดเพลิน เพื่อแก้เหงาสำหรับใครที่ชิบสันโดดในการขับรถ ทั่วยังให้การรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ แต่ในผลดีทีมีอย่างมากมาย ถ้าใช้เกินความจำเป็นก็อาจจะเป็นผลร้ายก็ได้ ตามปกติแล้วในขณะที่รถยนต์วิ่งนั้นย่อมจะมีเสียงรบกวนจากภายนอกอยู้ว ทั้งจากเครื่องยนต์ก็ดี หรือเสียงยางที่สัมผัสกับพื้นถนน ตลอดจน เสียงเศษดินกรวดต่างๆที่มาจากธรรมดา ทว่าเสียงที่น้อยนิดเหล่านี้กลับเป้นอุปสรรคต่อความบันเทิงในห้องโดยสาร วึ่งการเอาชนะเสียงเหล่านี้ได้ คุณจะต้องเร่งความเข้มของเสียงหรือ หมุน Volume ให้ดังมากขึ้นเพื่อกลบเสียงที่เกิดขึ้นจากภายนอก การ้ร่งเสียงที่เพิ่มขึ้นเพื่อกลบเสียงภายนอกนี่แหละที่เป้นบ่อเกิดของปัญหา เพราะเมื่อเกิดสิงในสภาวะฉุกเฉินการเปิดเครื่องเสียงให้มีเสียงดังกว่าปกติหนีบเป็นอันตรายอย่างยิ่งยวดต่อการแก้ไขสถานการณ์ เช่นการได้ยินเสียงแตรจากเพื่อนร่วมทาง ไปจนถึงเสียงของความผิดปกติต่างๆของระบบต่างๆของรถ ซึ่งจะส่งผลตรงต่อการแก้ไขสถานการณ์ระหว่างรอดอย่างหวุดหวิด หรือเจอจังๆก็ได้ ทั้งนี้จากการวิจัยของ Populus ในเกาะอังกฤษที่มีผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 2000 คน เมื่อ ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ยังให้ผลการค้นพบที่น่าสนใจ โดยระบุว่า ขาร๊อคหลังพวงมาลัยมักจะมีพฤติกรรมขับขี่ที่เร้าร้อนหลังได้ ฟัง ในขณะที่คนขับที่ฟังเพลงคลาสสิคและเพลงป๊อป ขณะขับขี่จะช่วยให้ผ่อนคลาย เช่นเดียวกันกับเพลงแจ๊ส ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ระบุว่า เสียงของรถยนต์ที่สามารถใช้งานบนถนนปัจจุบัน ต้องมีระดับเสียงที่ต่ำกว่า 100 เดซิเบลเอ ในระยะ 0.5 เมตร ซึ่งหมายความว่าหากต้องการกลบเสียงรถยนต์ที่เราวิ่งอยู่นั้นอาจจะต้องเร่งเสียงวิทยุมากถึง 100 เดซิเบลเลยทีเดียว ตามปกติ แล้วเสียงที่เราได้ยินและเริ่มเป็นอันตรายต่อโสตประสาททางด้านการได้ยิน ของหูนั้นจะมีระดับอยู่ที่ 85-90 เดซิเบล และถ้าเสียงที่ได้ยินมากกว่า 140 เดซิเบล ก็อาจจะเสี่ยงหูดับถาวร ซึ่งคิดง่ายๆว่าการที่เราเร่งเสียงที่ต้องเอาชนะเสียงรถที่มีอย่างมากที่สุด 100 เดซิเบล และการเอาชนะได้นั้นต้องมีการเพิ่มความเข้มของเสียงขั้นต่ำอีก 20 เดซิเบล นั่นหมายถึง คุณต้องใช้เสียงมากที่สุดถึง 120 เดซิเบลในรถธรรมดาทั่วไปในการฟังเพลงให้สะใจวัยโจ๋ เสียงที่ดังเกินขนาดย่อมไม่ส่งผลดีทั้งต่อความปลอดภัยของผู้อื่นบนถนน เช่นเดียวกับสุขภาพหุของผู้ขับขี่ แต่ในขณะที่เราอาจจะเลี่ยงไม่ได้ในการผ่อนคลายขณะขับขี่ด้วยเสียงเพลง ขับรถเย็นนี้ลองลดเสียงลงสักนิดว่าเพื่อหูที่ได้ยินต่อไปอีกยาวนาน| ทุกวันนี้ในสังคมเมืองที่มีความวุ่นวายมากมายหลายแบบแล้วนอกจากโจรขโมยรถ ทุบกระจกฉกทรัพย์สิน แล้ว เรื่องความกวนเมืองของเหล่าวัยรุ่นมือบอนดูเป็นอีกเรื่องที่มาแรงแม้จะไม่มีกระแสข่าวออกมาอย่างชัดเจน แต่ก็อาจจะพาคุณปวดเศียรเวียนเกล้าได้ เมื่อเห็นสภาพรถที่เครอะเปรอะเปื้อน บางทีอาจแถมคำหยาบต่างๆมาเป็นของฝากด้วย ความจริงปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ถ้าคุณรู้วิธีแก้ไข และแม้มันน่าจะจับคนพ่นมาตีมือ แต่วันนี้ถ้าคุณบังเอิญเกิดโชคร้ายเจอสีสเปรย์ประทับที่รถ หรือเจอพวกเม็ดสีที่ลอยมากับลมของเพื่อนบ้านงานช่าง วันนี้เราก็มีวิธีขจัดสีสเปรย์ให้รถคุณที่เละเทะกลับมาเงางามมากฝากกัน 1.ยาขัด &#8230; ในขั้นแรกของทุกอย่างนั้นไม่ว่างานเล็กงานใหญ่จำไว้ว่า Rubbish Compound หรือที่ช่างทั้งมากเรียกว่า \&#8221;ยาขัด\&#8221; นั้นสามารถใช้ได้ผลเสมอ ยาขัดนั้นแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ยาขัดละเอียด ซึ่งเราจะรู้จักจากแบรนด์ชั้นนำตามร้านเครื่องมือช่าง คือ Cana และ ยาขัดหยาบ ซึ่งมักจะมีเนื้อครีมเหนียวกว่าทำให้สามารถขจัดคราบต่างๆบนผิวแล็คเกอร์ได้ดีกว่า รวมถึงสีเปรย์ของเหล่านักพ่นมือบอนด้วย ยิ่งได้ใช้เครื่องขัดมียิ่งขจัดง่ายไม่เหนื่อยแรง 2.น้ำยาทำความสะอาดเบรก หลายคนอาจจะสงสัยว่าน้ำยาทำความสะอาดเบรกมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องราวของสีรถยนต์ด้วย แต่ทราบไหมครับผมว่า น้ำยาทำความสะอาดเบรกนั้น เป็นน้ำยาทำละลายเพื่อใช้ทำความสะอาดประเภทหนึ่ง ที่เน้นในการขจัดคราบน้ำมันและจาระบี ซึ่งสีสเปรย์ก็มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับที่กล่าวมาสามารถใช้ได้อย่างแน่นอน 3.Acetone ใครที่ปวดหัวไม่หายกับสีสเปรย์แม้จะลอง 2 ข้อที่ผ่านมาแล้วนั้น หากสีสเปรย์เกาะแน่นทนทานต้องลองอะซิโทน ซึ่งสามารถหาซื้อได้จากร้านเครื่องมือช่างเช่นกัน อะซิโทนนั้นเป็นสารทำละลายที่ใช้ทำความสะอาดพื้นผิวชนิดหนึ่งที่เป็นสารละลายอินทรีย์ สามารถใช้ทำความสะอาดบนพื้นผิวได้ แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ห้ามนำอะซินโทนราดบนพื้นผิวโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้สีด้านได้ ให้ใช้วิธีชุบแล้วเช็ด เรื่อยๆจนกว่าสีจะออก 4.น้ำมันเบนซิน .. หากคุณเจองานใหญ่ชนิดว่าเล่นซะรถแทบจะเปลี่ยนสีทั้งคันนั้น งานนี้มันต้องเจอน้ำมันเบนซินกันบ้าง น้ำมันเบนซินนั้นไม่ได้มีดีแค่เติมใส่รถให้วิ่งได้ แต่มันยังมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนอีกด้วย การใช้น้ำมันเบนซินนั้นต้องทำด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะพวกฟืนไฟทั้งหลาย และการใช้เบนซินนั้นกัดชั้นแลคเกอร์อย่างแน่นอน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการขจัดสีสเปรย์ อย่างไรก็ดีเมื่อคุณขจัดสีสเปรย์ได้แล้วอาจจะพบว่า สีรถดูไม่เงางามเหมือนเดิม ก็ไม่ต้องกังวลใจให้นำยาขัดละเอียดหรือ Cana มาเก็บงานอีกทีหนึ่ง จากนั้นลงเงาหรือ WAX เคลือบผิวเล็คเกอร์เหมือนเดิม แล้วล้างรถตามปกติ และถ้าเป็นไปได้ ให้หาน้ำยาขัดประเภทผสมน้ำมาเช็ดรอบคัน เพียงเท่านี้รับรองต่อว่ารถกลับมาแจ่มเหมือนเดิมอย่างแน่นอน ด้วยวิธีง่ายๆ และความรู้เรื่องช่างนิดๆหน่อย เห็นไหมครับว่า การขจัดสีสเปร์ยก็สามารถทำได้เองโดยไม่ต้องง้ออู่ไม่ต้องไปเสียเงินอะไรมากมาย ส่วนใครที่เคยได้ยินว่าทินเนอร์นั้นสามารถช่วยได้นั้นก็เป็นเรื่องจริง แต่ถ้าใช้โดยไม่ชำนาญแล้วอาจจะทำให้สีปูดบวมได้ในภายหลังครับ&#8230;ไม่แนะนำ| ทุกวันนี้ด้วยความที่คนมากขึ้นบนถนนที่การจราจรวุ่นวาย จึงไม่แปลกที่เราจะพบเห็นเรื่องแปลกๆ บนท้องถนน แต่เหล่าคำกล่าวที่ว่าแปลกนี้บางครั้งก็อันตราย เพราะหลายครั้งความสะเพร่านี่เองที่ทำให้เป็นต้นตออุบัติเหตุที่ทำให้เกิดความเดือดร้อน ทั้งต่อตนเองและเพื่อนร่วมทาง หลากเรื่องอันตรายที่เกิดขึ้นบนถนนนั้นบางครั้งก็ต้องยอมรับว่ามาด้วยเหตุจากที่เราไม่สังเกต และเมื่อความไม่รู้บวกกับความสะเพร่า บางครั้งก็ทำเอาคนอื่นหวาดเสียว ที่วันนี้เรามี 4 เรื่องที่ขอมาตอกย้ำเพื่อนๆ ที่ใช้รถกันว่า อะไรบ้างที่ห้ามลืมก่อนการออกรถ 1.ประตูต่างๆ นี่เป็นเรื่องที่เราเจอสดๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านกับรถที่ประตูปิดไม่สนิท ซึ่งความจริงแล้วดูเหมือนว่าจะไม่อันตราย ทว่าในต่างประเทศก็เคยมีอุบติเหตุร้ายแรงมาแล้วจากความสะเพร่าในเรื่องของการปิดประตูไม่สนิท การปิดประตูไม่สนิทนั้นฟังดูอาจจะไม่อันตรายแต่ เมื่อประตูไม่ได้ถูกลงล็อกอย่างถูกต้อง โอกาสที่มันจะเปิดออกเองได้ก็มีมาก และเรื่องนี้สามารถป้องกันได้ เพียงสังเกตจากจากเสียงรบกวนที่เข้ามาสู่ห้องโดยสาร และปัจจุบันรถหลายรุ่นมีตัว door indicator ที่ช่วยบอกว่าประตูปิดครบทุกบานหรือไม่ 2.ฝากระโปรงท้าย อันนี้เจอบ่อยเหมือนกันแต่ไม่อันตรายเท่าประตู ทว่าถ้าคุณไม่อยากไปถึงที่แล้วพบว่า OMG!!! ของที่นำมาวางไว้ที่ฝาท้ายหายไป ก็ควรต้องเช็คให้ดี อันตรายของการปิดฝาท้ายไม่สนิทนั้นไม่เคยได้ยินข่าวแต่ เอาเป็นว่าตรวจให้ดีละกันถ้าไม่อยากเสียทรัพย์ 3.ยางรถยนต์ ยางก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญที่ควรตรวจเช็คก่อนออกเดินทาง ไม่ว่าใกล้หรือไกล เพราะทั้งหมดของรถสุดท้ายยางคือตัวเกาะถนน ดังนั้นหากเมื่อไรที่พบเห็นว่ายางของคุณรั่ว แบน หรือ ลมอ่อน อย่าวางใจเดินทางให้นำไปตรวจสอบก่อน เพราะสภาพที่ไม่สมบูรณ์ของยางนั้นสามารถเป็นต้นตอของอุบัติเหตุได้ 4.ค่าผิดปกติบนหน้าปัด เชื่อหรือไม่ครับว่าหน้าปัดบอกอะไรได้มากกว่าที่เราคิด และหลายครั้งที่อาการผิดปกติสามารถตรวจสอบได้ที่นี่ โดยเฉพาะ ไฟเตือนที่เรียกว่า Malfunction light หากไฟนี้ติดขึ้น คือความผิดปกติของระบบเครื่องยนต์ ซึ่งแน่นอนมันอาจจะไม่อันตรายมากนัก แต่ถ้าพบไฟนี้เมื่อไรก็ควรรีบไปตรวจสอบครับว่ารถของคุณมีความผิดปกติอะไรก่อนเสียเงินมากกว่าที่ควรจะเป็น เพราะความที่คุณไม่ได้ดูแลรถ ทั้ง4 ข้อนี้บางเรื่องก้ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้โดยสารในรถ ทว่าแค่เพียงคุณสอดส่องดูแลรายละเอียดเล็ๆน้อยๆก่อนออกรถ เท่านี้ก็ช่วยให้มันใจได้มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกล เรื่องเล็กน้อยๆนั้น บางทีก็สำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เราขับรถไปบนถนนวิภาวดี แต่กลับเห็นรถปิดประตูไม่สนิทขับอย่างเร็วลองคิดดุสิครับว่า ถ้าสมมุติประตูเปิดขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น คงดึไม่จืดเลยทีเดียว ฉะนั้น รายละเอียดพวกนี้หลายครั้งก็สำคัญครับ | ถ้าหากพูดถึงการเดินทางโดยสภาพรถยนต์ที่ไม่พร้อมแล้ว เหตุรถเสียนั้นถือเป็นเรื่องที่แทบไม่สามารจะเลี่ยงได้ โดยเฉพาะเมื่อปัญหาทางด้านเครื่องยนต์ไม่สามารถซ่อมได้ข้างถนน ที่ทั้งอันตราย การนำรถสู่ที่ปลอดภัยจึงเป็นหนทางที่น่าจะดีกว่า \&#8221;การลากรถ\&#8221; นั้น เป็นวิธีหนึ่งที่เราหลายคนมักจะทำประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการนำรถไปยังที่ปลอดภัยชั่วคราวหรือเพื่อเดินทางไปพบช่างผู้ชำนาญการ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้นไม่ให้ต้องนั่งตบยุงท่ามกลางความเปลี่ยวของถนน ตามปกติแล้วพวกเราคนเมืองหลวงมักไม่ค่อยได้ลากรถกันมากนัก เนื่องจากความสะดวกที่ถูลู่ถูกังไปทั้งยังงั้นไม่นานก็อาจจะเจออู่ที่เป็นงานหรือไม่ก็มีรถยกบริการที่พร้อมให้คุณเรียกใช้สะดวก แต่ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่เดินทางค่อนข้างบ่อยและรถแม้จะมีสภาพสมบูรณ์แต่ก็เริ่มอายุมาก คุณเองควรเรียนรู้วิธีลากรถด้วยตัวเองเอาไว้ ที่ง่ายๆไม่ยากมากมายนัก 1.อุปกรณ์ต้องพร้อม ข้อสำคัญของการลากรถนั้นไม่ได้อยู่ที่วิธีแต่มันขึ้นอยู่กับความพร้อมของตัวเอง ที่การลากรถนั้นจำเป็นต้องใช้ สิ่งของที่จะทำให้รถ 2 คันสามารถพ่วงเข้าหากันไปด้วยกันมาด้วยกัน ซึ่ง ปัจจุบันที่นิยมมีเชือก สลิง และ แป๊บลาก แต่เราอยากแนะนำให้ใช้สลิงดีกว่า เนื่องจากเชือกขาดง่าย ส่วนแป๊ปเหล็กนั้น สามารถสร้างความเสียหายให้ตัวรถได้ถ้าไม่ชำนาญการ 2.หาตัวช่วย เมื่อพร้อมแล้ว ก็ได้เวลาที่คุณต้องหาคนช่วยเหลือ โดยเฉพาะเมื่อทางออกที่ควรจะเลือกคือรถกระบะ เนื่องจากรถกระบะมีแรงบิดในรอบต่ำที่ดีจากเครื่องยนต์ดีเซลทำให้ลากได้ง่ายกว่า รถเก๋งด้วยกัน ส่วนในเมืองนั้นแท็กซี่ก็พอจัดให้จัดหามา แต่แนะว่าต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป 3.ได้เวลาลุย เมื่อคุณได้ทั้ง 2 อย่างครบแล้ว ก็ได้เวลาพ่วงรถคุณกับตัวช่วยเข้าด้วย ตามปกติแล้ว รถปัจจุบันแทบทุกรุ่นจะมีจุดลากมาให้ซึ่งจะเป็นห่วงเล็กๆ ที่ยึดเข้ากับแชสซีโดยตรงทำให้มีความแข็งแรงและไม่ทำความเสียหายต่อตัวรถ แต่หากไม่มีให้ยึดกับจุดใดก็ได้ที่เป็นแชสซีสิ่งของรถหรือไม่ก็ต้องเป็นชิ้นส่วนที่ติดกับโครงสร้างหลักโดยตรง 4.รู้วิธีขับข้อนี้สำคัญสุด การลากรถอาจจะฟังเหมือนง่ายแต่เอาเข้าจริงมันหวนกลับทำยากกว่าที่พูด เพราะการกระทำแบบนี้ถือเป็นการเสี่ยงและจริงก็ไม่ค่อยอยากแนะนำแต่อย่างบอกบางครั้งเราเดินทางมันก็ไม่มีทางเลือกมากมายอะไรนัก การขับรถเราโดยที่ถูกลากอยู่นั้นถือเป็นข้อสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเราต้องจับจังหวะให้ได้ โดยเฉพาะการใช้เชือกหรือสลิงจะลำบากกว่าใช้แป๊ปเล็กน้อย เพราะต้องคอยกะยุคสมัยว่าเมื่อไรเชือกตึงหรือกำลังผ่อน หลักการง่ายๆคือให้สังเกตระดับไฟหน้ารถเรากับคันที่ลากว่าเราความชิดมากแค่ไหน แต่จำไว้ว่าอย่าใกล้มากขนาดนั้น เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่สามารถหยุดได้ทัน และอีกเรืองที่สำคัญ หากใช้เชือก/สลิงอย่าให้เกิดการกระตุกแรงๆเพราะมันอาจขาดได้แม้จะมีความหนาเพียบพอที่จะลากรถได้ก็ตาม ทั้งนี้หากคุณมีปัญหากลางทางและไม่ค่อยมีประสบการณ์มากนักทางที่ดี ควรจะโทรหาหน่วยงานฉุกเฉิน/ตำรวจในพื้นที่เพื่อประสานงานรถยกไปยังอู่ที่ใกล้เคียงก่อนเพื่อตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น แต่หากปัญหาหนักจริงควรกลับมาซ่อมที่อู่ซึ่ง เราสามารถวางใจได้ การลากรถนั้นไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการเคลื่อนย้ายรถ แต่บางครั้งมันก็เป็นวีธีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงที่ห่างไกล แต่จำไว้ว่าควรใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น| ทุกวันนี้รถยนต์นั้นนับเป็นอีกหนึ่งในวัตถุสำคัญ โดยเฉพาะการเดินทางที่คนจำนวนมากต่างเริ่มมีโอกาสมากขึ้นในการใช้รถใช้ถนนจนวุ่นวาย แต่การใช้รถใช้ถนนของคนที่เพิ่มมากขึ้นนี้กลับขาดคุณภาพ และมีหลายปัญหาที่พบเจอกันเป็นประจำ หลายคนที่ขับรถเป็นประจำคงจักเคยเจอพฤติกรรมแปลกๆ บนถนนที่ล้วนแต่ชวนให้น่าปวดหัวหรืออารมณ์เสีย แต่หนึ่งในหลายๆปัญหานั้นก็ไม่พ้นพฤติกรรม \&#8221;ขับๆเบรคๆ\&#8221; ของคนจำนวนเอ็ดบนพิถีที่ เราอยากมาพูดคุยกันเสียเล็กน้อย เรื่องการขับๆเบรคๆ เป็นเรื่องที่เราหลายคนเคยเจอ แต่ก็ไม่มีอะไรดีเยี่ยมเท่ากับได้เรียนรู้พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ ที่ล่าสุดเราก็มีโอกาสได้ไปสัมผัสจากรุ่นพี่ท่านหนึ่งระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว จนรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุของพฤติกรรมที่อาจจะเป็นอันตรายต่อเพื่อนร่วมทางและตัวผู้ขับขี่คนดังกล่าวเอง พฤติกรรมการขับรถแบบ \&#8221; ขับๆเบรคๆ\&#8221; เป็นพฤติกรรมที่ผิดอย่างยิ่งในการขับรถแม้คุณอาจจะเถียงว่ากรมการขนส่งออกใบอนุญาตให้มีสิทธิในการขับขี่ถูกต้อง ทว่าความจริงแล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับกรมขนส่งแต่เป็นเรื่องที่ควรรู้ในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งคนเหล่านี้ต้องการที่จะรักษาระดับความเร็วให้คงที่ตามต้องการ เพียงแต่พวกเขาไม่รู้วิธีการที่ถูกต้อง \&#8221;การรักษาระดับความเร็ว\&#8221; นั้นเป็นเรื่องสำคัญขั้นพื้นฐานในการขับขี่ ที่ว่าด้วยการรักษาระดับความเร็วที่ต้องการของผู้ขับขี่ให้เป็นไปตามความต้องการในการเดินทาง ซึ่งนอกจากจะทำให้การขับขี่ราบรื่นและไม่ชวนเหนื่อยล้าทั้งผู้โดยสารและตัวผู้ขับเองแล้ว ข้อสำคัญที่สุดของเรื่องนี้คือตัวเลขประหยัดน้ำมันที่จะดีขึ้นทันตาเห็น หลายคนมีวิธีรักษาระดับความเร็วที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพยายามคงที่ความเร็วในการเดินทางซึ่งตามปกติแล้วเราควรใช้คันเร่งเป็นตัวกำหนดความเร็ว และวันนี้เรามี 4 ข้อแนะนำมาบอกกล่าว ที่น่าจะช่วยให้คุณเลิกพฤติกรรมขับๆเบรคๆ ได้ 1. \&#8221;เบรคมีไว้หยุดและชะลอ\&#8221; เท่านั้น จากที่สังเกตเกี่ยวกับการขับขี่ของคนที่มีความประพฤติขับๆเบรคๆ นั้น ข้อสำคัญที่เราเห็นได้ชัดคือคนเหล่านี้เชื่อมั่นในเบรคมากกว่าการควบคุมรถด้วยคันเร่ง ซึ่งถือว่าเป็นความคิดที่ผิดเพราะเบรคนั้นมีไว้เพื่อหยุดรถ หรือลดความเร็ว แต่แม้เราจะบอกว่ามันใช้ลดความเร็วก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะใช้ควบคุมความเร็วได้ผล เพราะ ทุกครั้งที่คุณเหยียบเบรกไฟเบรกด้านท้ายรถจะติดตามจากด้วย ทั้งยังเป็นการสั่งให้เครื่องยนต์ทำงานช้าลงด้วยการดูดลมจากไอดีไปเสริมแรงกดเบรก ซึ่งอาจจะทำให้คุณเสี่ยงโดยเฉพาะในภาวะฉุกเฉิน ดังนั้นลองเปลี่ยนมาผ่ิอนคันเร่งดูก่อนหากกระชั้นชิดจริงค่อยเบรค 2.ควบคุมคันเร่ง เรื่องง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง ข้อสำคัญในการขับรถนั้นเราหลายคนอาจจะรู้ดีว่า คันเร่งคือตัวเร่งที่ทำให้รถพุ่งทะยานไปข้างหน้า แต่นอกเคลื่อนมันจะทำให้รถขับเคลื่อนแล้วนั้น เรายังต้องรู้จักควบคุมให้พอเหมาะพอดีในการเดินทาง ซึ่งคุณต้องรู้จักเร่งและผ่อนอย่างเหมาะสม ยิ่งในการเดินทางไกลหากใช้คันเร่งน้อยเท่าไร โดยที่ความเร็วยังคงที่ตามความต้องการนั้นหมายความว่า คุณกำลังขับประหยัดมากขึ้นเท่านั้น 3.ขับๆเบรคๆ ทำแบบนี้มีแต่ข้อเสีย หลายคนอาจจะไม่ทราบ แต่เชื่อหรือไม่ครับว่า พฤติกรรมการขับขี่ ด้วยวิธีเร่งๆพอทั้งๆ ที่ความเร็วก็เบรคแล้วก็เร่งอีกนั้น ล้วนมีแต่ข้อเสีย โดยเฉพาะการสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆ เร็วกว่ากำหนด เช่น เบรก เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง สำหรับรถเกียร์อัตโนมัติ นอกจากนี้ทำให้เกิดความร้อนสะสมโดยไม่จำเป็น ซึ่งทันทีที่คุณเลิกพฤติกรรมดังกล่าวก็จะพบว่าการสึกหรอต่างๆน้อยลง เปลี่ยนผ้าเบรค ช้าลง และยังมีอัตราประหยัดน้ำมันที่น่าประทับใจขึ้นอีกด้วย 4.นึกถึงจิตใจเพื่อนร่วมทาง..ที่คุณเป็นอยู่มันอันตราย เราเชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอการขับขี่แบบขับๆเบรคๆ มามากมาย แต่ถ้าวันนี้ท่านผู้อ่านคนใดทำพฤติกรรมดังกล่าวอยู่นั้น เราอยากให้ท่านลองปรับเปลี่ยน โดยนึกถึงเพื่อนร่วมเดินทางท่านอื่นๆ เป็นสำคัญ ข้อสำคัญที่อันตรายที่สุดของพฤติกรรม \&#8221;ขับๆเบรคๆ\&#8221; นั้น คือการสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้ขับขี่ท่านอื่นๆที่ทันทีที่คุณเหยียบเบรค ไฟเบรคด้านท้ายจะติดขึ้นเพื่อบอกเป็นสัญญาณหยุด ทั้งๆที่จริงๆความต้องการของคุณเพียงแค่รักษาระดับความเร็ว แล้วลองนึกดูสิครับว่า ถ้าเป็นคุณตามหลังรถที่ขับแล้วไฟเบรคเดี๋ยวติด เดี๋ยวดับตลอดทาง ..คุณจะอารมณ์เสียหรือไม่ ทั้ง 4 เหตุผลสำคัญนี้ น่าจะพอบอกได้ว่าทำไมพฤติกรรมขับๆเบรคๆ ถึงเป็นอันตรายทั้งต่อตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทาง ซึ่งความจริงแล้วทั้งหมดนี้ไม่ได้มีข้อดีเลยสักอย่างและเพียงวันนี้คุณรู้จักเรียนรู้ \&#8221;การรักษาความเร็ว\&#8221; ที่ถูกต้อง คุณก็ช่วยส่งเสียส่งมอบ|ยกให้|เอื้ออำนวย|ถวาย|ประทาน|ยื่นให้|กำนัล|จ่าย|แยกออก|แบ่งออก|ปันออก}ถนนในวันนี้น่าขับขี่มากยิ่งขึ้น| ถ้าถามถึงการซื้อขายรถยนต์แล้ว \&#8221;เซลล์\&#8221; ถือเป็นอาชีพที่เราใกล้ชิดมากที่สุดเลย ก็ว่าได้ โดยเฉพาะเมื่อหน้าที่ของพวกเขาคือการสานฝันของพวกเราให้กลายเป็นจริง ที่วันนี้คนจำนวนมากต่างยึดอาชีพนี้ในการทำมาหากิน แต่ในคนหมู่มากก็มีทั้งคนดีและไม่ดีปะปนกันไป ซึ่งก็ไม่ต่างจากการจับสลากว่าเราจะได้ใครมาดูแลให้การของเราสามารถสำเร็จลุล่วงได้ ในหลายเดือนที่ผ่านมา เราเคยได้พูดถึงอาชีพเซลล์ไประดับหนึ่ง ในด้านแง่การปฏิบัติตัวยามเข้าไปเลือกซื้อหารถ ซึ่งการแนะนำของเรานั้นไม่ใช่การจะดูหมิ่นคนในอาชีพนี้ แต่เป็นการบอกกล่าวให้รู้เท่าทัน ไม่ใช่เพราะว่าเซลล์ไม่จริงใจ เนื่องคนซื้อก็อยากได้รถ เซลล์ก็อยากได้ยอดและผลงาน แต่เมื่อสังคมซับซ้อนขึ้น เรื่องที่ง่ายๆก็กลับกลายเป็นเรื่องเข้าใจยาก ที่วันนี้เราจะไปดูกลยุทธ์การขายแบบล้วงลึกที่คุณควรจะรู้เท่าทัน 1.แจก-และแถม เรื่องปกติของการขาย ใครบ้างที่ไม่อยากได้ของดีราคาถูกคุ้มทุน เป็นมั่นเป็นเหมาะนอนเราหลายคนเดินเข้าโชว์รูมหลายแห่ง จนขาขวิดเพื่อหาข้อเสนอที่ดีสุด แต่จำไว้ครับว่ารถแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ต่างมีค่าการตลาด หรือที่ศัพท์วงในเรียกว่า Market Margin ที่เท่ากัน เพียงแต่ข้อเสนออาจแตกต่างกัน แต่อย่างเพิ่งไปท้วงติงอะไร ถ้าคุณยังคิดว่ามันไม่ใช่ข้อเสนอที่ดีที่สุด แต่ลองหานำมาเทียบกัน เพื่อดูว่าแบบไหนที่เหมาะสมกับเราที่สุด 2.พูดให้น้อยแล้วฟังให้มาก การเข้ามาซื้อรถในโชว์รูมนั้น ก็ไม่ต่างอะไรจากการซื้อขายทั่วไปที่เซลล์ ต้องพยายามดันให้คุณรับข้อกล่าวถึง และนั่นหมายถึง \&#8221;การวางจอง\&#8221; ซึ่งเซลล์จะพยายามหาจุดอ่อนของคุณ เพราะนั่นคือหน้าที่ของพวกเขา ว่า คุณต้องการอะไร ในความหมายการพูดน้อยของเราไม่ใช่ไปนั่งนิ่งๆแบบแพลงค์กิ้ง แต่มีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบ โดยมองชั้นเชิงทางการพูด อย่าเวียรเผยกลเม็ดว่าคุณอยากมีอยู่รถใจจะขาดลุ่ย เพราะเมื่อนั่น เซลล์จะคุมเกมทันที 3.โปรโมชั่นชวนเชื่อ..ระวังไว้ให้ดี ความจริงเราพูดคำว่า \&#8221;ชวนเชื่อ\&#8221; อาจจะฟังจากนั้นแรงไปสักนิด แต่ปัจจุบันการซื้อรถสิ่งของพวกเรานั้น บางครั้งไม่ได้มาจากความต้องการที่แท้จริง แต่มาจากข่าวสารที่ประชาสัมพันธ์ผลักดันให้คุณเข้าโชว์รูม จำพวกข้อเสนอพิเศษต่างๆ ซึ่งบางครั้งเราไม่สามารถพูดอะไรได้มาก หากแต่อยู่ที่ผู้บริโภคจะต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ต่อว่ามีมากน้อยเพียงใด หรือว่านี่เป็นแค่กลยุทธหลอกไปเที่ยวโชว์รูมกันแน่!! 4.เสน่ห์เซลล์ &#8230;ห้ามหลงโดยเด็ดขาด เราเชื่อว่าข้อนี้น่าจะพูดไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เราก็เอามาย้ำกันอีกรอบว่าเซลล์ขายรถไม่ใช่ของแถมที่มาพร้อมกับรถยนต์เมื่อเจ้าขับขี่รถคลอดจากโชว์รูม แม้แต่พวกเขาเป็นเพียงผู้ให้คำปรึกษาเท่านั้น ฉะนั้นอย่าไปคิดฝันหวานกับเซลล์อะไรมาก แม้จะสวยหยาดเยิ้มน่ารักเท่าไร แต่ท้ายที่สุด \&#8221;ทั้งหมดนั้นมันแผลบก็แค่งาน\&#8221; 5.ลูกดักให้จับจ่ายใช้สอย..มุตตานี้ควรชาคริต! ใครที่อ่านอาจจะงงว่า อะไรคือลูกล่อให้ซื้อ แต่กลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์หาลำไพ่พิเศษของเซลล์ในการปล่อยสินค้าที่มีอยู่อย่างจำนวนจำกัด โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่รถบางรุ่นไม่สามารถส่งมอบได้ สบโอกาสให้เซลล์พยายามเพิ่มมูลค่าสินค้า อย่าง ซื้อของแต่งเพิ่มจะได้รถเร็ว ทั้งที่จริงๆแล้วค่ายรถยนต์ไม่มีนโยบายดังกล่าว ยกเว้นการลด/เพิ่มโปรโมชั่นต่างๆเท่านั้น ..ข้อนี้สำคัญมาก ทั้ง 5 ข้อนี้เป็นข้อควรระวังที่คุณควรใช้วิจารณญาณอย่างยิ่ง ที่นอกจากเลือกรถแล้วการเลือกศูนย์บริการและเซลล์ผู้ให้คำปรึกษาก็นับว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน จำไว้ครับว่า พวกเรามีสิทธิที่จะเลือกอย่าไปกังวลข้อผูกมัด เพียงเพราะเชื่อตามคำพูดของเซลล์ขายรถยนต์ ความจริงแล้ว เซลล์ขายรถยนต์ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมายนัก เพียงแต่คุณควรจะรู้เท่าทันกลยุทธ์ต่างๆ ซึ่งมีมากมายที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถ และนั่นเป็นหน้าที่เราควรจะต้องเรียนรู้เอาไว้ ..ให้เข้าใจว่าพวกเขาต้องการอะไร เหมือนดั่งที่พวกเราพยายามเสาะหาว่า เขาต้องการอะไร} พบเรื่องประหลาดอย่างหนึ่งของคนใช้รถกันในปัจจุบัน ที่ไม่เคยนึกว่าจะเจอ มีหลายคนโดยเฉพาะผู้ใหญ่รุ่นเดอะในวงการเล่าสู่กันฟังเชื่อมโยงกับการจราจรในสมัยนี้ว่า มันขาดสิ่งที่เรียกว่า \&#8221;น้ำใจบนท้องถนน\&#8221; และนำมาสู่เรื่องราวแห่งความขัดแย้ง ซึ่งบางครั้งก็มาจากต้นปัญหาเล็กๆ ที่หนึ่งในพฤติกรรมสุดแย่ในปัจจุบันนั้น ก็ยังไม่พ้นการจอดรถ รถยนต์ถือเป็นสิ่งที่หามาด้วยความยากลำบาก บางคนอาจจะมีคนซื้อให้ หลายคนอาจจะได้มรดกตกทอดมาอีกที แต่ทั้งหมดนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้รถจำเป็นต้องรู้จักดูแลรักษา ไม่ใช่เพียงแค่ขัดสี ทำความสะอาด หรือ แอร์เย็นเพลงเพราะเท่านั้น แต่มันยังหมายถึงความปลอดภัย ที่ต้องสอดส่องก่อนเดินจาก มิฉะนั้นการจอดรถแบบสุ่มสี่สุ่มห้า อาจเป็นบทเรียนราคาแพง ซึ่งวันนี้เรามี 5 ข้อแนะนำสำหรับใครที่ยังใหม่ในการใช้รถใช้ถนนมาฝาก และถือเป็นการทบทวนสำหรับพวกเราที่ใช้รถใช้ถนนกันอย่างเชี่ยวชาญด้วย 1. จอดในช่องถ้าเป็นไปได้ ที่จอดรถนั้นไม่ว่าที่ไหนหรือที่ใดก็ตาม โดยมากแล้วจะมีการตีเส้นช่องจอดไว้เพื่ออำนวยความสะดวก และเมื่อรวมกับเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน อย่างเช่น กล้องมองถอยหลังนั้น ผนวกกับเซนเซอร์ ก็ช่วยให้ง่ายยิ่งขึ้น การจอดรถในช่องที่กำหนดนั้น ล้วนมีแต่ข้อดีอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทั้งความเป็นระเบียบไปจนถึงความปลอดภัย ซึ่งเราควรจะจอดในช่องถ้าเป็นไปได้ 2. จอดขวางต้องเข้า N และไม่ล็อคเบรกมือ ข้อ 2 นี้เป็นเรื่องที่ชวนหัวเสียกันประจำ ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าของรถ ทั้งคนทำ และผู้ที่ถูกกระทำ ที่บางครั้งการทำให้คนอื่นเสียเวลาจากความไม่รับผิดชอบ ก็เป็นเรื่องราวกันมานักต่อนักแล้ว การจอดรถขวางคันอื่นนั้น บางครั้งเรายอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ด้วยส่วนหนึ่งจากจำนวนรถที่มากขึ้นทุกวัน แต่หากจะขวางคนอื่นอย่าลืม!!! **** ต้องปลดเกียร์ว่าง หรือตำแหน่ง N ของเกียร์ออโต้ และไม่ควรดึงเบรคมือ*** 3. ชิดที่สุดและพับกระจกข้าง ช่วยได้ บางครั้งเราก็ไม่เข้าใจว่า เทคโนโลยีที่ดีขึ้น อาจจะไม่ได้ช่วยทำอะไรให้คนมีจิตสำนึกขึ้นเลย หลายครั้งที่เราผ่านไปมาบนลานจอดรถมีความรู้สึกว่า รถหลายคันสามารถทำให้การจราจรคล่องตัวได้มากขึ้น เพียงแค่กดสวิทช์พับกระจกมองข้าง ซึ่งเป็นออพชั่นของรถหลายรุ่น โดยเฉพาะรถเก๋ง ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการสัญจร อีกหน่อย ซึ่งตราบใดบวกกับการหยุดชิดทางก็จะทำให้มีพื้นที่อีกมากถึง 10-15 เซนติเมตร ซึ่งช่วยให้คนอื่นผ่านไปได้ง่ายขึ้น ***ดังนั้นถ้ารถคุณมีปุ่มพับกระจกข้าง ควรทำทุกกาล** เมื่อจอดรถให้ติดเป็นนิสัย 4.หัวมุม-ทางคอด ที่นี้อโคจร หลายคนทั่วที่รู้ก็รู้ว่าที่ๆ ตัวเองทำการเสียบรถจอดเข้าไปนั้นไม่ปลอดภัย แต่ก็ยังจะทำ โดยเฉพาะระบิลยิ่ง!! หัวมุม ทางโค้ง และ ทางแคบ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ล้วนเป็นพื้นเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุอย่างมาก ที่นอกจจะทำให้เสียเวลา เสียทรัพย์แล้ว คุณไม่ควรจะไปโทษรถคันที่มาชน แต่ควรจะอธิกรณ์ตัวเองที่จอดรถเกะกะกีดขวางการจราจร ในที่ซึ่งไม่สมควรจะจอด 5. ที่คนพิการ..จอดกันทำไมมิทราบ เมื่อไม่นานมานี้เรามีโอกาสไปยังโรงหนังดังย่านแครายที่ที่จอดรถนั้นน้อยนิดเมื่อเทียบกับคนที่เข้ามาใช้บริการ แต่ถ้านับว่าอะไรเป็นพฤติกรรมที่แย่ที่สุดในการจอดรถ คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่า การจอดรถในที่คนพิการที่ห้างจัดเตรียมไว้ &#8230; จริงอยู่คุณอาจจะมีสตางค์ที่พอจะฟาดหัวใครก็ได้ แต่ก็ควรเคารพสิทธิคนพิการบ้าง ซึ่งแม้พวกเขาอาจจะมีจำนวนไม่มากนัก แต่รถคนพิการในปัจจุบัน ก็มีการใช้รถใช้ถนนอยู่ ซึ่งบางครั้ง ที่จอดสำหรับคนพิการไม่ได้หมายความว่ารถคันนั้นต้องมีคนพิการขับ แต่ยังรวมถึงรถที่มีผู้ขึ้นรถหรือคนขับที่อาจเดินเหินไม่สะดวก ซึ่งหากคุณอยู่ในภาวะดังกล่าวเช่นแฟนขาหัก หรือคุณย่านั่งรถเข็น ก็สามารถไปจอดตรงที่คนพิการได้ โดยสะกิดพี่ยามแล้วให้เหตุผลไป ซึ่งพวกเขาก็พร้อมบริการอย่างเต็มที่ เพียง 5 ข้อนี้ การจอดรถของคุณก็จะปลอดภัยขึ้น แล้วไม่ต้องมานั่งกังวลใจไปช๊อปให้สบาย ที่นอกจากนี้ ยังช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ามากขึ้นว่ากลับมาจะไม่เจอ กระดาษโพสท์อิท เขียนต่อว่าหรือ รถเป็นรอยขีดยาว ที่จะทำให้เสียอารมณ์ การจอดรถนั้น ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะทุกครั้งที่คุณจากรถไป จะไม่มีทางทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับมันบ้าง ซึ่งทางที่ดีเราควรเริ่มต้นในการป้องกัน หลีกเลี่ยงเรื่องเสี่ยง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ และมันทำให้รถของคุณนั้นปลอดภัยจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน| สัตว์เลี้ยงนับเป็นเพื่อนที่แสนดี ในขณะเดียวกันก็อาจจะพาคุณวุ่นวายได้เช่นกัน ถ้าหากเขาได้รับการดูแลไม่ดีมากพอ ที่มันน่าชวนปวดเศียนเวียนเกล้าอย่างมาก ถ้าคุณต้องเดินทางกับเพื่อนร่วมทางที่ไม่รู้ภาษามนุษย์ และอีฉันเองไม่เข้าใจความต้องการของพวกเขา สิ่งที่น่าปวดหัวของคนมีสัตว์เลี้ยงมากที่สุดนั้น คือการนำสัตว์เหล่านี้ร่วมเดินทางไปด้วยไม่ว่าจะยามสบายดีหรือป่วยไข้ ที่หากคุณจำเป็นจะต้องขับรถยนต์คนเดียว โดยมีเพื่อนเป็นหมา-แมวนั้น มันคงไม่สนุกเลยที่จะต้องห่วงหน้าห่วงหลังว่าจะเป็นอย่างไร และมันยังอาจทำให้คุณเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง และวันนี้เรามี 9 คำแนะนำที่ควรทำหากต้องไปกับสัตว์เลี้ยงมาฝากกัน 1.วางแผนก่อนเดินทาง มีคนจำนวนมากไม่วางแผนก่อนเดินทางแล้วคิดว่า สัตว์เลี้ยงขอเราก็เหมือนคน ทว่าสัตว์อย่างไรก็คือสัตว์วันยังค่ำไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้ และถ้าคุณกำลังจะเดินทางจงวางแผนอย่างรอบคอบ สอบถามต่อว่า โรงแรมหรือที่ๆคุณจะไปอนุญาตให้สัตว์เลี้ยงไปด้วยหรือไม่ ถ้าไม่สะดวกก็จับมันเฝ้าบ้านหรือฝากโรงแรมสัตว์ดีกว่า 2. เตรียมพร้อม สิ่งมีชีวิตเลี้ยงก็เหมือนรถที่คุณใช้ ถ้าคุณจะเอาเขาไปด้วย อย่าลืม! ที่จะเตรียมพร้อมก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ อย่างการกำจัดเห็บหมัด และให้เขาทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อนเดินทาง แล้วอย่าลืมติดเอกสารทางสุขภาพไปเผื่อในกรณีฉุกเฉินด้วย 3.คาดเข็มขัดให้สัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงก็เหมือนคน แล้วยิ่งถ้าคุณรักเขาเป็นพิเศษ อย่าปล่อยให้วิ่งพล่านทั่วรถ หัดจับฝึกคาดเข็มขัดนิรภัย โดยอาจใช้เชือกจูงล่ามกับเข็มขัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัย ซึ่งหากสัตว์เลี้ยงของคุณทั้งเป็นพวกชอบตื่นเต้น หาอะไรกั้นระหว่างเบาะหลังกับเบาะหน้าก็เป็นแนวคิดที่ดี เพราะไม่งั้นสัตว์เลี้ยงแสนรักอาจกลายตัวต้นเหตุที่พาคุณเกิดอุบัติเหตุได้ไม่รู้ตัว 4.เคลียร์พื้นที่ ปัจจุบันรถส่วนใหญ่มีห้องโดยสารรถยนต์ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นพรม ผ้า และหนัง ซึ่งปัญหาของวัสดุเหล่านี้คืออาจจะชำรุดได้ง่ายและ บางอย่างยังเก็บฝุ่นซึ่งเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอย่างดี ดังนั้นก่อนเดินทางควรหาผ้าปูเพื่อป้องกันภายในของคุณโดยเฉพาะหนังและพรมในรถ 5.สูดอากาศสักนิดเพื่อลดกลิ่น เราส่วนใหญ่เวลาขับรถมักจะชอบเปิดแอร์ซึ่งมันก็ดีที่ไม่ร้อน แต่อย่าลืมว่าสัตว์เลี้ยงนั้นมันอาจจะไม่ชิน แล้วยิ่งเมื่อตัวมันเองอาจจะมีกลิ่น ที่อาจทำให้การเดินทางไม่สนุกนัก แนวทางแก้ปัญหาหนึ่งคือการลดกระจกสักนิดเพื่อให้ลมสามารถผ่านได้ และสัตว์บางประเภทอย่างสุนัขก็ชอบเสียด้วย แต่การลดกระจกนั้นต้องทำแบบพอดีไม่มากเกินไป จนสามารถยื่นหัวไปข้างนอกได้ หรือน้อยเกินไปที่อากาศก็ไม่ถ่ายเท แล้วที่สำคัญอย่าลืมล็อคกระจกเมื่อเปิดด้วยเพื่อป้องกันกระจกเลื่อนลงเอง อันนี้สำคัญมาก 6.น้ำเรื่องสำคัญเช่นกัน เวลาเราขับรถทางไกลเรามักจะกระหายน้ำกันใช่ไหม แน่นอนเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงของคุณเช่นกัน ซึ่งพวกเขาต้องการน้ำยามเดินทาง แต่ถ้าคุณไม่ะสะดวกนักในการเตรียมน้ำ ก็ใช้วิธีแวะปั้ม ทุกๆ 1 ชั่วโมงโดยประมาณ ก็จะทำให้การเดินทางราบลื่นยิ่งขึ้น 7.อาหารปัจจัยนี้ก็สำคัญ เราเองยังมีของว่างสัตว์เลี้ยงก็เช่นกัน แต่โดยมากแล้วเราหลายคนมักจะคิดว่า นอกสถานที่หาอะไรก็ได้ให้สัตว์เลี้ยง ทว่านั้นเป็นเรื่องที่ผิดถนัด เพราะการเปลี่ยนอาหารอาจทำให้เกิดการปั่นป่วนต่อพฤติกรรมการกินในอนาคต ทางที่ดีนำอาหารที่ให้ประจำที่บ้านไปด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนยามเดินทาง 8.ห้าม! ทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในรถ หลายคนมักคิดว่าเดี๋ยวเดียวคงไม่เป็นไร แต่ทราบหรือไม่ว่าการทิ้งสัตว์เลี้ยงจะทำให้มันกระวนกระวาย และรู้สึกไม่ปลอดภัย แถมยังเป็นการทรมาณมันทางอ้อม โดยเฉพาะถ้าคุณจอดรถท่ามกลางอากาศร้อน ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่คุณลงจากรถก็ควรจะนำมันลงไปด้วยจะได้ยืดเส้นยืดสาย 9. ถ้าทุกอย่างล้มเหลว,อย่าย่อท้อ..คุณยังมีทางเลือก มีหลายครั้งที่การพาสัตว์เลี้ยงมาด้วยกลายเป็นหายนะไปโดยไม่รู้ตัว และมันทำให้ทุกคนหมดสนุกไปโดยปริยาย แน่นอนทุกปัญหามีทางออกและการนำไปฝากเลี้ยงไว้กับโรงแรมสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ใกล้ๆกับที่พักของคุณก็เป็นทางออกที่ดีไม่น้อย ซึ่งบางแห่งนอกจากบริการดูแลให้แล้ว ยังอาจทำให้เจ้าปุยของคุรมีสุขภาพดีด้วย การเดินทางกับสัตว์เลี้ยงนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก สำคัญคือการที่คุณต้องเข้าใจสัญชาติญาณและคอยสังเกต รวมถึงเตรียมพร้อมอย่างละเอียดถี่ถ้วน ที่เพียงเท่านี้การนำสัตว์เลี้ยงออนทัวร์ก็เป็นเรื่องง่ายกว่าแผ่นดินคุณคิด ข้อหนึ่งที่เราอยากเพิ่มคือการปกป้องสัตว์เลี้ยงจากผู้ขับขี่ที่มักเป็นปัญหาอย่างมากกับการเดินทาง ซึ่งอาจจะนำไปสู่ปอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางตามลำพัง บางครั้งรักสัตว์อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่จำเป็นต้องรอบคอบทางด้านความปลอดภัยด้วย| ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ เรารู้ดีว่าหลายคนมีภาระมากมาย แม้ปัจจุบันนี้รถยนต์จะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในการเดินทางของคนไทย แต่วันนี้ถ้าคุณมีรถแล้วมันเกิดไม่สบาย การซ่อมมันกลับมาใช้ มั่นใจแค่ไหนว่ามันจะคุ้มค่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายคนไม่คิด ซึ่งส่วนหนึ่งมันมาจากลูกเกรงใจของคนไทย ที่มักจะเออออห่อหุ้มหมก โดยไม่คิดก่อนที่จะทำอะไร ทำให้บางครั้งกลายเป็นปัญหา แทนที่จะได้รถเก่าแสนดีมาใช้งานแบบเสียเงินครั้งเดียวแล้วลาเคลื่อนช่างที่อู่กลับกลายต้องเวียนว่ายไปทุกวัน วันนี้ถ้าคุณกำลัง มีปัญหาใหญ่กับรถคันเก่าสุดเก๋า ลองคิดตาม 4 ข้อ ต่อไปนี้ ว่าซ่อมจากนั้นมันจะคุ้มค่าหรือไม่ 1.ปัญหานี้แก้ได้หายขาดหรือไม่ ปัญหามากมายสามารถเกิดขึ้นได้กับรถเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกกลไกต่างๆที่ทุกอย่างมีอายุการใช้งานของมันเอง จนบางครั้งคุณต้องตกระกำลำบาก(นั่งทานข้าวลิงข้างทาง)อาจจะจะมาจากอายุการใช้งาน ปัญหาของรถนั้นมีหลายสาเหตุ ที่คุณสามารถเข้าใจได้แต่ที่สำคัญ คุณต้องรู้ว่ามันจะซ่อมให้หายขาดได้หรือไม่ด้วย โดยเฉพาะเมื่อเสียเงินแล้ว ต้องเสียให้คุ้มกับการใช้งานในอนาคตข้างหน้า อย่างเช่นเครื่องพัง การยกเครื่องใหม่อาจเป็นทางออกที่ดีกว่า หรือเป็นไปได้ลองศึกษาดูว่ามีอะไหล่รถรุ่นไหนสามารถทดแทนกันได้หรือไม่ แล้วลองคิดตามว่าถ้าทำมันจะหายจากอาการที่เป็นหรือเปล่า ซึ่งส่วนหนึ่งต้องปรึกษาผู้รู้ที่ไม่ใช่ช่างที่คุณนำรถไปซ่อม 2. ราคาค่าใช้จ่าย ทุกครั้งที่รถเสียมันหมายถึงเงิน และในยุคนี้มันก็จัดหายากเสียด้วย ซึ่งคุณจำเป็นจำเป็นจะต้องศึกษาดูถึงค่าใช้จ่ายที่การซ่อม ว่าราคานี้เป็นราคาที่รับได้หรือไม่ อะไรที่จะถูกเปลี่ยนใหม่ อะไรที่จะยังใช้ของเก่า ของแบบนี้ต้องศึกษาให้ดี ที่สำคัญอย่าวางใจให้อู่ทำงานแล้วเช็คบิลทีหลัง อู่ที่ได้มาตรฐานจะประมาณการงบประมาณได้ก่อนทำงาน ซึ่งตรงนี้อาจจะประวิงเวลาให้คุณคิดก่อนตัดสินใจซ่อมแซมรถสุดที่รัก และพยายามสอบถามจากผู้ใช้รถรุ่นเดียวกันกับคุณหรือเพื่อนที่เคยมีประสบการณ์ ว่าราคาที่ได้มาสมเหตุผลหรือไม่ 3. ผลที่ตามมาหลังซ่อม ในข้อแรกเราให้คุณเรียนถามว่าหายขาดหรือไม่ แน่บรรทมบางอย่างสามารถทำได้แล้วหายเป็นปลิดทิ้งแถมดีกว่าเสียอีก แต่ข้อหนึ่งที่ไม่ยอมรับไม่ได้ก็คือว่า เมื่อมีงานแปลงบางอย่างอาจไม่เป็นไปอย่างที่คิด และบางครั้งอาจนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายภายหลัง เช่น วางเครื่อง คุณอาจต้องเซทช่วงล่างเพิ่ม เพราะน้ำหนักเครื่องมากกว่าที่ช่วงล่างจะรับได้ เป็นต้น ซึ่งเรื่องแบบนี้อู่มักไม่เตือน แต่เมื่อคุณทำการดัดแปลงไปแล้วรถคันนั้นจะราคาตกทันที เพราะฉะนั้นควรคิดรอบคอบถึงผลระยะยาวด้วย 4. คันนี้ใช้คุ้มพอรึยัง หลายคนมักจะคิดว่าตัวเองยังใช้รถไม่คุ้มค่า ที่บางคนรถหลาย 10 ปี ก็ซ่อมแล้วซ่อมอีก จนสุดท้ายเหนื่อยซ่อมนำไปสู่การขายทิ้งซื้อใหม่ในอนาคตอันใกล้อีกอยู่ดี แน่นอนเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วมากมาย เราเลยอยากให้มองว่ารถคันนี้คุ้มทุนแล้วหรือยัง โดยเฉพาะ ถ้ารถคันนั้นมีอายุ เกิน 7 ปี หรือมีระยะทางเกิน 1.5 แสนกิโลเมตร มันอาจถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนรถใหม่ หลายคนมักคิดว่าเพิ่งผ่อนหมดจบหนี้ทำไมต้องบึ่งให้ซื้อรถใหม่ ทว่ารถเก่าก็เหมือนคนแก่ ที่ต้องได้รับการดูแลทั้งเป็นประจำสม่ำเสมอในทุกชิ้นส่วน และยิ่งถ้าเจ้าเป็นคนไม่ค่อยมีเวลาหรือไม่น้อยถนัดเกี่ยวกับรถยนต์นัก การนำมันไปแลกเปลี่ยนคันใหม่มาขับแบบสบายใจ แล้วคิดว่าไม่ต้องมีปัญหาวุ่นวายกับอู่ ที่อาจทดแทนด้วยค่าผ่อนรถรายเดือน มันน่าจะคุ้มกว่าไหม แถมรถใหม่ๆยังมีสมรรถนะที่ดีขึ้นและประหยัดมากขึ้นด้วย 4 ข้อนี้เป็นเรื่องที่ต้องคิดให้หนักมากๆ โดยเฉพาะเมื่อรถคุณต้องซ่อมหนัก ไม่ว่าจะระบบเครื่องยนต์หรืออื่นๆที่จักทำให้รถคันนั้นอยู่ในสภาพจำเริญ ซึ่งนอกจากคุณจะไม่ต้องเสียเวลา วิ่งเข้า-ออกอู่ให้วุ่นวายและรถใหม่ๆประหยัดมากขึ้นแล้ว คุณยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นจากสมรรถนะที่ดีขึ้นของรถคันใหม่ เราเองเจอหลายคนมีปัญหาคำกล่าวรถ โดยเฉพาะยิ่งรถเก่ายิ่งหนักใจ แต่บางคนไม่ศึกษาอย่างจริงจัง จนนำไปสู่ปัญหาเรื้อรัง ที่ทำให้ต้องขายรถในท้ายที่สุด สิ่งเหล่านี้สามารถแก้ไขได้เพียงแค่คุณมองให้ขาดแล้วคิดว่ามันคุ้มหรือเปล่า ซึ่งสิ่งสำคัญไม่ใช่คำถามข้างต้น แต่อยู่ที่การตัดสินใจที่ต้องคิดให้ถี่ถ้วนก่อนลงมือทำ }<br />
 <br />ที่มา :http://www.quotecarinsure.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://5hop.net/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แขวะใครเอ่ย?ป๋าไม่เข้าใจก๊กเหยียดผิวทำได้ไง</title>
		<link>http://5hop.net/%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83/</link>
		<comments>http://5hop.net/%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2012 18:14:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kt50ip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม จอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://5hop.net/?p=627</guid>
		<description><![CDATA[เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดให้สัมภาษณ์ถึงเหล่าคนที่ทำการเหยียดผิวนักเตะคนอื่นๆ โดยชี้ว่าเขาไม่เข้าใจที่ระยะนี้ยังคงมีคนอย่างนี้อยู่โรงแรม จอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเปิดบ้านรอต่อสู้แดงเดือดกับลิเวอร์พูลในเกมพรีเมียร์ ลีกวันเสาร์นี้ โดยเนื้อหาของเกมนี้จะเป็นปาทริซ เอฟร่าและหลุยส์ ซัวเรซที่โดนจับตามองอย่างแน่นอนโรงแรม จอง \&#8221;ผมไม่เข้าใจนะว่ามันยังปรากฏได้อย่างไร นี่เป็นช่วงเวลาที่พวกเราจะต้องล้มล้างมัน และพวกเราควรจะทำอะไรอย่างเป็นล่ำเป็นสันหากมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก พวกเราจะต้องแข็งกร้าวต่อการเหยียดย่ำคนอื่นในทุกๆด้าน\&#8221;โรงแรม จอง \&#8221;มันมีแบบให้ปรากฏให้เห็นในพักหลังๆนี้ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย\&#8221; \&#8221;ในปี 2012 คุณแทบไม่อยากจะเชื่อเลย ชัดเจนว่า 20 ปีก่อนหน้านี้มันอาจจะเกิดขึ้นได้ ด้วยกันคุณก็คงได้เห็นการเจริญที่เกิดขึ้นเพื่อการต่อต้านสิ่งนี้\&#8221;โรงแรม จอง \&#8221;ผมเคยร่วมงานกับนักเตะผิวสีที่อัศจรรย์หลายต่อหลายคน พวกเขาทุกๆคนหัวกะทิมาก และทุกๆคนที่ผมเคยร่วมงานด้วยผมก็มีความเกี่ยวข้องที่ดีกับพวกเขาทั้งนั้น\&#8221; โรงแรม จอง \&#8221;ผมเคยร่วมงานกับนักเตะผิวสีที่อัศจรรย์หลายต่อหลายคน พวกเขาทุกๆคนหัวกะทิมาก และทุกๆคนที่ผมเคยร่วมงานด้วยผมก็มีความเกี่ยวข้องที่ดีกับพวกเขาทั้งนั้น\&#8221; โรงแรม จอง ที่มา :http://www.thairesorts.info/]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดให้สัมภาษณ์ถึงเหล่าคนที่ทำการเหยียดผิวนักเตะคนอื่นๆ โดยชี้ว่าเขาไม่เข้าใจที่ระยะนี้ยังคงมีคนอย่างนี้อยู่<b>โรงแรม จอง</b></p>
<p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเปิดบ้านรอต่อสู้แดงเดือดกับลิเวอร์พูลในเกมพรีเมียร์ ลีกวันเสาร์นี้ โดยเนื้อหาของเกมนี้จะเป็นปาทริซ เอฟร่าและหลุยส์ ซัวเรซที่โดนจับตามองอย่างแน่นอน<b>โรงแรม จอง</b></p>
<p>\&#8221;ผมไม่เข้าใจนะว่ามันยังปรากฏได้อย่างไร นี่เป็นช่วงเวลาที่พวกเราจะต้องล้มล้างมัน และพวกเราควรจะทำอะไรอย่างเป็นล่ำเป็นสันหากมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก พวกเราจะต้องแข็งกร้าวต่อการเหยียดย่ำคนอื่นในทุกๆด้าน\&#8221;<b>โรงแรม จอง</b></p>
<p>\&#8221;มันมีแบบให้ปรากฏให้เห็นในพักหลังๆนี้ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย\&#8221;</p>
<p>\&#8221;ในปี 2012 คุณแทบไม่อยากจะเชื่อเลย ชัดเจนว่า 20 ปีก่อนหน้านี้มันอาจจะเกิดขึ้นได้ ด้วยกันคุณก็คงได้เห็นการเจริญที่เกิดขึ้นเพื่อการต่อต้านสิ่งนี้\&#8221;<a href="http://www.thairesorts.info/">โรงแรม จอง</a></p>
<p>\&#8221;ผมเคยร่วมงานกับนักเตะผิวสีที่อัศจรรย์หลายต่อหลายคน พวกเขาทุกๆคนหัวกะทิมาก และทุกๆคนที่ผมเคยร่วมงานด้วยผมก็มีความเกี่ยวข้องที่ดีกับพวกเขาทั้งนั้น\&#8221; <b>โรงแรม จอง</b></p>
<p>\&#8221;ผมเคยร่วมงานกับนักเตะผิวสีที่อัศจรรย์หลายต่อหลายคน พวกเขาทุกๆคนหัวกะทิมาก และทุกๆคนที่ผมเคยร่วมงานด้วยผมก็มีความเกี่ยวข้องที่ดีกับพวกเขาทั้งนั้น\&#8221; <b>โรงแรม จอง</b> <br />ที่มา :http://www.thairesorts.info/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://5hop.net/%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%83/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Just what Could be the New Husqvarna 450 X-Torq Technological know-how?</title>
		<link>http://5hop.net/just-what-could-be-the-new-husqvarna-450-x-torq-technological-know-how/</link>
		<comments>http://5hop.net/just-what-could-be-the-new-husqvarna-450-x-torq-technological-know-how/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2012 17:05:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kt50ip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[buy Husqvarna 450]]></category>
		<category><![CDATA[cheap Husqvarna 450 chainsaw]]></category>
		<category><![CDATA[Husqvarna 450]]></category>
		<category><![CDATA[Husqvarna 450 chainsaw review]]></category>
		<category><![CDATA[Husqvarna 450 x-torq]]></category>
		<category><![CDATA[price Husqvarna 450]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://5hop.net/?p=625</guid>
		<description><![CDATA[Husqvarna 450 chainsaw reviewFor people with been concerned about what the modern X-Torq technological innovation is from Husqvarna then you definately have occur on the proper area. We have learned the whole lot you would like to understand proper within this text. So get a seat and let us start. To start with allow me [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://450chainsawreview.blogspot.com">Husqvarna 450 chainsaw review</a>For people with been concerned about what the modern X-Torq technological innovation is from Husqvarna then you definately have occur on the proper area. We have learned the whole lot you would like to understand proper within this text. So get a seat and let us start.</p>
<p>To start with allow me to let you know a bit of about myself. My title is Jack J. Robinson. My total lifespan I lived within the great metropolis. Which was right up until a short while ago. Two or three months back I moved to a place absent in the metropolis, that\&#8217;s very extremely and very rural. I reside in space labeled The Woodlands. Its positioned about thirty minutes north of Houston. Much like the title implies it can be a very woody space, which has a lot of bushes which have been really going to generally be necessary to reduce and trimmed each and every year. I put into use to acquire a and electrical chainsaw but once i attempted to crank if for your primary time all over again it could not start out.</p>
<p>So I made a decision to start out trying to find one other chainsaw. This time I had been really going to go along with a gasoline run chainsaw. A buddy of mine proposed that I start out checking out the Husqvarna line of chainsaw. Making sure that is exactly where I started. I\&#8217;m 100 % down considering the complete \&#8221;going green\&#8221; movements, so I desired to do my component to add. I check out someplace by going online concerning the new technological innovation from Husqvarna labeled X-Torq.</p>
<p>What exactly is definitely the X-Torq Expertise?</p>
<p>What I discovered out was that it\&#8217;s the way the motor is made. Its made to benefit decrease the emission amounts which the chainsaw places out but approximately sixty percent. Furthermore, it aided help reduce gasoline intake by 30%. It does this through the use of flashing ducts that open up and shut within the motor. An individual allows cleanse air out and in of your motor. Although one other displays the gasoline and air combination.</p>
<p>The 1st duct pushes the burned gases from the motor and replaces it with cleanse air. Then the appropriate gasoline and air combination is flushed into your motor. The gasoline combination passes the crank bearings will also be further concentrated, which lubricates the motor. The effects are elevated strength along with the minimized air emissions.</p>
<p>With all that staying stated I made a decision to go along with the Husqvarna 450 chainsaw. It arrived having an eighteen inch bar which is able to be good for your bushes all-around my new residence and space. The Husqvarna 450 X-torq technological innovation is definitely the good match for me. I\&#8217;m keeping gasoline and aiding considering the really going green\&#8221; undertaking.</p>
<p>For anyone who is within the market place to get a fine chainsaw Husqvarna chainsaws will not be a nasty spot to start out. <br />ที่มา :http://450chainsawreview.blogspot.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://5hop.net/just-what-could-be-the-new-husqvarna-450-x-torq-technological-know-how/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Nikon P500 Beneficial Gift having Great Usefulness</title>
		<link>http://5hop.net/nikon-p500-beneficial-gift-having-great-usefulness/</link>
		<comments>http://5hop.net/nikon-p500-beneficial-gift-having-great-usefulness/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2012 15:50:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kt50ip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[nikon]]></category>
		<category><![CDATA[Nikon coolpix P500]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://5hop.net/?p=623</guid>
		<description><![CDATA[Nikon coolpix P500 is an excellent camera, numerous capabilities It might take myself a year to be able to get accustomed to them. I don\&#8217;t need the DSLR and that is more money and lenses? This kind of fill camera has exceptional capabilities along with does work while publicized. I believe some other testimonials that [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><b>Nikon coolpix P500</b> is an excellent camera, numerous capabilities It might take myself a year to be able to get accustomed to them. I don\&#8217;t need the DSLR and that is more money and lenses? This kind of fill camera has exceptional capabilities along with does work while publicized. I believe some other testimonials that will getting your electric battery <b>Nikon coolpix P500</b> is a ache. I reckon that the remote control charger will fix that will. Otherwise I am thrilled while using purchase. It is a intricate camera. You should take time to learn to put it to use. Additionally, your publication is not always useful. I thought your display had been busted till I recognized you must strike a couple of display switches to have that to be able to pop-up (on the plan call along with left in the display). OTOH, you can take excellent telephoto pics and not drop your broad angle.</p>
<p>I formerly presented Fujifilm\&#8217;s HS-20 a try. The camera got excellent image quality and also the easy panorama had been terrific. Nonetheless, your auto-focus had been only terrible. It had been thus bad that when I went back via picture I\&#8217;d consumed during a family members party I\&#8217;d to be able to jettison virtually half your images because the became available blurry. It also considered a ton. Clearly excess fat compared to my personal earlier Sony DSC-H2 and that is no bank account dimensions camera either. The manual focus barrel or clip had been excellent since gulping down in along with away from the scene had been extremely quick but producing fine changes is actually challenging and its particular dreadful for movie function. It\&#8217;s the manual concentrate band but I discovered that will to get crap. I will not perhaps commence to weary an individual along with just how bad your movie top quality had been.</p>
<p>I felt such as Goldilocks in the 3 contains house!! The <b>Nikon coolpix P500</b> had been perfectly for me personally. The really focus is actually awesome, your 35x optical really provides your liberty to have the images you desire. The ultra-wide angle on the other hand in the zoom lens is usually excellent. Frequently I simply lack adequate space to be able to rear out there along with shape the whole picture I\&#8217;d like thus using a extremely broad angle aids out there enormously. Picture quality is incredibly strong. I do believe fuji\&#8217;s HS-20 could be far better but merely somewhat. My friend has a Extremely expensive digital Nikon camera (model??)#) that i in contrast images along with and you really need the magnifying zoom lens to inform them apart. Naturally your digital pics are far better but in a difference in price along with fat. Anytime this individual desires to put it to use he is obtained carry with this in mind enormous bit of luggage that will fat a ton. For the level of \&#8221;every day\&#8221; picture getting I truly do the not worth it. The <a href="http://www.bestpricesreview.net/nikon-coolpix-p500-review-best-nikkor-for-price/">Nikon coolpix P500</a> is lightweight (relatively) and intensely functional. It\&#8217;s adequate person handle that allows myself to be able to experiment while using little I know concerning pictures whilst not staying too much to handle or over simplistic. Video/Audio top quality is excellent, not out-of-sight but certainly passable.<b>Nikon coolpix P500</b> is lightweight (relatively) and intensely functional. It\&#8217;s adequate person handle that allows myself to be able to experiment while using little I know concerning pictures whilst not staying too much to handle or over simplistic. Video/Audio top quality is excellent, not out-of-sight but certainly passable. <br />ที่มา :http://www.bestpricesreview.net/nikon-coolpix-p500-review-best-nikkor-for-price/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://5hop.net/nikon-p500-beneficial-gift-having-great-usefulness/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เครื่องฉีดน้ำ</title>
		<link>http://5hop.net/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/</link>
		<comments>http://5hop.net/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2012 15:33:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kt50ip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดูดฝุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://5hop.net/?p=621</guid>
		<description><![CDATA[เครื่องดูดฝุ่น วิธีการเลือกซื้อ วิธีการเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่น ขั้นตอนการทำงาน ขั้นตอนที่ 1 กรณฑ์ดูดฝุ่นแบบมือถือ(กรณฑ์ Vacuum Clean er) เป็นกรณฑ์ดูดฝุ่นที่มีขนาดเล็ก ย่อม และมีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการทำความสะอาดในพื้ นที่แคบเช่น ในรถ ตามซอกมุม หรือสิ่งของกรณฑ์ใ ช้ที่มีฝุ่นจับ บางชนิดจะดูดได้ทั้งฝุ่นและน้ำ แต่ปริมาณไม่มาก เพราะมีขนาดเล็กกำลังดูดไม่แรง นัก ส่วนมากจะเป็นแบบที่ใช้อัดแบตเตอรี่หรือไฟจากที ่จุดบุหรี่ในรถยนต์ บางรุ่นเป็นแบบไร้สายสามารถ ชาร์จไฟบ้านเก็บไว้ได้ ขั้นตอนที่ 2 กรณฑ์ดูดฝุ่นที่มีรูปทรงแนวนอน(อัดแบตเตอรี่) เป็ นกรณฑ์ดูดฝุ่นที่เห็นอยู่ทั่วไป มีล้อลากและส ายดูด มีหัว เปลี่ยนแปลงตามลักษณะการใช้งาน สามารถทำ ความสะอาดพื้นไม้ พื้นเครื่องกระเบื้อง พรม ที่นอน และ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ บางรุ่นจะมีระบบกรองฝุ่นหลา ยชั้น และใช้ได้กับถุงเก็บฝุ่นแบบกระดาษ และมีแ บบถอดซักได้ ซึ่งให้ศักยภาพในการกักฝุ่นขนา ดเล็กมาก ๆ ขั้นตอนที่ 3 กรณฑ์ดูดฝุ่นแบบดูดน้ำได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.interproclean.com/">เครื่องดูดฝุ่น</a> วิธีการเลือกซื้อ วิธีการเลือกซื้อ<b>เครื่องดูดฝุ่น</b>  ขั้นตอนการทำงาน<br />
ขั้นตอนที่ 1<br />
กรณฑ์ดูดฝุ่นแบบมือถือ(กรณฑ์ Vacuum Clean er) เป็นกรณฑ์ดูดฝุ่นที่มีขนาดเล็ก ย่อม และมีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการทำความสะอาดในพื้ นที่แคบเช่น ในรถ ตามซอกมุม หรือสิ่งของกรณฑ์ใ ช้ที่มีฝุ่นจับ บางชนิดจะดูดได้ทั้งฝุ่นและน้ำ แต่ปริมาณไม่มาก เพราะมีขนาดเล็กกำลังดูดไม่แรง นัก ส่วนมากจะเป็นแบบที่ใช้อัดแบตเตอรี่หรือไฟจากที ่จุดบุหรี่ในรถยนต์ บางรุ่นเป็นแบบไร้สายสามารถ ชาร์จไฟบ้านเก็บไว้ได้<br />
ขั้นตอนที่ 2<br />
กรณฑ์ดูดฝุ่นที่มีรูปทรงแนวนอน(อัดแบตเตอรี่) เป็ นกรณฑ์ดูดฝุ่นที่เห็นอยู่ทั่วไป มีล้อลากและส ายดูด มีหัว เปลี่ยนแปลงตามลักษณะการใช้งาน สามารถทำ ความสะอาดพื้นไม้ พื้นเครื่องกระเบื้อง พรม ที่นอน และ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ บางรุ่นจะมีระบบกรองฝุ่นหลา ยชั้น และใช้ได้กับถุงเก็บฝุ่นแบบกระดาษ และมีแ บบถอดซักได้ ซึ่งให้ศักยภาพในการกักฝุ่นขนา ดเล็กมาก ๆ	</p>
<p>ขั้นตอนที่ 3<br />
กรณฑ์ดูดฝุ่นแบบดูดน้ำได้ เป็นกรณฑ์ดูดฝุ่น ที่มีศักยภาพสูง สามารถใช้ทำความสะอาดบ้านจ นถึงสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้ทุกรูปแบบ ทั้งงานดูดฝุ่น ดูดน้ ำ ขยะเปียก จุดเด่นคือสามารถซักพรมได้ โดยบางรุ ่นจะใช้หัวฉีดน้ำยาทำความสะอาด และยังเป่าลมให้ แห้งได้อีกด้วย แต่การกรองฝุ่นขนาดเล็กจะด้อยกว ่าแบบ อัดแบตเตอรี่ ปกติจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมี น้ำหนักพอสมควร	</p>
<p>ขั้นตอนที่ 4<br />
กรณฑ์ดูดฝุ่นแบบทรงตั้ง มีลักษณะเป็นรูปทรงกร ะบอกแนวตั้ง มีฐานค่อนข้างใหญ่น้ำหนักมาก การใช้ จะเป็นลักษณะการเข็น เหมาะสำหรับการทำความสะอาด พรมที่ต้องทำเป็นประจำและมีขยายอาณาเขตกว้าง ไม่มีอ ะไรขวางหน้าเกะกะมากนัก เช่น โรงแรม บ้านที่ปูพร มทั้งหลัง กรณฑ์ชนิดนี้มีศักยภาพจะกระแทก พื้นจนฝุ่นลอยขึ้นมาและกรณฑ์ก็จะทำการดูดฝุ่น ทันที	</p>
<p>ขั้นตอนที่ 5<br />
กรณฑ์ดูดฝุ่นกรอ. เป็นกรณฑ์ดูดฝุ่นที ่มีขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับงานทำความสะอาด ในสำนัก งาน โรงแรม โรงงาน โรงพยาบาล ซึ่งมีขยายอาณาเขตกว้า ง ขยายอาณาเขตที่ยากแก่การทำความสะอาด</p>
<p>ข้อมูลจาก homepro.co.th <br />ที่มา :http://www.interproclean.com/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://5hop.net/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไปเที่ยวกันไหม&#8230;.ทัวร์เชียงราย ไปกับเรา ด้วยความยินดี</title>
		<link>http://5hop.net/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a/</link>
		<comments>http://5hop.net/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2012 15:14:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kt50ip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ทัวร์เชียงราย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://5hop.net/?p=619</guid>
		<description><![CDATA[ทัวร์เชียงราย ไปเที่ยวกันไหม&#8230;.เที่ยวเชียงราย มาเดินทางด้วยกัน ด้วยใจบริการ เที่ยวเชียงราย 2 วัน 1 คืน วันแรก : เชียงราย &#8211; วัดพระแก้ว &#8211; บ้านดำ &#8211; วัดร่องขุ่น &#8211; ภูชี้ฟ้า วันที่สอง : ภูชี้ฟ้า &#8211; เชียงแสน &#8211; สามเหลี่ยมทองคำ &#8211; เชียงราย ค่าบริการ : 3,600 บาท : พักรีสอร์ทบนภูชี้ฟ้า 1 คืน, อาหาร 4 มื้ือ Join tour CR3 มีรถออกทุกวัน ช่วง กพ &#8211; มีค 55 วันแรก : เช้า รับที่สนามบิน / ขนส่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><b>ทัวร์เชียงราย</b> ไปเที่ยวกันไหม&#8230;.เที่ยวเชียงราย มาเดินทางด้วยกัน ด้วยใจบริการ</p>
<p>เที่ยวเชียงราย 2 วัน 1 คืน<br />
วันแรก : เชียงราย &#8211; วัดพระแก้ว &#8211; บ้านดำ &#8211; วัดร่องขุ่น &#8211; ภูชี้ฟ้า<br />
วันที่สอง : ภูชี้ฟ้า &#8211; เชียงแสน &#8211; สามเหลี่ยมทองคำ &#8211; เชียงราย<br />
     ค่าบริการ : 3,600 บาท : พักรีสอร์ทบนภูชี้ฟ้า 1 คืน, อาหาร 4 มื้ือ<br />
Join tour CR3 มีรถออกทุกวัน ช่วง กพ &#8211; มีค 55<br />
วันแรก :<br />
เช้า     รับที่สนามบิน / ขนส่ง / โรงแรม<br />
      วัดพระแก้ว, บ้านดำ (อ.ถวัลย์ / ศิลปินแห่งชาติ)<br />
      อาหารกลางวัน (มื้อที่ 1)<br />
บ่าย     วัดร่องขุ่น<br />
เย็น     เข้าที่พักบนภูชี้ฟ้า<br />
      อาหารเย็น ที่รีสอร์ท (มื้อที่ 2)</p>
<p>วันที่สอง :<br />
05.00     เตรียมตัวขึ้นภูชี้ฟ้า (ชมพระอาทิตย์ขึ้น, ทะเลหมอก)<br />
      อาหารเช้า (มื้อที่ 3)<br />
สาย     ออกจากภูชี้ฟ้า</p>
<p>เชียงแสน (วัดพระธาตุผาเงา, วัดเจดีย์หลวง)<br />
      อาหารกลางวัน (มื้อที่ 4)<br />
บ่าย     สามเหลี่ยมทองคำ (จุดชมวิว 3 ประเทศ, ทัวร์เรือเลียบน้ำโขง + ขึ้นฝั่งลาว, องค์พระริมน้ำ)<br />
เย็น     ซื้อของฝาก, ส่งที่สนามบิน/ขนส่ง/โรงแรม</p>
<p>TOUR BOOKING / จองทัวร์<br />
แบ่งการชำระเงิน เป็น 3 ส่วน</p>
<p>ส่วนแรก : ชำระ 1 ใน 3 เป็นค่ามัดจำ<br />
ส่วนที่สอง : ชำระอีก 1 ใน 3 ก่อนเดินทาง 15 วัน (เป็นการยืนยันอีกครั้ง)<br />
ส่วนที่สาม : ชำระอีก 1 ใน 3 ตอนเจอกับทีมงานครั้งแรก</p>
<p><a href="http://www.chiangrai-tour.com">ทัวร์เชียงราย</a> ศูนย์รวมแพคเกจ<b>ทัวร์เชียงราย</b> ศูนย์รวมแพคเกจ<b>ทัวร์เชียงราย</b>ที่มีให้เลือกหลากหลายมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Join tour หรือ Private tour(ออกเดินทางท่องเที่ยวเชียงราย ได้ทุกวัน)<br />
ปรึกษาวางแผนท่องเที่ยวเชียงราย ฟรี!!  ได้ที่ คุณฝน  (086) 827-9309 , (081) 112-0116 FAX (053)717-353<br />
E-mail : hold.in.one@hotmail.com Website : www.ChiangRai-tour.com <br />ที่มา :http://www.chiangrai-tour.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://5hop.net/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%8a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรียกร้องควักกระเป๋าอยากแลกเปลี่ยนประกันชีวิตปฏิบัติการอะไรอย่างไรโปรดพร้อมด้วยอนาคตสัมผัสสวยกระทั่งแต่แรก</title>
		<link>http://5hop.net/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://5hop.net/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2012 14:06:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kt50ip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://5hop.net/?p=617</guid>
		<description><![CDATA[ต้นสกุลเบื่อ พวกห่วยภินท์ จำหน่ายแล้วทิ้ง มิค่อยดูเพ่ง แมร่งมาเช้าสายเอี้ยวเย็น ใครจะมาดูแลตอนแก่เฒ่า จ่ายเงินไปมามากมาย ชีวิตคนเราต้องมาเป็นหนี้กับคนขายเพียงเพราะดันซื้อกับพวกไม่มืออาชีพ จ่ายเงิน จ่ายเบี้ย เหมือนสัตว์สองเท้าติดหนี้ เงินคืนก็ได้น้อย ปรัชญาประกันชีวิต 1. ความคิดของสัตว์สองเท้าขายจริง \&#8221;ซื้อไปเถอะ หากทำจบทำให้ครอบครัวมีความสุข\&#8221; 2. ความคิดของคนรักครอบครัว \&#8221;ฉันจ่ายคนเดียวก็ยอมที่รัก\&#8221; 3. คิดไปก็เท่านั้น ลงมือทำสิ่งของดีๆดีกว่า 4. ผู้ซื้อพลาดมักจะเว้าว่า \&#8221;ตัวแทนคันนั้นก็เกรงใจ คนนี้ก็น่าสงสาร\&#8221; 5. เมื่อคุณควักกระเป๋าจากการอวดรวย จงทำใจเถิดต่อไปคุณจะไม่ได้โอกาสถอนเงินตลอดชีวิต 6. คนรักครอบครัวจริงๆมักจะไม่กล้าใช้จ่ายอะไรเมื่อมีของที่อยากได้มาอยู่ใกล้ ๆ 7. สัตว์สองเท้าขายอย่างเกล้าผม ไม่ชมชอบง้อ ไม่ชอบเสียเวลากับสัตว์สองเท้าที่ไม่ได้สนใจกับคนที่ไม่ได้รักครอบครัว \&#8221;แต่ชอบช่วยเหลือและให้บริการ\&#8221; วันนี้วันอาทิตย์ พรุ่งนี้วันจันทร์ต้องไปทำงาน ที่ว่านี้หมายถึงคนที่ยังมีงานทำปกติ แต่ถ้าเป็นคนที่เกษียณ ก็ต้องนั่งอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องไปทำงานเหมือนเคย มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปเมื่อถึงวันต้องเกษียณ ที่สำคัญที่สุดก็คือไม่ได้ทำงานเหมือนที่เคยทำมานานเกือบตลอดชีวิต คนที่เคยเป็นใหญ่เป็นโต เป็นผู้บัญชาการทหาร เป็นปลัดกระทรวง เป็นอธิบดี ก็ต้องทำใจให้ได้ เพราะอำนาจต่าง ๆ ที่เคยมีหายวับไปโดยพลัน หากทำใจไม่ได้ก็จะห่อเหี่ยวหัวใจไปจนตาย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ต้นสกุลเบื่อ พวกห่วยภินท์ จำหน่ายแล้วทิ้ง มิค่อยดูเพ่ง แมร่งมาเช้าสายเอี้ยวเย็น ใครจะมาดูแลตอนแก่เฒ่า จ่ายเงินไปมามากมาย ชีวิตคนเราต้องมาเป็นหนี้กับคนขายเพียงเพราะดันซื้อกับพวกไม่มืออาชีพ จ่ายเงิน จ่ายเบี้ย เหมือนสัตว์สองเท้าติดหนี้ เงินคืนก็ได้น้อย<br />
ปรัชญา<a href="http://www.insureadviser.com">ประกันชีวิต</a><br />
1. ความคิดของสัตว์สองเท้าขายจริง \&#8221;ซื้อไปเถอะ หากทำจบทำให้ครอบครัวมีความสุข\&#8221;<br />
2. ความคิดของคนรักครอบครัว \&#8221;ฉันจ่ายคนเดียวก็ยอมที่รัก\&#8221;<br />
3. คิดไปก็เท่านั้น ลงมือทำสิ่งของดีๆดีกว่า<br />
4. ผู้ซื้อพลาดมักจะเว้าว่า \&#8221;ตัวแทนคันนั้นก็เกรงใจ คนนี้ก็น่าสงสาร\&#8221;<br />
5. เมื่อคุณควักกระเป๋าจากการอวดรวย จงทำใจเถิดต่อไปคุณจะไม่ได้โอกาสถอนเงินตลอดชีวิต<br />
6. คนรักครอบครัวจริงๆมักจะไม่กล้าใช้จ่ายอะไรเมื่อมีของที่อยากได้มาอยู่ใกล้ ๆ<br />
7. สัตว์สองเท้าขายอย่างเกล้าผม ไม่ชมชอบง้อ ไม่ชอบเสียเวลากับสัตว์สองเท้าที่ไม่ได้สนใจกับคนที่ไม่ได้รักครอบครัว \&#8221;แต่ชอบช่วยเหลือและให้บริการ\&#8221;<br />
วันนี้วันอาทิตย์ พรุ่งนี้วันจันทร์ต้องไปทำงาน ที่ว่านี้หมายถึงคนที่ยังมีงานทำปกติ แต่ถ้าเป็นคนที่เกษียณ ก็ต้องนั่งอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องไปทำงานเหมือนเคย มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปเมื่อถึงวันต้องเกษียณ ที่สำคัญที่สุดก็คือไม่ได้ทำงานเหมือนที่เคยทำมานานเกือบตลอดชีวิต คนที่เคยเป็นใหญ่เป็นโต เป็นผู้บัญชาการทหาร เป็นปลัดกระทรวง เป็นอธิบดี ก็ต้องทำใจให้ได้ เพราะอำนาจต่าง ๆ ที่เคยมีหายวับไปโดยพลัน หากทำใจไม่ได้ก็จะห่อเหี่ยวหัวใจไปจนตาย อีกทั้งสิทธิพิเศษที่เคยมีจะถูกหลวงยึดกลับคืนไปจนหมด เช่น รถหลวง บ้านหลวง โทรศัพท์หลวง เป็นต้น มีอย่างเดียวที่หลวงไม่ยอมยึดกลับก็คือ เมียหลวง ข้าราชการส่วนใหญ่ที่เกษียณจะไม่เดือดร้อนในเรื่องการเงินเพราะมีเงินบำนาญกิน เงินบำนาญสามารถนำมาใช้จ่ายเป็นค่าครองชีพได้จนตลอดชีวิต เช่นเดียวกับพนักงานรัฐวิสาหกิจก็มีเงินบำเหน็จเป็นก้อนให้นำมาใช้หลังเกษียณ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหมายถึงว่า ไม่มีหนี้สิน หากใครได้เงินบำเหน็จมาแล้ว ต้องใช้หนี้ไปเกือบหมด ก็เดือดร้อนได้ ผู้เกษียณที่ไม่เดือดร้อนจะต้องเป็นคนที่วางแผนการใช้เงินมาดี บางคนไม่ได้วางแผนเก็บเงินไว้ใช้ตอนแก่เท่านั้น ยังหางานสำรองทำไว้ด้วย เช่น เปิดร้านขายของชำ ทำงานเป็นที่ปรึกษาหารือให้บริษัท หรือไปดูแลสวนยางพาราที่ปลูกไว้ก่อนเกษียณซึ่งกำลังจะกรีดได้ เพื่อนผมคนหนึ่งพอเกษียณ วันแรกก็มีอาชีพทำทันทีคือเป็นหมอดู ที่ทำได้มาทันทีก็ก็เพราะว่าก่อนเกษียณก็เริ่มมีอาชีพหมอดูบ้างแล้ว บางคนโชคดี เพราะลูกได้ดิบได้ดี ลูกคนโตมีงานทำได้เงินเดือนเยอะ อีกคนดำรงฐานะนักธุรกิจค้าขายจนร่ำรวย และอีกสัตว์สองเท้าไปเปิดร้านเหยื่อไทยอยู่ที่ออสเตรเลีย ที่ว่าโชคดีก็เพราะลูก ๆ ให้เงินใช้ พอเหงาก็ขึ้นเครื่องบินไปพักผ่อนอยู่กับลูกที่ออสเตรเลีย เมื่อมีคนโชคดีก็ต้องมีคนโชคร้าย เพราะบางคนพอเกษียณก็ป่วยทันทีเป็นทั้งโรคหัวใจ และโรคไต ต้องล้างไต ต้องใช้จ่ายเบี้ยมากแต่เบิกไม่ได้เพราะเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ปลดเกษียณแล้วไม่มีสิทธิเบิก เงินที่เก็บไว้รวมทั้งเงินบำเหน็จ ต้องนำออกมาป้องกันตัวจนเหลือน้อยเต็มที บางคนป่วยเป็นอัมพฤกษ์ มีเงินทะเยอทะยานจะเที่ยวก็ไปเที่ยวไม่ได้ ได้แต่นั่งคิดโทษตัวเองอยู่คนเดียวว่า \&#8221;รู้อย่างนี้ ก่อนป่วยน่าจะเที่ยว เก็บเงินไว้ทำไมก็ไม่รู้\&#8221; พูดถึงเรื่องการลุยเที่ยว คนปลดเกษียณ หรือคนสูงอายุ ถ้าพอมีเงินไปไหนมาไหนได้ ควรจะไปเที่ยว เพราะอีกไม่นานก็ตายแล้ว หรือไม่ก็เดินไม่ไหว เมื่อยังมีแรงให้เดินได้ ก็ควรพักผ่อนด้วยการเที่ยว แต่ต้องหมายถึง เที่ยวแล้วไม่ทำให้เดือดร้อนเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย บางคนบอกว่า หลังเกษียณไม่ควรทำอะไร หมายถึงพักผ่อนอยู่บ้านเฉย ๆ ดีที่สุด สำหรับเรื่องนี้ ผมขอค้าน เพราะการอยู่เฉย ๆ จะตายเร็วขึ้น เพราะมีเวลาว่างเกินไป ดีที่สุด ควรหางานทำ ทำอะไรก็ได้ ที่เราชอบทำ ถึงแม้ได้ค่าตอบแทนน้อยก็ไม่เป็นไร สัตว์สองเท้าแก่สมัยนี้ ส่วนใหญ่สมองยังใช้งานได้ หากอยากทำงาน นายจ้างยังต้องการ หรือจะทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนตัวก็ได้ เช่น ทำสวน ปลูกผักสวนครัว สรุปแล้ว คนแก่ควรมีงานทำ มิเช่นนั้นแล้ว ถ้าอยู่บ้านเฉย ๆ นาน ๆ เข้าจะเบื่อตัวเอง ความจำก็เสื่อมเร็ว กลายเป็นโรคซึมเศร้าได้หญ้าปากคอก ตามสถิติ คนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์หรือโรคขี้หลงขี้ลืม เช่น กินข้าวแล้วบอกว่ายังไม่ได้กิน อีกทั้งยังถามเรื่องเดียวซ้ำ ๆ หลายครั้ง มักจะเป็นคนเก็บตัวพักผ่อนอยู่ที่บ้านเงียบ ๆ คบเพื่อนก็ไม่คบ แม้ต่อโทรศัพท์ก็ไม่รับ เหมือนไม่ต้องการติดต่อกับใคร คนเป็นอัลไซเมอร์นั้น ตัวเองไม่เดือดร้อน แต่ทำให้คนรอบข้างต้องเหนื่อยกับการดูแล อย่างไรก็ตามถ้าต้องการมีความสุขหลังเกษียณ จะต้องเข้าใจชีวิตว่า ปรากฏมาเป็นสัตว์สองเท้าก็เป็นเช่นนี้แล คือ โชคดีบ้าง โชคร้ายบ้าง สบายบ้าง ลำบากบ้าง เมื่อเกิดขึ้นกับตัวเองก็อย่าไปกังวล เพราะความทุกข์จะอยู่กับเราไม่นาน เช่นเดียวพร้อมกับความสุขก็อยู่กับเราไม่นานเช่นกัน ทุกคนเกิดมาจะควรมีวิถีการเดินทางของชีวิตเหมือนกัน คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย จึงควรอยู่กับปัจจุบันให้ดีที่สุด โดยตัดความกังวลทุกอย่างออกไป และถ้าไม่ทะเยอทะยานแก่มากกว่านี้ ทำง่ายนิดเดียวคือให้รีบตายเสียก่อน ถึงแม้ผมไม่เคยตาย แต่ก็พอจะรู้ว่าความตายไม่ได้เป็นสิ่งน่ากลัวเลย ที่ไม่น่ากลัวก็เพราะ เมื่อตายไปแล้วจะได้มีที่อยู่เอี่ยม อีกทั้งไม่ต้องกังวลว่าตัวเราจะได้ขึ้นสวรรค์หรือตกนรกด้วย ถูกแล้ว ถ้าไม่ได้ขึ้นสวรรค์ การตกนรกก็ดีเหมือนกันเพราะเพื่อน ๆ ของเราส่วนพุฒที่ตายไปแล้วกำลังรอเราอยู่ที่นรกหลายคน เราจะได้ไม่เหงา. ไมตรี ลิมปิชาติ <b>ประกันชีวิต</b><br />
1. ความคิดของสัตว์สองเท้าขายจริง \&#8221;ซื้อไปเถอะ หากทำจบทำให้ครอบครัวมีความสุข\&#8221;<br />
2. ความคิดของคนรักครอบครัว \&#8221;ฉันจ่ายคนเดียวก็ยอมที่รัก\&#8221;<br />
3. คิดไปก็เท่านั้น ลงมือทำสิ่งของดีๆดีกว่า<br />
4. ผู้ซื้อพลาดมักจะเว้าว่า \&#8221;ตัวแทนคันนั้นก็เกรงใจ คนนี้ก็น่าสงสาร\&#8221;<br />
5. เมื่อคุณควักกระเป๋าจากการอวดรวย จงทำใจเถิดต่อไปคุณจะไม่ได้โอกาสถอนเงินตลอดชีวิต<br />
6. คนรักครอบครัวจริงๆมักจะไม่กล้าใช้จ่ายอะไรเมื่อมีของที่อยากได้มาอยู่ใกล้ ๆ<br />
7. สัตว์สองเท้าขายอย่างเกล้าผม ไม่ชมชอบง้อ ไม่ชอบเสียเวลากับสัตว์สองเท้าที่ไม่ได้สนใจกับคนที่ไม่ได้รักครอบครัว \&#8221;แต่ชอบช่วยเหลือและให้บริการ\&#8221;<br />
วันนี้วันอาทิตย์ พรุ่งนี้วันจันทร์ต้องไปทำงาน ที่ว่านี้หมายถึงคนที่ยังมีงานทำปกติ แต่ถ้าเป็นคนที่เกษียณ ก็ต้องนั่งอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องไปทำงานเหมือนเคย มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปเมื่อถึงวันต้องเกษียณ ที่สำคัญที่สุดก็คือไม่ได้ทำงานเหมือนที่เคยทำมานานเกือบตลอดชีวิต คนที่เคยเป็นใหญ่เป็นโต เป็นผู้บัญชาการทหาร เป็นปลัดกระทรวง เป็นอธิบดี ก็ต้องทำใจให้ได้ เพราะอำนาจต่าง ๆ ที่เคยมีหายวับไปโดยพลัน หากทำใจไม่ได้ก็จะห่อเหี่ยวหัวใจไปจนตาย อีกทั้งสิทธิพิเศษที่เคยมีจะถูกหลวงยึดกลับคืนไปจนหมด เช่น รถหลวง บ้านหลวง โทรศัพท์หลวง เป็นต้น มีอย่างเดียวที่หลวงไม่ยอมยึดกลับก็คือ เมียหลวง ข้าราชการส่วนใหญ่ที่เกษียณจะไม่เดือดร้อนในเรื่องการเงินเพราะมีเงินบำนาญกิน เงินบำนาญสามารถนำมาใช้จ่ายเป็นค่าครองชีพได้จนตลอดชีวิต เช่นเดียวกับพนักงานรัฐวิสาหกิจก็มีเงินบำเหน็จเป็นก้อนให้นำมาใช้หลังเกษียณ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหมายถึงว่า ไม่มีหนี้สิน หากใครได้เงินบำเหน็จมาแล้ว ต้องใช้หนี้ไปเกือบหมด ก็เดือดร้อนได้ ผู้เกษียณที่ไม่เดือดร้อนจะต้องเป็นคนที่วางแผนการใช้เงินมาดี บางคนไม่ได้วางแผนเก็บเงินไว้ใช้ตอนแก่เท่านั้น ยังหางานสำรองทำไว้ด้วย เช่น เปิดร้านขายของชำ ทำงานเป็นที่ปรึกษาหารือให้บริษัท หรือไปดูแลสวนยางพาราที่ปลูกไว้ก่อนเกษียณซึ่งกำลังจะกรีดได้ เพื่อนผมคนหนึ่งพอเกษียณ วันแรกก็มีอาชีพทำทันทีคือเป็นหมอดู ที่ทำได้มาทันทีก็ก็เพราะว่าก่อนเกษียณก็เริ่มมีอาชีพหมอดูบ้างแล้ว บางคนโชคดี เพราะลูกได้ดิบได้ดี ลูกคนโตมีงานทำได้เงินเดือนเยอะ อีกคนดำรงฐานะนักธุรกิจค้าขายจนร่ำรวย และอีกสัตว์สองเท้าไปเปิดร้านเหยื่อไทยอยู่ที่ออสเตรเลีย ที่ว่าโชคดีก็เพราะลูก ๆ ให้เงินใช้ พอเหงาก็ขึ้นเครื่องบินไปพักผ่อนอยู่กับลูกที่ออสเตรเลีย เมื่อมีคนโชคดีก็ต้องมีคนโชคร้าย เพราะบางคนพอเกษียณก็ป่วยทันทีเป็นทั้งโรคหัวใจ และโรคไต ต้องล้างไต ต้องใช้จ่ายเบี้ยมากแต่เบิกไม่ได้เพราะเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ปลดเกษียณแล้วไม่มีสิทธิเบิก เงินที่เก็บไว้รวมทั้งเงินบำเหน็จ ต้องนำออกมาป้องกันตัวจนเหลือน้อยเต็มที บางคนป่วยเป็นอัมพฤกษ์ มีเงินทะเยอทะยานจะเที่ยวก็ไปเที่ยวไม่ได้ ได้แต่นั่งคิดโทษตัวเองอยู่คนเดียวว่า \&#8221;รู้อย่างนี้ ก่อนป่วยน่าจะเที่ยว เก็บเงินไว้ทำไมก็ไม่รู้\&#8221; พูดถึงเรื่องการลุยเที่ยว คนปลดเกษียณ หรือคนสูงอายุ ถ้าพอมีเงินไปไหนมาไหนได้ ควรจะไปเที่ยว เพราะอีกไม่นานก็ตายแล้ว หรือไม่ก็เดินไม่ไหว เมื่อยังมีแรงให้เดินได้ ก็ควรพักผ่อนด้วยการเที่ยว แต่ต้องหมายถึง เที่ยวแล้วไม่ทำให้เดือดร้อนเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย บางคนบอกว่า หลังเกษียณไม่ควรทำอะไร หมายถึงพักผ่อนอยู่บ้านเฉย ๆ ดีที่สุด สำหรับเรื่องนี้ ผมขอค้าน เพราะการอยู่เฉย ๆ จะตายเร็วขึ้น เพราะมีเวลาว่างเกินไป ดีที่สุด ควรหางานทำ ทำอะไรก็ได้ ที่เราชอบทำ ถึงแม้ได้ค่าตอบแทนน้อยก็ไม่เป็นไร สัตว์สองเท้าแก่สมัยนี้ ส่วนใหญ่สมองยังใช้งานได้ หากอยากทำงาน นายจ้างยังต้องการ หรือจะทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนตัวก็ได้ เช่น ทำสวน ปลูกผักสวนครัว สรุปแล้ว คนแก่ควรมีงานทำ มิเช่นนั้นแล้ว ถ้าอยู่บ้านเฉย ๆ นาน ๆ เข้าจะเบื่อตัวเอง ความจำก็เสื่อมเร็ว กลายเป็นโรคซึมเศร้าได้หญ้าปากคอก ตามสถิติ คนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์หรือโรคขี้หลงขี้ลืม เช่น กินข้าวแล้วบอกว่ายังไม่ได้กิน อีกทั้งยังถามเรื่องเดียวซ้ำ ๆ หลายครั้ง มักจะเป็นคนเก็บตัวพักผ่อนอยู่ที่บ้านเงียบ ๆ คบเพื่อนก็ไม่คบ แม้ต่อโทรศัพท์ก็ไม่รับ เหมือนไม่ต้องการติดต่อกับใคร คนเป็นอัลไซเมอร์นั้น ตัวเองไม่เดือดร้อน แต่ทำให้คนรอบข้างต้องเหนื่อยกับการดูแล อย่างไรก็ตามถ้าต้องการมีความสุขหลังเกษียณ จะต้องเข้าใจชีวิตว่า ปรากฏมาเป็นสัตว์สองเท้าก็เป็นเช่นนี้แล คือ โชคดีบ้าง โชคร้ายบ้าง สบายบ้าง ลำบากบ้าง เมื่อเกิดขึ้นกับตัวเองก็อย่าไปกังวล เพราะความทุกข์จะอยู่กับเราไม่นาน เช่นเดียวพร้อมกับความสุขก็อยู่กับเราไม่นานเช่นกัน ทุกคนเกิดมาจะควรมีวิถีการเดินทางของชีวิตเหมือนกัน คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย จึงควรอยู่กับปัจจุบันให้ดีที่สุด โดยตัดความกังวลทุกอย่างออกไป และถ้าไม่ทะเยอทะยานแก่มากกว่านี้ ทำง่ายนิดเดียวคือให้รีบตายเสียก่อน ถึงแม้ผมไม่เคยตาย แต่ก็พอจะรู้ว่าความตายไม่ได้เป็นสิ่งน่ากลัวเลย ที่ไม่น่ากลัวก็เพราะ เมื่อตายไปแล้วจะได้มีที่อยู่เอี่ยม อีกทั้งไม่ต้องกังวลว่าตัวเราจะได้ขึ้นสวรรค์หรือตกนรกด้วย ถูกแล้ว ถ้าไม่ได้ขึ้นสวรรค์ การตกนรกก็ดีเหมือนกันเพราะเพื่อน ๆ ของเราส่วนพุฒที่ตายไปแล้วกำลังรอเราอยู่ที่นรกหลายคน เราจะได้ไม่เหงา. ไมตรี ลิมปิชาติ <b>ประกันชีวิต</b><br />
 <br />ที่มา :http://www.insureadviser.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://5hop.net/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลงประกาศฟรี เว็บแบบนี้ที่ให้คุณได้ ขายสินค้าบนโลกออนไลน์ได้อิสระเสรี ที่นี้ ไทยประกาศฟรี.com</title>
		<link>http://5hop.net/%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%97/</link>
		<comments>http://5hop.net/%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%97/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2012 13:30:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kt50ip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ประกาศฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ประกาศฟรีลง]]></category>
		<category><![CDATA[ประกาศลงฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ลงประกาศฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[โพสฟรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://5hop.net/?p=615</guid>
		<description><![CDATA[แนะนำถ้าคุณกำลังขายของหรือหาซื้อของบนโลกอินเตอร์เน็ต หรือคนที่กำลังทำInternet Marketingหรืออีคอมเมิร์ซ ที่หาแหล่งซื้อขายหรือแหล่งประกาศสินค้าของท่าน มาลงประกาศฟรีที่เว็บเราเพื่อเป็นการโปรโมทหรือประกาศขายสินค้า เพื่อบอกให้โลกรู้ ทางเราเปิดให้ท่านได้\&#8221;ลงประกาศฟรี\&#8221;แบบไม่เสียเงิน ขอแค่ประกาศของท่านไม่ผิดกฎหมาย ถ้าหากประกาศของท่านผิดกฎหมายทางเราจะลบทันทีและเร็วที่สุด คิดที่จะประกาศซื้อขายสินค้าหรือหาสินค้าบนโลกอินเตอร์เน็ต ลงประกาศฟรี\&#8221;แบบไม่เสียเงิน ขอแค่ประกาศของท่านไม่ผิดกฎหมาย ถ้าหากประกาศของท่านผิดกฎหมายทางเราจะลบทันทีและเร็วที่สุด คิดที่จะประกาศซื้อขายสินค้าหรือหาสินค้าบนโลกอินเตอร์เน็ต ลงประกาศฟรี ได้วันนี้ที่ http://ไทยประกาศฟรี.com ที่มา :http://www.xn--12c7bmrmhc2b8dva0bzm.com/]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แนะนำถ้าคุณกำลังขายของหรือหาซื้อของบนโลกอินเตอร์เน็ต<br />
หรือคนที่กำลังทำInternet Marketingหรืออีคอมเมิร์ซ ที่หาแหล่งซื้อขายหรือแหล่งประกาศสินค้าของท่าน<br />
มา<b>ลงประกาศฟรี</b>ที่เว็บเราเพื่อเป็นการโปรโมทหรือประกาศขายสินค้า เพื่อบอกให้โลกรู้<br />
ทางเราเปิดให้ท่านได้\&#8221;<a href="http://www.xn--12c7bmrmhc2b8dva0bzm.com/">ลงประกาศฟรี</a>\&#8221;แบบไม่เสียเงิน<br />
ขอแค่ประกาศของท่านไม่ผิดกฎหมาย ถ้าหากประกาศของท่านผิดกฎหมายทางเราจะลบทันทีและเร็วที่สุด<br />
คิดที่จะประกาศซื้อขายสินค้าหรือหาสินค้าบนโลกอินเตอร์เน็ต <b>ลงประกาศฟรี</b>\&#8221;แบบไม่เสียเงิน<br />
ขอแค่ประกาศของท่านไม่ผิดกฎหมาย ถ้าหากประกาศของท่านผิดกฎหมายทางเราจะลบทันทีและเร็วที่สุด<br />
คิดที่จะประกาศซื้อขายสินค้าหรือหาสินค้าบนโลกอินเตอร์เน็ต <b>ลงประกาศฟรี</b> ได้วันนี้ที่ http://ไทยประกาศฟรี.com</p>
<p>ที่มา :http://www.xn--12c7bmrmhc2b8dva0bzm.com/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://5hop.net/%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%97/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

